posttoday
‘ดอกไม้’ ควรบานเมื่อถึงเวลา

‘ดอกไม้’ ควรบานเมื่อถึงเวลา

03 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ปูปรุง

โดย...ปูปรุง

เริ่มต้นปีมาได้เพียงหนึ่งเดือน ดูเหมือนว่าข่าวใหญ่ของการสูญเสียพระเอกน้ำดีคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน จะสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนในสังคมมากพอสมควร ไม่เว้นแม้แต่ตัวฉันเองด้วย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะปอมีความเป็นพระเอกตัวจริงทั้งในและนอกจอ เขาคือนักแสดงหนึ่งในไม่กี่คนของวงการบันเทิงไทยที่ทิ้ง “ชื่อเสียง” และ “ความดี” ที่สร้างไว้ให้พูดถึงเรื่องแล้วเรื่องเล่าแม้ตัวจะจากโลกนี้ไปแล้ว และก็เหมือนที่ทุกคนรับรู้ สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับข่าวคราวการป่วยและการรักษาตัวของปอครั้งนี้ คือการที่เราได้รู้จักกับ “ซุป’ตาร์สามจุก” ที่แสนน่ารัก

น้องมะลิ ลูกสาวตัวน้อยของปอ ด้วยความน่าเอ็นดู สดใสไร้เดียงสาของน้องมะลิตัวน้อยนี้เอง ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า บรรยากาศที่ดูเหมือนจะเป็นสีเทากลับถูกระบายให้สดชื่นขึ้นจริงๆ ยามที่เห็นน้องปรากฏตัวแต่ละครั้งท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่คอยรอรายงานความคืบหน้า และนี่คงเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศ ต่างอธิษฐานส่งใจช่วยเพื่อให้พ่อจ๋าของน้องหายป่วยไวๆ และก็เป็นเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกเมื่อเข้ารับการรักษาใหม่ๆ จนกระทั่งส่งความอาลัยในวันสุดท้ายที่พ่อจ๋าของน้องต้องจากไป

ย้อนหลังไปสองวันก่อนหน้าที่ฉันจะเขียนต้นฉบับนี้ วันนั้นตรงกับวันที่เพิ่งเสร็จสิ้นการลอยอังคารปอพอดี บังเอิญฉันเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งซึ่งเขียนว่า “น้องมะลิ มีงานรุมตรึม” บอกตรงๆ ว่า เมื่ออ่านพบก็แอบรู้สึกกังวลใจลึกๆ อยู่คนเดียว แต่ก็ยังไม่ได้อ่านเนื้อข่าวข้างใน จนภายหลังถึงได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องจริงที่เอเยนซี, Events Organizer ต่างพากันรุมจีบเสนองานนับร้อยชิ้นให้น้องมะลิมาโชว์ตัว หรือเพื่อมาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าจริงๆ

หากเท่าที่ทราบล่าสุด คือทางครอบครัวน้องยังไม่ได้ตอบตกลงรับงานใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลว่ายังไม่ใช่เวลาที่พร้อม และทุกคนต่างก็กำลังอยู่ในความโศกเศร้า ได้ข่าวเพียงแค่นี้ก็รู้สึกดีใจและขอชื่นชมในทัศนคติของคนดูแลเรื่องการรับงานบันเทิงให้กับน้องมะลิ ซึ่งก็เป็นบุคคลคนเดียวกันที่เคยดูแลเรื่องนี้ให้กับปอด้วย ที่ใช้ความปรารถนาดีและความมีเมตตาอย่างแท้จริงในการตัดสินใจ

ในความเป็นแม่คนหนึ่ง มองว่าเด็กน้อยคือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้กับโลก และพวกเขาควรได้รับการตอบแทนกลับด้วยการดูแลแบบเป็นธรรมชาติด้วยเช่นกัน ความเป็นธรรมชาติในที่นี้ก็คือ การได้มีโอกาสเล่น เรียนรู้ และพักผ่อนอย่างเหมาะสมตามวัย เขาควรจะเติบโตและถูกปลูกฝังในสิ่งที่ผ้าขาวจำเป็นต้องได้รับก่อน ซึ่งก็คือพัฒนาการและการได้เรียนรู้ทักษะเพื่อการดำรงชีพของตัวเองไปตลอดชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาจากธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัวเด็กนั่นเอง

พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งในอินเดีย ประเทศต้นทางแห่งวัฒนธรรมหรือปรัชญาลึกซึ้งมากมายของโลก สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ศานตินิเกตันซึ่งมีความหมายว่าดินแดนแห่งความสงบและสันติ ที่นี่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานทดลองการศึกษาในอุดมคติของท่าน รบินดรนาถ ตะกอร์ หรือที่เราคุ้นชื่อในนาม รพินทรนาถ ฐากุร ผู้เป็นเจ้าของผลงานอันเป็นที่รู้จักอาทิ เช่น คีตาญชลี บทกวีจันทร์เสี้ยว ฯลฯ รวมถึงเพลงชาติอินเดีย

ต่อมาภายหลังโรงเรียนใต้ต้นไม้แห่งนี้ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย “วิศวภารตี” โดยมีความหมายว่า “สถานอันเป็นที่พักพิงแห่งโลก” เอกลักษณ์ที่น่าสนใจมากๆ ของที่นี่นอกเหนือไปจากภูมิทัศน์สีเขียวครึ้มร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยแล้ว ก็คือปรัชญาเรื่องการศึกษาที่ต้องการให้เด็กๆ หลุดพ้นไปจากห้องเรียนแคบๆ สู่ห้องเรียนที่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและโลก เพราะเชื่อว่าการได้ปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติคือการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ เป็นบทเรียนเล่มแรกที่ปลูกฝังทั้งการเรียนรู้และจินตนาการ สามารถส่งผลดีกับเด็กทั้งเรื่องสุขภาพกายและใจ ส่งผลถึงการพัฒนาสมอง ความคิด รวมถึงพัฒนาศักยภาพในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล ซึ่งจะกลายเป็นพัฒนาการของสมองขั้นสูงในเวลาต่อมา

“ทุกๆ เช้า ...เด็กๆ จะเก็บดอกไม้จากบ้านมาฝากคุณครูประจำชั้น เราเน้นให้เด็กมีความสุขกับการได้ชื่นชมดอกไม้ ซึ่งเป็นผลผลิตที่สวยงามที่สุดของธรรมชาติ สอนให้เด็กคุ้นเคยกับการฟังเสียงนกร้อง ซึ่งนกก็สำคัญพอๆ กับดอกไม้ เมื่อนกร้องครูจะให้เด็กเงี่ยหูฟังและชวนกันทายว่าเป็นเสียงของนกอะไรเพื่อปลูกฝังสุนทรียะให้กับเด็กๆ ท่านตะกอร์ได้ประพันธ์เพลงไว้มากกว่าพันเพลง เพลงที่รำพันถึงความงดงามของธรรมชาติ ...นั่นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเรื่องที่เราสอน “การพึ่งพิงอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ” และโชคดีที่ศานตินิเกตันมีความหลากหลายของฤดูกาล มีฤดูฝน ใบไม้ผลิ ร้อน มรสุม ใบไม้ร่วง ปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาว เราสอนให้เด็กๆ ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่นและรู้สึกถึงความแตกต่างของฤดูกาล” (--หนังสืออินเดียใต้ต้นไม้: ‘ศราดีดี้ )

ตัวอย่างข้อความนี้ สะท้อนภาพให้เราได้กลับมาฉุกคิดถึงเด็กๆ และวิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อเด็กๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านจิตใจ อิทธิพลของสื่อทางเทคโนโลยีที่ยากเกินควบคุมอันมีผลมาจากการแข่งขัน ความต้องการให้เป็นที่นิยม และผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะตามมาล้วนเป็นภาพซึ่งมีอยู่จริงและหาได้ในแทบจะทุกครัวเรือนโดยผ่านสื่อโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน บางครั้งพ่อแม่ของเด็กหลายต่อหลายคนก็ใช้สื่อเหล่านี้เป็นพี่เลี้ยงหรือทิ้งเอาไว้ให้อยู่กับลูกของตนเองวันละเป็นเวลานานๆ โดยขาดการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งถึงผลได้เสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ใช่หรือไม่ว่า เพราะการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์เหล่านี้ในสังคมยุค 4จี ทำให้เราเริ่มเห็น “ความเป็นเด็ก” น้อยลงในตัวเด็กหลายๆ คนมากขึ้นทุกที และเราจึงตกหลุมรักน้องมะลิมากมายเพราะหนูน้อยคนนี้ยังมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้เป็นจริงๆ นั่นคือเป็นดอกไม้ที่ยังคงค่อยๆ แย้มบานสดใส สมวัย สมเวลา

คงน่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าหาก (ดอกมะลิ) ดอกนี้และดอกไม้อีกหลายๆ ดอกในสวนโลกบนใบนี้ จะต้องถูกเร่งให้บานเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็น &O5532;

เกี่ยวกับผู้เขียนปูปรุง หรือ ปริยกร วิศาลโภคะ นิเทศศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีงานเขียนแนวมองโลกสวยงามตามความเป็นจริง และ แนวพัฒนาตัวเอง+ธรรมประยุกต์ ปัจจุบัน เปิดแฟนเพจชื่อ ปูปรุง

Email address : [email protected] www. facebook.com /pages/ปูปรุง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท