
จัดการเงินด้วยแนวคิดแบบกระปุก
ฮาร์ฟ เอ็คเคอร์ นักพูดนักเขียนด้านการเงินชื่อดัง แนะนำวิธีการจัดการด้านการเงินให้มีระบบและได้ประสิทธิภาพสูงสุดที่สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่มหาเศรษฐีไปจนถึงเงินเดือนระดับหมื่นต้นๆ ด้วยแนวคิดแบบกระปุก ซึ่งฮาร์ฟแนะว่าให้แบ่งบัญชีเงินออมออกเป็น 6 กระปุก ไว้ในหนังสือคู่มือบริหารเงินอย่างชาญฉลาด ดังนี้บัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน แบ่ง 10% ของเงินเดือนหรือรายได้เข้าบัญชีนี้โดยไม่นำมาใช้จ่ายเลยและสัญญากับตัวเองว่าจะถอนหรือนำเงินในบัญชีนี้มาใช้ก็ต่อเมื่อจะนำมาลงทุนเพื่อผลกำไรเท่านั้นบัญชีออมทรัพย์ระยะยาว เก็บรายได้ 10% ของคุณไว้ในบัญชีนี้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต เช่นดาวน์บ้าน ดาวน์รถ หรือใช้ยามฉุกเฉิน โดยกำหนดเวลาการฝาก เช่น 12 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือนแม้เงินฝากประเภทนี้จะมีดอกเบี้ยไม่มาก แต่เหมาะมากกับคนที่วางแผนการเงินที่ชัดเจนหรือตั้งใจจะเก็บเงินก้อนให้ได้
ฮาร์ฟ เอ็คเคอร์ นักพูดนักเขียนด้านการเงินชื่อดัง แนะนำวิธีการจัดการด้านการเงินให้มีระบบและได้ประสิทธิภาพสูงสุดที่สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่มหาเศรษฐีไปจนถึงเงินเดือนระดับหมื่นต้นๆ ด้วยแนวคิดแบบกระปุก ซึ่งฮาร์ฟแนะว่าให้แบ่งบัญชีเงินออมออกเป็น 6 กระปุก ไว้ในหนังสือคู่มือบริหารเงินอย่างชาญฉลาด ดังนี้บัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน แบ่ง 10% ของเงินเดือนหรือรายได้เข้าบัญชีนี้โดยไม่นำมาใช้จ่ายเลยและสัญญากับตัวเองว่าจะถอนหรือนำเงินในบัญชีนี้มาใช้ก็ต่อเมื่อจะนำมาลงทุนเพื่อผลกำไรเท่านั้นบัญชีออมทรัพย์ระยะยาว เก็บรายได้ 10% ของคุณไว้ในบัญชีนี้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต เช่นดาวน์บ้าน ดาวน์รถ หรือใช้ยามฉุกเฉิน โดยกำหนดเวลาการฝาก เช่น 12 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือนแม้เงินฝากประเภทนี้จะมีดอกเบี้ยไม่มาก แต่เหมาะมากกับคนที่วางแผนการเงินที่ชัดเจนหรือตั้งใจจะเก็บเงินก้อนให้ได้
บัญชีเพื่อการเรียนรู้ เป็นอีก 10% ของรายได้ แต่หลายคิดมักคิดว่าไม่จำเป็น แต่รู้หรือไม่การนำเงินก้อนนี้ไปเรียนรู้เพิ่มเติมเท่ากับเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง
บัญชีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น บัญชีนี้ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้โดยแบ่งมาใช้50% ของรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่นค่าเดินทาง โทรศัพท์ อาหารเป็นต้น
บัญชีเพื่อการผ่อนคลายกระปุกนี้ก็ต้องหยอดให้ได้10% อย่างสม่ำเสมอ เป็นกำลังใจในการเก็บเงิน ก้อนนี้ใช้สำหรับพักผ่อน ช็อปปิ้งฯลฯ เพราะการได้ใช้เงินที่เก็บออมมาบ้างจะทำให้เราเก็บเงินอย่างมีความสุขมากขึ้น
บัญชีสำหรับการให้ เป็น 10% สุดท้ายของการบริหารจัดการเงินก้อน ทำไมต้องมีบัญชีนี้ คำตอบของฮาร์ฟก็คือเพราะการให้จะทำให้ชีวิตของเรามีความหมายและไม่แห้งแล้ง การแบ่งปันสิ่งที่พอมีให้กับคนอื่นบ้างจะทำให้เราชุ่มชื่นใจเมื่อได้นึกถึง







