
เดินตลาด
เป็นธรรมเนียมของการเดินทางของผมอย่างหนึ่งที่ต้องหาเวลาไปเดินตลาด เชื่อว่าหลายคนก็เป็นแบบผม
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง [email protected]
เป็นธรรมเนียมของการเดินทางของผมอย่างหนึ่งที่ต้องหาเวลาไปเดินตลาด เชื่อว่าหลายคนก็เป็นแบบผม การเดินตลาดเป็นเหมือนการเรียนทางลัด เราได้เห็นทุกอย่างของชุมชนนั้นกองอยู่ตรงหน้า พวกเขากินอะไร นิยมทำอาหารแบบไหน แถวนั้นปลูกอะไรบ้าง มีเนื้อสัตว์ประเภทไหน แต่งตัวอย่างไร มีบุคลิกแบบไหน เป็นคนตะโกนโหวกเหวกโวยวายหรือเปล่า มีเด็กอยู่หรือคนแก่อยู่มากกว่ากัน วัยทำงานอยู่ในหมู่บ้านมากแค่ไหน รวยจนอย่างไร เราหาทุกอย่างที่ว่ามานี้ได้จากการเดินตลาดแค่สองสามรอบ
ตลาดที่ประทับใจก็คงสู้ตลาดที่เราคุ้นเคยไม่ได้ สำหรับผมก็คงเป็นตลาดที่บ้านเกิด การกลับบ้านแล้วได้ไปเดินตลาดที่เปลี่ยนไปทุกๆ ปี เป็นการอัพเดทเมืองที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
สมัยก่อนกิจวัตรประจำวันของผมกับน้องสาวอย่างหนึ่งคือ การเดินจ่ายตลาดตอนเย็นกับพ่อ เราจะมีตลาดประจำอยู่สามที่คือ ตลาดใกล้ที่ทำงานพ่อ ตลาดใกล้กับโรงเรียน และตลาดในหมู่บ้าน การตัดสินใจแวะตลาดแต่ละที่ ขึ้นอยู่กับตอนนั้นว่าเราสะดวกที่ไหน การเดินตลาดของพวกเราอาจใช้เวลาตั้งแต่ห้านาที ไปจนกระทั่งเป็นชั่วโมง เพราะพ่อเป็นพ่อครัวประเภทไม่เคยวางแผนอะไรในหัว ขอไปเดินๆ ดูก่อนสักรอบสองรอบ ซื้อหนังไก่ทอดสักถุง กินไปเรื่อยๆ เดินไป พร้อมๆ กับค่อยๆ คิดว่าเย็นนี้จะทำอะไรให้กิน (พ่อยึดห้องครัวมานานมากแล้ว) มันเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อสำหรับเด็กที่คิดว่าน่าจะเอาเวลาไปวิ่งเล่นมากกว่า แต่พอโตมา นิสัยการเดินตลาดแบบนี้กลายเป็นสิ่งที่ติดตัวมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีโอกาสเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง การเดินตลาดนี่สนุกที่สุด
ตลาดที่ญี่ปุ่น นอกเหนือจากตลาดปลาที่ขายของสดแล้ว ตลาดส่วนมากมักเป็นห้องแถวอยู่ในย่านเดียวกัน ขายของอย่างเดียวกัน ในบริเวณเดียวกัน
ตลาดในลอนดอนมักเป็นตลาดที่จัดของเป็นสัดเป็นส่วน อาจมีตลาดนัดในช่วงวันหยุดบ้าง ส่วนมากเป็นตลาดชั่วคราว แต่หากเป็นการซื้อของในชีวิตประจำวัน คนในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนจะไปซูเปอร์มาร์เก็ต ในยุโรปส่วนมากมักเป็นอย่างนั้น แต่ในชนบทก็จะแตกต่างกันออกไป อย่างตลาดที่ผมเคยไปในมาร์กเซย เมืองท่าทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดสดแบบง่ายๆ ข้างท่าเรือ ขายอาหารทะเล และบางแผงก็ลวกต้มให้ด้วยเลยก็มี ในไทเปตลาดปลาของที่นั่นก็จะแตกต่างกันออกไป มีโซนที่ขายอาหารสด และโซนที่เป็นร้านอาหาร แม้ว่าจะอยู่ติดกัน แต่ก็มีการแยกเป็นสัดส่วนและให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขอนามัยมาก
ตลาดแกรนด์บาร์ซาร์ในอิสตันบูล ก็ให้อารมณ์แตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง กลิ่นเครื่องเทศสร้างประสบการณ์ให้เราจดจำว่ากลิ่นแบบนี้แหละที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นตุรกี หรืออย่างในสิงคโปร์ ตลาดสดที่นั่นก็สะอาดแบบที่เขาควรเป็น ทุกอย่างดูเรียบร้อย ถูกจัดวางอย่างเหมาะสม แม้จะมีเสียงดังเอะอะมะเทิ่ง แต่โดยรวมแม่ค้าที่นั่นก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างไทยเราที่คำว่าระเบียบอาจอยู่ห่างไกล แต่สิ่งที่ได้มาแทนคือเอกลักษณ์บางอย่างที่ไม่เหมือนใคร เมื่อคิดว่าเราเป็นประเทศที่ทำให้เกิดคำว่า Street Food ได้ ก็น่าคิดว่าในความไม่มีระเบียบ และความไม่ค่อยสนใจเรื่องสุขอนามัย มันจะพาเรามาไกลกว่าที่เราคิดไว้มาก
ช่วงสุดสัปดาห์วาเลนไทน์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ผมต้องเดินทางพอดี สนามบินคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เต็มไปด้วยธุระเหมือนกับผม สนามบินสุวรรณภูมิปิดทางเข้าออกประตูที่ 5 จัดเป็นเวทีชั่วคราว มีนักดนตรีมาเล่นเพลงให้ฟัง (ผมหลงเดินไปประตู 5 แล้วเข้าไม่ได้ ไม่มีป้ายบอกล่วงหน้า เสียเวลาไปหลายนาที) แต่ก็ดูไม่เห็นมีใครสนใจเรื่องวันวาเลนไทน์เท่าไหร่ คิดถึงข่าวที่อ่านเจอไม่นานนี้ว่าอีกไม่เกินสิบปีนี้ ประชากรบนโลกจะเดินทางกันโดยเครื่องบินไม่ต่ำกว่าปีละพันล้านคน ข้ามทวีปกันไปๆ มาๆ คิดแล้วก็น่าใจหายว่าเราเดินทางกันมากขนาดนี้เลยเหรอ อีกหน่อยสนามบินคงไม่แตกต่างไปจากตลาด
ระหว่างนั่งดื่มกาแฟนึกถึงคำว่าตลาดกับสนามบิน ที่ดูเหมือนจะใกล้เคียงกันไปทุกๆ ที่ น่าแปลกที่สองอย่างนี้เหมือนกันอย่างประหลาด ตลาดประเทศนั้นเป็นอย่างไร สนามบินประเทศนั้นก็ไม่ต่างกัน
คงไม่ต้องบอกนะครับว่าสนามบินบ้านเราเป็นอย่างไร







