
ไอเท็มที่ขาดไม่ได้ นพ.เศรษฐวินท์ สัจจะพรเทพ
โดย...ภาดนุ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
โดย...ภาดนุ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
หนุ่มนักบริหารอนาคตไกลวัย 30 ปี นพ.เศรษฐวินท์ สัจจะพรเทพ หรือ หมอบิ๊ก เมดิคอล ไดเรกเตอร์ และหนึ่งในหุ้นส่วนของคลินิกความงามย่านพหลโยธิน “วานิสสา คลินิก” เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ที่ทำอะไรแล้วต้องจริงจัง รวมทั้งงานในสายอาชีพของเขาด้วย
“ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานของผมที่ วานิสสา คลินิก ก็คือ ดูแลด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับการรักษาทางด้านผิวพรรณ ความงาม รวมทั้งการศัลยกรรมทั้งหมดให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกันและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้มารับบริการ แต่ผมจะเข้ามาตรวจรักษาที่สาขาใหญ่แค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในกรณีที่มีเคสนัดผ่าตัดหรือมีคนไข้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษจริงๆ ผมถึงจะเข้ามา
แต่จริงๆ แล้วสัปดาห์นึงผมทำงาน 7 วันเลยล่ะ เนื่องจากเรามีหลายสาขา มีงานให้รับผิดชอบทุกวัน เห็นผมงานยุ่งแบบนี้ ผมก็มีวันหยุดหรือวันพักร้อนเหมือนกันนะ ถ้าได้หยุดผมจะชอบเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็ต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนว่าช่วงนั้นจะหยุดไปเที่ยวที่ไหน จะไปสักกี่วัน ซึ่งช่วงที่ผมไม่อยู่ หากมีคนไข้เร่งด่วนเข้ามาก็จะมีคุณหมอท่านอื่นคอยรับช่วงดูแลแทนครับ”
หมอบิ๊กบอกว่า คติประจำใจในการใช้ชีวิตและการทำงานของเขาก็คือ ทำทุกวันให้มีคุณค่าและทำให้ดีที่สุด เพราะงานของเขาเป็นงานที่ทำให้คนที่มาปรึกษาดูสวยและมั่นใจยิ่งขึ้น ฉะนั้นถ้าเขาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็ถือเป็นการช่วยให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
แหม สังเกตจากไลฟ์สไตล์การทำงานของหมอบิ๊กแล้ว ดูเหมือนว่าจะหาเวลาส่วนตัวยากเหลือเกิน แต่เจ้าตัวรีบบอกเลยว่า ถ้ารู้จักแบ่งเวลาจริงๆ ก็สามารถไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกเยอะ
“หลังจากทำงานเสร็จ ผมจะหาเวลาไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสในช่วงค่ำๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งอยู่เสมอ บางทีก็มีนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ เพื่อเป็นการเข้าสังคมบ้าง ไปดูภาพยนตร์ที่ตัวเองชอบบ้าง ก็ถือเป็นการพักผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานไปด้วยในตัว"
คุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คราวนี้มาดูของใช้ 7 อย่างในชีวิตประจำวันที่หมอบิ๊กบอกว่าขาดไม่ได้กันบ้าง
1.สมุดโน้ตจดคิว
“สมุดโน้ตนี่สำคัญ เพราะผมต้องใช้จดคิวในแต่ละวันว่าต้องไปไหน ทำอะไรบ้าง มีคิวนัดคนไข้มั้ย หรือต้องเข้าคลินิกกี่โมง เป็นต้น พูดง่ายๆ ว่าขาดสมุดโน้ตไม่ได้ ถ้าวันไหนลืมเอาไป จะเหมือนกับชีวิตในวันนั้นขาดแผนที่หรือจีพีเอสนำทางเลยละ ที่เลือกใช้สมุดโน้ตเพราะรู้สึกว่าพอเปิดมาแล้วมันเห็นคิวที่จดไว้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเลื่อนดูบนหน้าจอ อีกอย่างสมุดโน้ตสามารถจดได้เยอะและเห็นภาพโดยรวมของงานในแต่ละสัปดาห์ได้ง่ายกว่า ว่าอะไรที่ทำแล้ว หรืออะไรที่ลืมทำ เพราะปกติแล้วผมจะจดคิวงาน 7 วันต่อสมุดโน้ต 1 หน้า และสิ่งไหนที่ทำไปแล้วก็สามารถขีดฆ่าได้”
2.เอ็กซ์เทอร์นอล ฮาร์ดดิสก์
“อันนี้เอาไว้เก็บข้อมูลคนไข้ที่สำคัญๆ หรือเนื้อหาบางอย่างที่เป็นการอัพเดทความรู้ให้เรา เผื่อวันไหนจะเอามาอ่านก็สามารถหาได้ง่าย หรืออย่างวิดีโออัพเดทเกี่ยวกับเทคนิคในเรื่องความงามก็จะเก็บไว้ในนี้ด้วย เพราะมันจุไฟล์ได้เยอะมาก แค่เซฟข้อมูลต่างๆ แล้วดึงไปเก็บไว้ในนี้ก็สะดวกดีครับ ฮาร์ดดิสก์จึงถือว่าเป็นไอเท็มที่จำเป็นสำหรับผมมาก”
3.หนังสือ 48 Laws of Power
“เล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาซึ่งเป็นฮาวทูเกี่ยวกับการสร้างพลังในการใช้ชีวิตหลายๆ ด้าน ทั้งด้านความคิด บุคลิกภาพ และอื่นๆ ที่ให้ข้อคิดว่าเราจะทำยังไงให้ชีวิตเรามีพลังเพิ่มมากขึ้น หนังสือเล่มนี้เขียนโดย โรเบิร์ต กรีน ซึ่งเป็นเล่มที่สรุปเนื้อหามาจากเล่มใหญ่อีกที ด้วยความที่มันเป็นเล่มเล็ก ไม่หนา จึงพกพาง่าย สะดวกเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาอ่านได้เลย แล้วมันยังช่วยให้เรามีความฉลาดในการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วยครับ”
4.กล้องถ่ายรูป
“ผมมีความเชื่อว่าตัวเองถ่ายรูปไม่ขึ้น ถ่ายยังไงก็ดูไม่ดี พอมีคนบอกว่าให้ลองใช้กล้องมิร์เรอร์เลสดูสิ เพราะกำลังได้รับความนิยม ผมก็ไปซื้อมาบ้าง พอถ่ายแล้วรู้สึกว่าภาพที่ออกมามันสวยดี ทั้งรูปตัวเองและรูปอื่นๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศผมก็จะพกไปด้วย เพราะสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ใช้งานง่าย กล้องไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถดาวน์โหลดรูปผ่านไว-ไฟลงโซเชียลมีเดียได้เลย แม้เราจะไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ เราก็ถ่ายภาพออกมาได้สวย ผมเลยคิดว่า ถ้าจะเก็บภาพประทับใจไว้ ใช้กล้องแบบนี้แล้วมันคุ้มมากครับ”
5.แว่นกันแดด
“ผมต้องขับรถไปทำงานทุกวัน จึงต้องเจอกับแสงแดดบ่อยๆ การใส่แว่นกันแดดจึงช่วยได้ อีกอย่างผมทำเลสิกมาด้วย เวลาเจอแสงแดดจัดๆ เจอลมแรงๆ ก็จะทำให้ตาแห้งและแสบตา จึงต้องมีแว่นกันแดดคู่ใจ อันนี้ซื้อมาเพราะชอบดีไซน์ของมันที่ดูล้ำสมัยดี เลนส์แว่นก็หนา จึงกรองแสงยูวีได้ดี เวลาขับรถจึงจำเป็นมากๆ เพราะผมต้องขับรถไปทำงานหลายที่ แว่นกันแดดจึงช่วยป้องกันแสงสะท้อนบนถนนได้เป็นอย่างดี”
6.สเปรย์ฉีดปาก
“ผมมีนิสัยใส่ใจเรื่องสุขภาพช่องปากพอสมควร เพราะมันเป็นเรื่องของบุคลิกภาพที่ดูดี แม้จะแปรงฟันหรือบ้วนปากมาแล้ว แต่ผมจะนำสเปรย์ฉีดปากติดมาด้วยทุกครั้ง เพราะในช่วงระหว่างวันเมื่อเรากินอาหารบางอย่างเข้าไป หากเราไปคุยกับใครแล้วมีกลิ่นอาหารติดมาด้วย เขาก็จะรู้สึกไม่ดี ฉะนั้นเราต้องใส่ใจคนรอบข้างด้วย ผมจึงใช้สเปรย์ฉีดปากช่วยให้สดชื่นและรู้สึกมั่นใจอยู่เสมอ”
7.น้ำหอม
“ปกติผมฉีดน้ำหอมทุกวันก่อนออกจากบ้านอยู่แล้ว แถมยังพกขวดน้ำหอมติดกระเป๋ามานอกบ้านด้วย เพราะรู้สึกว่า 4-5 ชั่วโมงหลังจากฉีดน้ำหอมแล้ว ถ้ามีเหงื่อออกหรือรู้สึกไม่มั่นใจก็สามารถฉีดเพิ่มไปอีกหน่อยได้ ตัวเราก็จะหอมสดชื่นขึ้น น้ำหอมนอกจากช่วยกลบกลิ่นเหงื่อได้แล้ว มันยังช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจเวลาพบเจอคนอื่นด้วย แต่ควรเลือกกลิ่นที่สดชื่น ไม่ฉุนจนเกินไปด้วยนะครับ"







