
ดร.เกตส์กับ 5 วิถีแห่งผู้นำ
ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ดร.โรเบิร์ต เกตส์ นับว่าเป็นบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงมาก เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ฯลฯ ต่อมาเมื่อสหรัฐกำลังจะแพ้สงครามอัฟกานิสถานและอิรัก จึงได้แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อปี 2549 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ ภายหลังรับตำแหน่งใหม่ๆ ขณะรับประทานอาหารที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงวัยกลางคนมาทักทายว่าเป็นคุณเกตส์หรือไม่ เขาตอบว่าใช่ เธอจึงกล่าวแสดงความยินดีที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม พร้อมกับพูดด้วยน้ำตานองหน้าว่ามีลูก 2 คน ไปรบที่อิรัก อยากให้ทั้งคู่กลับมาโดยปลอดภัย เขาสะเทือนใจมาก จึงปวารณาว่าทหารทุกคนถือเป็นลูกเป็นหลาน จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ดำเนินภารกิจอย่างปลอดภัย
เขาดำเนินยุทธศาสตร์ทางการทหารด้านต่างๆ เช่น ปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ ข่าวกรอง ฯลฯ ทำให้กองทัพสหรัฐกลับเป็นฝ่ายได้เปรียบอีกครั้งหนึ่ง จนได้รับยกย่องว่าเป็นรัฐมนตรีกลาโหมดีเยี่ยมที่สุดของสหรัฐ นับจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา และหลังลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เขาไปบรรยายวิชาการจำนวนมาก รวมถึงเขียนหนังสือหลายเล่มที่ขายดีมากระดับ Best Seller โดยล่าสุดเมื่อ ม.ค. 2559 ได้เปิดตัวหนังสือชื่อ A Passion for Leadership เล่าถึงประสบการณ์ทำงานยาวนาน 50 ปี ทำให้เรียนรู้เคล็ดลับของผู้นำที่ประสบผลสำเร็จหลายประการ
ประการแรก ต้องควบคุมอีโก้อย่างระมัดระวัง อย่าคิดว่าเก่งกว่าคนอื่น ต้องยกย่องชมเชยและให้เกียรติคนอื่น โดยยกตัวอย่างประธานาธิบดีบุช (ผู้พ่อ) ซึ่งพูดจาทักทายเป็นกันเองกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านหรือช่างซ่อมประจำทำเนียบขาว พร้อมทั้งต้องแสดงความเชื่อมั่นในผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
ประการที่สอง ต้องยึดมั่นในคุณธรรม ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ประการที่สาม ต้องมีวินัยในตัวเอง ควบคุมอารมณ์ไม่ฉุนเฉียวอย่าสร้างมลพิษขึ้นภายในองค์กร
ประการที่สี่ ต้องกล้าหาญ กล้าตัดสินใจ เช่น จุดอ่อนของกองทัพสหรัฐ คือ ขาดรถหุ้มเกราะลำเลียงพลที่ทนทานต่อแรงระเบิดที่ลอบวางไว้ตามถนน จึงสั่งปรับลดการซื้ออาวุธอื่นๆ และนำเงินมาจัดซื้อรถหุ้มเกราะแบบ MRAP มากถึง 2.7 หมื่นคัน
ประการที่ห้า ต้องมีอารมณ์ขัน แม้ต้องทำงานหนัก แต่จะต้องสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวา เพื่อทำงานอย่างสนุกสนาน
สุดท้ายนี้ เขากล่าวว่าผู้นำต้องสามารถกระตุ้นและจูงใจให้ทุกคนอยากทำงานด้วยและทุ่มเทกำลังกายและกำลังสมองเพื่อให้งานบรรลุความสำเร็จ หากปราศจากคุณสมบัติเช่นนี้ การดำรงตำแหน่งสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้นำ เป็นได้อย่างมากเพียงผู้บังคับบัญชาเท่านั้น







