
พ่อแม่หย่าร้างลูก จะอยู่อย่างไร
การหย่าร้างเป็นการสิ้นสุดชีวิตสมรส แต่ครอบครัวจะสิ้นสุดไม่ได้ต้องดำเนินต่อไปโดยมีผู้นำครอบครัวที่เป็นที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนคนเดียว จริงๆ แล้วการหย่าร้างที่ดีต้องเตรียมตัวก่อนหย่าเพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับเด็กภายหลัง เช่น อาจทำให้ซึม เหม่อลอย การเรียนต่ำ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้นพอมีเรื่องเคลียร์ไม่ได้ก็หย่าฉะนั้น พ่อแม่ควรทำอย่างไรไม่ให้ผลกระทบไปตกที่ลูก ขณะเดียวกันเมื่อหย่าแล้วลูกก็ยังอยู่อย่างมีความสุข เหมือนว่าพ่อกับแม่ยังอยู่กับเขาเสมอ พญ.สุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา มีคำแนะนำ ดังนี้แม้จะหย่าปุบปับก็ควรบอกให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ยังรักลูกเหมือนเดิม และให้ลูกเข้าใจว่าการที่พ่อแม่ตัดสินใจเช่นนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเขาเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่สองคนและบอกให้เขารู้ด้วยว่าจะมีโอกาสพบพ่อหรือแม่ซึ่งไม่ได้อยู่กับเขาได้เมื่อใดอย่างไร
การหย่าร้างเป็นการสิ้นสุดชีวิตสมรส แต่ครอบครัวจะสิ้นสุดไม่ได้ต้องดำเนินต่อไปโดยมีผู้นำครอบครัวที่เป็นที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนคนเดียว จริงๆ แล้วการหย่าร้างที่ดีต้องเตรียมตัวก่อนหย่าเพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับเด็กภายหลัง เช่น อาจทำให้ซึม เหม่อลอย การเรียนต่ำ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้นพอมีเรื่องเคลียร์ไม่ได้ก็หย่าฉะนั้น พ่อแม่ควรทำอย่างไรไม่ให้ผลกระทบไปตกที่ลูก ขณะเดียวกันเมื่อหย่าแล้วลูกก็ยังอยู่อย่างมีความสุข เหมือนว่าพ่อกับแม่ยังอยู่กับเขาเสมอ พญ.สุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา มีคำแนะนำ ดังนี้แม้จะหย่าปุบปับก็ควรบอกให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ยังรักลูกเหมือนเดิม และให้ลูกเข้าใจว่าการที่พ่อแม่ตัดสินใจเช่นนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเขาเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่สองคนและบอกให้เขารู้ด้วยว่าจะมีโอกาสพบพ่อหรือแม่ซึ่งไม่ได้อยู่กับเขาได้เมื่อใดอย่างไร
หย่าแล้วอย่าเล่าถึงความเลวร้ายของอีกฝ่ายหนึ่งให้ลูกฟัง หรืออย่าทำตัวไม่ยอมให้ลูกมีโอกาสพบพ่อหรือแม่ของเขา หรือระบายอารมณ์โกรธใส่ลูกเป็นอันขาด ฯลฯ เพราะเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง
ไม่ว่าลูกจะแสดงความโกรธพ่อหรือแม่ที่เป็นฝ่ายจากไป จงทราบเถิดว่าส่วนลึกเขายังโหยหาอยากได้พ่อหรือแม่กลับคืนมา เพียงแค่โกรธที่พ่อหรือแม่ไม่อยู่กับเขา ควรเห็นใจและเข้าใจความต้องการของเขา แต่บอกให้เขารู้ว่าความเป็นจริงพ่อหรือแม่จะไม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกแต่เขามีโอกาสพบพ่อหรือแม่เสมอ
ควรอยู่พร้อมหน้ากันในโอกาสสำคัญๆ ของลูกเช่น วันเกิด วันรับปริญญา หรือยามที่ลูกเจ็บป่วยไม่ว่าจะยังโกรธหรือขมขื่นต่อกันเพียงใดก็ควรแสดงความรักช่วยเหลือยามลูกเจ็บป่วย และไม่ว่าจะยังโกรธเกลียดการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งเพียงใดก็อย่าได้พูดหรือทำประชดลูก เด็กไม่ใช่แพะรับบาปซึ่งไม่ควรถูกยัดเยียด และอย่าแสวงหาความเป็นพวกจากลูก เด็กมีสิทธิเข้าข้างพ่อหรือแม่ด้วยความรู้สึกของเขาเอง
ควรปฏิบัติต่อลูกด้วยความรักและให้ความอบอุ่นเหมือนเดิม ไม่ว่าเราจะเป็นผู้อยู่หรือผู้จากไป ถ้าเปน็ ฝ่ายจากไปลูกอาจมีปฏิกิริยาบา้งเมื่อพบกัน ให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่าแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อลูกในทางลบแล้วเด็กจะค่อยๆ เข้าใจเอง และรับรู้ว่าเรายังรักเขาเหมือนเดิม
พยายามรักษาสภาพความเป็นอยู่ให้ใกล้เคียงชีวิตครอบครัวเดิมของลูกให้มากที่สุดเท่าที่สถานการณ์เอื้อ เพื่อมิให้ลูกรู้สึกว่าเมื่อเขาขาดพ่อแม่ไปเขาจะต้องขาดทุกสิ่งทุกอย่างไปสิ้น อย่าห้ามเขามิให้พูดถึงพ่อหรือแม่ที่เขาขาดไปเพราะเด็กมีสิทธิคิดถึงพ่อหรือแม่และคิดอยากให้กลับมา ควรให้โอกาสระบายความรู้สึก เข้าใจและเห็นใจในความต้องการของเขาแล้วลูกจะพูดถึงน้อยลงเองตามเวลาที่ผ่านไป







