
สาวหัวใจศิลป์ อนามฤณ ดาวแก้ว
คําแปลง่ายๆ จากชื่อเธอคือ ไร้ซึ่งศัตรูทำร้ายทำลายได้ จูนอนามฤณ ดาวแก้ว (อะนามริน) บอกกับผม
คําแปลง่ายๆ จากชื่อเธอคือ ไร้ซึ่งศัตรูทำร้ายทำลายได้ จูนอนามฤณ ดาวแก้ว (อะนามริน) บอกกับผม
โดย....ณัฐพล ช่วงประยูร
จากเด็กสาวมาแตร์เดอีวิทยาลัย สายวิทย์คณิต ชอบนั่งหลังห้อง แถมมักไปอยู่กับเด็กศิลป์ภาษา เริ่มชัดเจนว่าตัวตนเธอชอบไปทางศิลปะมากกว่าวิชาการ และใจรักอิสระ คิดต่างจากเส้นทางที่เริ่มต้นมา
ความเป็นลูกสาวคนสุดท้องของบ้าน และมีแม่เป็นพีอาร์ไดเรกเตอร์ของโรงแรม 5 ดาว อย่าง โฟร์ซีซั่นส์ ประเทศไทย ไม่ได้ทำให้ จูน อนามฤณ จะเอาแต่ใจหรือเลือกได้ทุกอย่าง การที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยหลักได้ แต่แอบไปสมัครเรียนทางศิลปะนอกเมือง ก็บ่งบอกหัวใจเธอชัดว่านั่นแหละเป้าหมาย
แน่เสียยิ่งกว่าแน่ เพราะตลอด 3 ปี ของการทำงานที่ บริษัท ตือ โดยมีเซเลบและนักสร้างสรรค์อีเวนต์ตัวแม่อย่าง สมบัษร ถิระสาโรช เคี่ยวงานเข้มให้เธอตั้งแต่วันแรกที่ตกปากรับคำเข้าร่วมงาน ตอบเส้นทางงานที่นำศิลปะประยุกต์ของจูนได้ถึงกึ๋น
“เคยฝันจะเป็นสถาปนิก แต่พอทราบรายละเอียดงานจริง จุกจิก และไม่ตอบโจทย์ตัวเองเท่าไรนัก เลยเลือกไปเรียนนิเทศศิลป์ สาขาภาพถ่าย ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ช่วงแรกที่บ้านยังไม่ทราบ (หัวเราะ) แต่เพื่อนคุณพ่อที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่นก็เคลียร์ว่ามาทางนี้แล้วจะเป็นอย่างไร
จูนชอบสเกตช์ภาพยามว่าง งานถ่ายรูปก็เป็นกิจกรรมโปรด และก็หลงใหลในเสียงดนตรีแบบละเอียดยิบ รู้ตัวว่าจะทำงานเกี่ยวกับเรื่องศิลปะแน่นอน พอเรียนได้สักปีที่ 3 ทางจีเอ็มเอ็มก็มาเฟ้นคนไปร่วมทีมในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เราก็ได้ทำตรงนั้นอยู่ยาว 2 เทอม ว่างจากวันเรียนก็เข้าไปช่วยเรื่องงานสร้างสรรค์ ระดมความคิด หาไอเดียใหม่ๆ ทำรายการ หรือคอนเซปต์อัลบั้ม ก็มีที่ถูกนำไปใช้บ้าง
ช่วงส่งทีซิสก่อนจบปี 4 สัก 12 เดือน ก็ได้พบกับคุณตือ สมบัษร อยากทำงานกับเขา เพราะทึ่งในความสามารถและผลงาน เชื่อไหมคะ...คุยกันตอนเที่ยง เริ่มงานทันทีตอนบ่าย วันแรกคุณพ่อตกใจกลับบ้าน 8 โมงเช้า เพราะงานออร์แกไนซ์อีเวนต์ เราทำใจอยู่แล้วว่าหนักหนาอย่างไร แต่จากนั้น 3 ปีผ่านไป ก็ก้าวมาด้วยความรักและอดทน”
นอกจากการสร้างสรรค์สุดโต่งตามอีเวนต์เด็ดดวงที่เราเห็นตามสื่อ สิ่งที่เธอเรียนรู้จากหัวหน้าที่รัก คือ การสู้ และลุยงานหนัก “พี่ตือสามารถทำงานโดยไม่นอนข้ามวันได้ อย่างงานเสร็จดึกมาก เช้าต้องบินไปเชียงใหม่ แกก็ไปต่อเลย ไม่เคยงอแง อันนี้สุดยอดแล้ว และก็มักจะมีคติมาสอนเสมอๆ อย่างเช่น ‘ยอมรับ แต่ไม่ยอมแพ้’”
ประสบการณ์ดังกล่าวสร้างความประทับใจให้แก่เธอ และเธอก็มีความสนใจอื่นเป็นเป้าหมายรออยู่ หลังจากออกมาทำงานกับพ่อได้กว่า 1 เดือน เตรียมสร้างรากฐานที่ดีร่วมกับที่บ้านไปพลาง รอเวลาปีหน้าไปลุยศึกษาต่อเกี่ยวกับการออกแบบ ผลิต และจำหน่าย รองเท้าสตรี อย่างที่ตั้งใจ
“สนใจเรื่องรองเท้ามานาน เราชอบ คริสติยอง ลูบูแตง หรือแบรนด์ดังๆ ระดับโลก แต่ที่สุดแล้วก็ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ถูกใจ หรือใส่สบายตลอดเวลา คิดว่าน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ เลยตั้งใจไปเรียนคอร์สเกี่ยวกับการออกแบบรองเท้าที่ลอนดอน ทางบ้านก็เห็นชอบในเรื่องนี้ ตอนนี้ช่วยงานเว็บไซต์และกราฟฟิก บริษัท All Around.co.ltd กิจการเกี่ยวกับงานส่งออกนำเข้า และทัวร์ ของคุณพ่อไปพลางก่อน”
เธอไม่ได้แคร์ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงตัวเล็ก หรืออดีตเด็กสาวมาแตร์ฯ แต่เธอคือ “อนามฤณ”







