posttoday
เกิดใหม่เพื่อความยั่งยืน   ยูสุเกะ อิเซยะ

เกิดใหม่เพื่อความยั่งยืน ยูสุเกะ อิเซยะ

18 กุมภาพันธ์ 2559

นายแบบ นักแสดง และผู้กำกับชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ยูสุเกะ อิเซยะ

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ... autoc-one.jp/ntv.co.jp

นายแบบ นักแสดง และผู้กำกับชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ยูสุเกะ อิเซยะ ผู้ซึ่งใบหน้าค่าตาของเขาสามารถพบเห็นได้ชีวิตประจำวันจากบิลบอร์ดซึ่งติดอยู่ริมถนน สถานีรถไฟฟ้า ฯลฯ ผลงานเรื่อง 13 Assassins, Tomorrow’s Joe รวมทั้งหนังฮอลลีวู้ด Blindness ทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และนอกเหนือจากงานบันเทิง หนุ่มวัย 40 คนนี้ยังอุทิศตนทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและโลกตามวิถีทางของเขาเอง ยูสุเกะ อิเซยะ เป็น “เซเลบ” ที่มีความคิดเห็นน่าสนใจ เขายังกล้าที่จะพูดออกมา แม้จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นตามหลังก็ตามที

ตอนอายุ 27 ปี ความฝันอันสูงสุดที่อยากจะเป็นผู้กำกับหนังของ ยูสุเกะ อิเซยะ ก็กลายเป็นจริง เมื่อมีงานเรื่อง Kakuto ออกมา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงความท้าทายในชีวิตซึ่งเหลืออยู่ พระเอกหนุ่มพบว่า โลกของเรามีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนอาหาร จำนวนประชากร เชื้อเพลิงฟอสซิล ฯลฯ “หากมองจากอวกาศลงมา คุณจะเห็นว่ามนุษย์ใช้และทิ้งทรัพยากรของโลกแบบโง่ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่แทนที่จะนั่งเศร้าหรือเสียใจที่สื่อกระแสหลักขาดของความสนใจในเรื่องนี้ ผมต้องการที่จะทำบางอย่างในเชิงรุกมากขึ้น” เพื่อประโยชน์ของคนในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญที่จะลองแก้ไขปัญหาเหล่านี้

สมัยเรียนภาพยนตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียวนั้น ยูสุเกะ อิเซยะ แวดล้อมด้วยศิลปินและนักสร้างสรรค์ เวลาที่พวกเขาทำงานก็จะมีวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เหลือใช้เสมอ “ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับวิธีนำทรัพยากรเหล่านั้นมาสร้างบางสิ่งบางอย่างซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้คนและสิ่งแวดล้อม” นั่นทำให้ Rebirth Project ราวกับเป็น “การกำเนิดใหม่อีกครั้ง” เพื่อสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน “ในความกลมกลืนกับธรรมชาติ”

รีเบิร์ต โปรเจกต์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 เป็นโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ หรือกิจการเพื่อสังคม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้ผู้คนค้นหาหนทางในการแก้ไขปัญหาของโลกด้วยตัวเอง ยูสุเกะ อิเซยะ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่สร้างกลุ่มอาสาสมัคร จึงตั้งเป็นบริษัทเพื่อจะได้ทำงานอย่างมีระบบระเบียบ ซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ต้องการจะลองทำในเรื่องคล้ายๆ กัน

บริษัทของ ยูสุเกะ อิเซะยะ เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์อาหาร ที่อยู่อาศัย และเสื้อผ้า ซึ่งเป็นปัจจัยจำเป็นของชีวิต พวกเขาส่งเสริมและช่วยชาวบ้านออกแบบและสร้างเฟอร์นิเจอร์จากเศษโลหะ ร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์สร้างกระเป๋าจากถุงลมนิรภัยที่ใช้แล้ว หนึ่งในความสำเร็จมากที่สุดของรีเบิร์ต โปรเจกต์ คือ การร่วมมือกับแบรนด์อเมริกันอย่างกางเกงยีนส์ลี ใช้ผ้ายีนส์ในสต๊อกมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทันสมัย โดยใช้เทคนิคการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิมพ์ภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 1980 งานของพวกเขาได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม

“เกือบทุกผู้ผลิตเสื้อผ้ามักจะมีสินค้าคงคลังที่ไม่มีการใช้ แต่เลือกที่จะซ่อนไว้ เพราะพวกเขาอายเกี่ยวกับเรื่องนี้” เขายังออกแบบชุดพนักงานให้บริษัทดังๆ ด้วยวัสดุรีไซเคิล “ผู้สร้างต้องใช้ทักษะของพวกเขาในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีมากกว่าของราคาถูก นั่นเป็นสิ่งที่ควรค่ากับการสร้างสรรค์และแสดงความรับผิดชอบ ถ้าคนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก็หมายความว่า เราก็จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกด้วยกัน”

เขาคิดว่า วิธีนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อผู้คนมาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ให้เงินหรืออาหารช่วยเหลือในเวลาที่มีสถานการณ์อะไรขึ้นมา

“ผมมีความสุขมากกับงานที่ทำ ถึงแม้ว่าตอนแรกจะมีความสงสัย แต่ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมาเกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น ผู้คนได้รับผลกระทบมากขึ้น คนก็เริ่มต้นคิดเกี่ยวกับวิธีการใช้พลังงานของพวกเขา เราต้องทำบางสิ่งบางอย่างสำหรับคนรุ่นอนาคต มันคงจะเป็นอาชญากรรม ถ้าเราไม่ได้พยายามที่จะทำอะไรบางอย่าง”

ทั้งงานบันเทิงและงานของบริษัททำให้หนุ่มคนนี้แทบจะไม่มีเวลาว่าง “ผมไม่สามารถทำงานด้วยวิธีอื่นได้ มีหลายๆ คนบอกว่า ผมมักจะรีบร้อนเกินไป คือ มนุษย์ทุกคนมีความผิดปกติในสมอง สำหรับผมมันเป็นความจริงที่ว่า ผมสูญเสียสมาธิอย่างรวดเร็ว ผมไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ได้ และมองหาความท้าทายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นี่เป็นวิธีที่ผมทำงาน ถ้าพยายามจะพักผ่อนเป็นเวลานานๆ ผมคิดว่าตัวเองคงจะเป็นบ้า”

ยูสุเกะ อิเซยะ เป็นคนดังที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์การเมืองญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะเรื่องการปากว่าตาขยิบในเรื่องนโยบายพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ “เราต้องส่งเสียงออกมาเพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งพยายามที่จะทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีกว่าในการใช้ชีวิตอยู่”

เขาให้การสนับสนุนคนที่มีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้มีเวทีในการแสดงความคิดต่อสาธารณะ ในฐานะคนดังเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่า เพราะจะมีคนฟังเสียง แต่หากเทียบกับคนดังอย่างเช่นในแวดวงฮอลลีวู้ด ยูสุเกะ อิเซยะ จึงเห็นว่าเขามีอิสระน้อยกว่ามาก

แต่ด้วยโอกาสที่มีในมือ ยูสุเกะ อิเซยะ ทำอย่างเต็มที่ “ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเราที่จะกำหนดอนาคตของตัวเอง”

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง