
ปั่นจักรยาน ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด!!!
ผมมีโอกาสปั่นจักรยานตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากจักรยานสามล้อ กระทั่งปั่นจักรยานไปโรงเรียนตอนประถม
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
ผมมีโอกาสปั่นจักรยานตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากจักรยานสามล้อ กระทั่งปั่นจักรยานไปโรงเรียนตอนประถม
สมัยเด็กช่วงวัย 8-10 ขวบ ผมอยู่ในบ้านที่เป็นครอบครัวใหญ่ ช่วงปิดเทอมลูกหลานซึ่งวัยไล่เลี่ยกันจะมาอยู่รวมกันในบ้าน วิ่งเล่นสนุกสนานตั้งแต่ตื่นเช้ายันเข้านอน
พวกเรามีกันทั้งหมด 5 คน นอนรวมกันที่หน้าทีวี เช้าตรู่เราจะออกมาปั่นจักรยานที่มีอยู่ 2 คัน ซ้อนท้ายซ้อนหน้า ขี่ลัดเลาะไปตามซอกซอยจากดอนเมืองทะลุไปถึงเมืองทองธานี เพื่อซื้อหมูปิ้งมาแบ่งกันกิน สายๆ เราจะขี่กลับมาถึงบ้านเพื่อกินข้าวเช้าอีกครั้งรอบหนึ่ง
ทำอยู่อย่างนั้นทุกวันในช่วงปิดเทอม โดยไม่เกียจคร้านในการต้องตื่นแต่เช้า (ผิดกับตอนไปโรงเรียนไม่อยากจะตื่นเช้า 555)
กระทั่งช่วงเรียนมัธยมศึกษา พี่น้องต่างเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น การปั่นจักรยานเล่นแบบเด็กๆ ไม่มีอีกแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย และใช้ชีวิตตามวิถีของตัวเอง
ผมกลับมามีจักรยานอีกครั้งสมัยเริ่มทำงาน หลังจากย้ายบ้านมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ย่านชานเมือง
ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านใหญ่มาก และบ้านผมอยู่ท้ายซอย การออกมาทำงานหรือซื้อข้าวของ จึงเป็นเรื่องขี้เกียจและลำบากพอสมควร จึงตัดสินใจซื้อจักรยานราคาประหยัดจากห้างสรรพสินค้าค้าปลีกที่ชื่อคุ้นหู
ผมปั่นจักรยานคันนั้นได้ระยะหนึ่ง ทุกอย่างเริ่มผุพังไปตามสภาพ จากจักรยานใหม่ๆ ที่ต้องคล้องโซ่ล็อกเพราะกลัวหาย กลายเป็นจักรยานเก่าที่จอดไว้โดยไม่ต้องล็อก เพราะไม่กลัวหายอีกต่อไปแล้ว
กระทั่งวันหนึ่ง ผมลงจากรถตู้หน้าหมู่บ้าน หลังกลับจากทำงาน ก็ไม่พบจักรยานคันนั้นในจุดที่จอดอีกต่อไป มันน่าจะโดนขโมยไปซะแล้ว ผมเลยไม่ซื้อจักรยานอีก เปลี่ยนเป็นเดินออกมาหน้าหมู่บ้านทุกวัน กระทั่งเปลี่ยนมาซื้อรถยนต์ในการขับมาทำงานแทน
หลังจากนั้นผมไม่ได้ขี่จักรยานอีกหลายปี กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ผมได้รับคำแนะนำจากพี่ที่นับถือท่านหนึ่ง ให้ออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน เพราะสามารถลดน้ำหนักและความดันโลหิตสูงได้ ผมกลับมาอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอยู่หลายวัน จนไปที่ร้านจักรยาน และเลือกจักรยานคันที่ราคาถูกที่สุด เพื่อใช้ไปปั่นออกกำลังกาย
ผมปั่นจักรยานคันนั้นอยู่ได้ระยะหนึ่ง พบว่าจิตใจเริ่มไขว้เขว เพราะเห็นจักรยานคันอื่นที่สวยงามขี่แซงเราไป
จริงๆ แล้วความแรงและเร็วของรถอาจเป็นส่วนหนึ่งจากอุปกรณ์ ซึ่งท้ายสุดแล้ว แรงขาของเราเองมีความสำคัญที่สุด แต่ตอนนั้นเหมือนหน้ามืดตามัว อยากมีจักรยานสวยๆ และแรงๆ แบบคนอื่นบ้าง จึงควักเงินในการซื้อจักรยานมาเพิ่ม
ส่วนคันเก่า เนื่องจากไม่มีที่เก็บ และมัวแต่ขี่คันใหม่ เลยตัดสินใจประกาศขายในอินเทอร์เน็ต ผมขายจักรยานในอินเทอร์เน็ตในรอบไม่กี่เดือนมาแล้ว 3 คัน การปล่อยจักรยานไม่ยากเลย จักรยานทำหน้าที่ของตัวมันเองให้นักซื้อติดต่อเข้ามาอย่างรวดเร็ว และได้ราคาดีตามที่ผมคาดหวังไว้ทุกคัน
มีเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง ผมพบว่า คนที่มาซื้อจักรยานของผมไปดูแลต่อ เขาน่าจะไม่ใช่พ่อค้าที่มารับซื้อ เพื่อซื้อมาขายไป แต่น่าจะเป็นนักปั่นตัวจริง เพราะซื้อในราคาสูงที่ไปขายต่อลำบาก และส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์การปั่นติดรถตอนมาซื้อด้วยเสมอ สิ่งที่ทำให้ผมขำคือ ทุกรายใช้มุขอ้อนในการขอลดราคาว่า ซื้อไปให้ลูกขี่ ซึ่งผมไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ก็ทำให้ผมใจอ่อนทุกที และมักแถมอุปกรณ์ต่างๆ ไปด้วยเสมอ เพราะอยากให้เด็กขี่ด้วยความปลอดภัย
ทุกวันนี้ผมมีจักรยานในครอบครอง 4 คัน ไม่น่าเชื่อว่าในระยะเวลาไม่กี่เดือน ผมจะติดโรคงอกจักรยานได้มากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนประหยัด และวางแผนการใช้จ่ายเงินพอสมควร
ผมพยายามสลับปั่นทุกคัน ข้อดีของการมีจักรยานหลายคัน ทำให้เวลาเรารู้สึกเบื่อในการปั่น ก็สามารถเปลี่ยนคันได้ ตอนหลังผมติดการปั่นจักรยานพับมาก เพราะเดินทางบ่อย ยกใส่ท้ายรถไว้ เวลาว่างก็เอามากางปั่นทั้งเช้าและเย็น
หลังจากปั่นจักรยานมาได้ระยะหนึ่ง ผมพบว่าความดันโลหิต ซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มมีคนมาทักว่าผมผอมลง อันนี้เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ตื่นมาปั่นจักรยานในตอนเช้ามืดได้
การปั่นจักรยานทำให้เพื่อนใน Facebook ได้เข้ามาคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องจักรยาน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อาจเป็นเพื่อนกันแต่ไม่มีเรื่องจะคุยกัน พอมีประเด็นจักรยานก็ได้แลกเปลี่ยนสอบถามข้อมูลกัน และยังพบว่าเพื่อนหรือคนรู้จักหลายคนก็หันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานเช่นกัน
ผมโพสต์ภาพจักรยานลงใน Facebook หลายครั้ง จนกระทั่งพี่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนใน Facebook ได้ส่งข้อความมาหา บอกว่าจะช่วยฟิตติ้งจักรยานให้ การฟิตติ้งจักรยานคือการปรับแต่งจักรยานให้เข้ากับสรีระของเรา เพื่อลดอาการบาดเจ็บและเมื่อยล้าจากการปั่นจักรยานตอนแรกผมคิดว่าเป็นการฟิตติ้งเบื้องต้น ปรับแต่งด้วยสายตาตามตำราในอินเทอร์เน็ตทั่วไป ที่ไหนได้ พี่ท่านนี้เปิดร้านรับทำฟิตติ้งจักรยานโดยตรง ทั้งๆ ที่ผมรู้จักพี่คนนี้ในนามของสื่อมวลชนอาวุโส (ระดับบรรณาธิการบริหาร) ของรายการข่าวชื่อดังของเมืองไทย
ระหว่างการทำฟิตติ้ง ผมเริ่มใจตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่าพี่เขาจัดเต็มตั้งแต่การวัดสรีระ การเช็กสภาพกล้ามเนื้อความแข็งแรงของร่างกาย จากนั้นทดสอบปั่นบนจักรยานจริง และติดเครื่องเซ็นเซอร์ เพื่อจับค่าความเหมาะสมในการเคลื่อนไหวร่างกาย...ผมคิดในใจว่าค่าฟิตติ้งต้องแพงแน่ๆ
หลังฟิตติ้งเสร็จ ผมพบว่าอาการปวดมือ ต้นคอและหลังหายไป คงเป็นเพราะการปรับแต่งที่ได้สัดส่วนกับสรีระ
ผมถามพี่เขาว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่สำหรับวันนี้
พี่ท่านนี้บอกว่า สำหรับผม เขาทำให้ฟรี พี่เขาบอกว่า อยากให้ผมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อมีแรงในการไปช่วยเหลือติดตามเด็กหายต่อไป
สำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักปั่นจักรยาน โดยเฉพาะจักรยานเสือหมอบ หากท่านอยากฟิตติ้งจักรยานแบบมือโปร ลองติดต่อไปที่ Shota Bike Fitting ดูครับ ของเขาดีจริง ผมถึงกล้าแนะนำ
การปั่นจักรยานดีจริงๆ นอกจากสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังได้ครอบครองจักรยานมากกว่าที่คิด แถมมิตรภาพสำหรับนักปั่นก็งดงามเบ่งบานตามวงล้อที่หมุนไปเช่นกันครับ







