
สุนัขจรจัด แมวจรจัด ปัญหาของคนหรือปัญหาของสัตว์
อ.อิทธิพล ปรีติประสงค์
โดย...อ.อิทธิพล ปรีติประสงค์ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ สถานิติบัญญัติแห่งชาติ
นับเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วนับตั้งแต่กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมและคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2557 เป็นต้นมา ซึ่งผลจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้มีผลให้เกิดการป้องกันการทารุณกรรมรวมทั้งการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์อย่างไรก็ตาม พบว่า ยังไมได้มีการดำเนินการทั้งในเรื่องของการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมรวมทั้งการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ เป็นผลให้ยังไม่มีการจัดทำแผน มาตรการ แนวทางในการป้องกันการทารุณกรรม และ การคุ้มครองสวัสดิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนให้กับหน่วยงาน องค์กรในฐานะที่เป็นองค์กรจัดสวัสดิการสัตว์และ สถานสงเคราะห์สัตว์ดังนั้น จึงยังไม่มีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการดำเนินการให้กับองค์กรจัดสวัสดิการสัตว์และ สถานสงเคราะห์สัตว์ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมปศุสัตว์ตามบทบัญญัติของกฎหมายฉบับดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะกำลังขยายตัวมากขึ้น ทั้งจำนวนสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งที่มีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งอยู่แล้วก็ยังไม่ได้รับการดูแลและจัดการปัญหาได้อย่างเต็มที่อีก ทั้งแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดูแลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งก็ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ปัญหานี้ยังไม่รวมถึง ปัญหาด้านทัศนคติความเข้าใจระหว่างกลุ่มผู้รักสัตว์และเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการต่อสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง
เพื่อทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายและการจัดการปัญหาในเรื่องนี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะขึ้น โดยมีครูหยุย (นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์) ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้น 3 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมาธิการศึกษา
ผลจากการจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการของคณะกรรมาธิการฯเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์ปัญหา รวมทั้ง รับฟังแนวทาง ข้อเสนอแนะในการจัดการปัญหา โดยเชิญทั้งหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ภาควิชาการ และ กลุ่มผู้ดูแลและให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งมาร่วมระดมความคิดเห็น พบว่าปัญหาสำคัญในเรื่องการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ คือ (1) ยังมีการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะทำให้มีจำนวนสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะเพิ่มมากขึ้น (2) การแพร่พันธุ์ของสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะจากการผสมพันธุ์ของสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเพราะการไม่ได้ทำหมันสัตว์ในที่สาธารณะให้ครบทุกตัวอีกทั้ง การฉีดยาคุมกำเนิด หรือ การทำหมันแบบที่ไม่ได้เป็นการตัดมดลูกออก เป็นผลให้สัตว์เหล่านี้สามารถแพร่พันธุ์ได้อยู่ และ (3) ปัญหาด้านทัศนคติระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและกลุ่มผู้ดูแลสัตว์ทั้งในเรื่องของการ ทำสัญลักษณ์สัตว์ที่ทำหมันแล้วโดยการขลิบใบหูการจับสัตว์ที่อยู่ในที่สาธารณะเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำหมัน ฉีดวัคซีน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากผู้ดูแลสัตว์ไม่นับรวมปัญหาในการจัดทำมาตรการเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน หน่วยงาน องค์กรที่ดูแลสัตว์ของภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน
ในด้านของการแสวงหาแนวทางในการจัดการปัญหา เมื่อวันที่ 6 ถึง 7 กุมภาพันธ์พ.ศ.2559 คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีเพื่อศึกษาแนวทางในการดูแลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งที่ดำเนินการของสถานสงเคราะห์สุนัขใน 2 แห่ง คือ (1) ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในอำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานีที่สามารถรองรับสุนัขได้กว่า 8,000 ตัว โดยศูนย์ฯนี้รับสุนัขที่ถูกทอดทิ้งมาจาก ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด ในเขตประเวศน์กรุงเทพมหานคร ที่จะส่งมาจากศูนย์ควบคุมสุนัขประเวศร์เฉลี่ยเดือนละ 200 ตัว ปัจจุบนมีสุนัขที่อยู่ในศูนย์พักพิงสุนัข อ.ทัพทันประมาณ 5,000 ตัว โดยใช้งบประมาณจากกรุงเทพมหานครประมาณเดือนละ 600,000 บาท และ (2) ตัวอย่างของการรับดูแลสุนัขที่ถูกทอดทิ้งที่ดำเนินการของมูลนิธิบ้านอบอุ่น ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยเอกชนที่รองรับสุนัขที่ถูกทอดทิ้งประมาณ130 ตัว ใช้ระบบการระดมทุนจากการรับบริจาคจากผู้บริจาคและรับสุนัขไว้อุปการะโดยการบริจาคในอัตราเดือนละ 500 บาท ต่อสุนัข 1 ตัว
จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับการทอดทิ้งสัตว์และการดูแลให้ความคุ้มครอง การจัดสวัสดิการให้กับสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งยังคงเป็นปัญหาหนักใจของทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และ ผู้รักสัตว์ที่ให้การดูแล สงเคราะห์สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่า การจัดการปัญหาในเรื่องนี้ยังคงเป็น ไม้เบื่อไม้เมาระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้รักสัตว์
เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาเรื่องสัตว์ในที่สาธารณะ ทางอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ เสนอแนวทางในการจัดการปัญหาโดยต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังใน 3 เรื่อง คือ (1) การหยุดการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะให้ได้เพื่อลดปริมาณของสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะ (2) การควบคุมปริมาณของสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะไม่ให้มีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะการแพร่พันธุ์ของสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง โดยต้องมีการดำเนินการ "ตอน" สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งให้ได้ทุกตัว เและ (3) เร่งดำเนินการตามกฎหมายในการจัดสวัสดิการ และ ระบบการสนับสนุน ช่วยเหลือให้กับหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่ดูแลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งทั้งที่อยู่ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนหรือบุคคล
ซึ่งต้องมาดูกันต่อไปว่า จะนำไปสู่การจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ .....







