posttoday
กล้องไลก้าสุดรักสุดหวง วรรธนะ กัมทรทิพย์

กล้องไลก้าสุดรักสุดหวง วรรธนะ กัมทรทิพย์

26 มกราคม 2559

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

กิ๊ฟ-วรรธนะ กัมทรทิพย์ คือพิธีกรและนักแสดงที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน งานล่าสุดของเขาคือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการดาวประจำเมือง ทางช่อง 8 และพิธีกรรายการข่าวช่อง 2 บันเทิงรอบเที่ยง นอกเหนือจากการทำงานเขายังจัดเป็นกูรูรอบรู้ด้านการถ่ายภาพ พร้อมทั้งมีงานอดิเรกคือการสะสมไลก้า กล้องเยอรมันตัวยงคนหนึ่ง โดยเริ่มสะสมมานานกว่า 18 ปีแล้ว ซึ่งแรงบันดาลใจในการเก็บสะสมกล้องของหนุ่มกิ๊ฟก็เหมือนนักสะสมคนอื่นๆ คือ ชอบการถ่ายภาพ

กิ๊ฟเริ่มเล่นกล้องญี่ปุ่นก่อนในสมัยเรียนหนังสือ พอทำงานมีสตางค์ขึ้นมาหน่อยก็เริ่มเก็บสะสมกล้องไลก้า และเลนส์ไลก้า ทีละตัวสองตัว ที่ไลก้าสามารถครองใจหนุ่มกิ๊ฟได้ หากจะเปรียบกล้องไลก้าก็เหมือนสินค้าแบรนด์เนมสัญชาติเยอรมัน ที่มีตำนานมาร้อยกว่าปี สำหรับวรรธนะเก็บกล้องไลก้าไว้จำนวนหนึ่งทีเดียว ซึ่งประเมินค่าไม่ได้เพราะมีทั้งมูลค่าของกล้องเอง และมีคุณค่าทาง
จิตใจสำหรับกิ๊ฟมากๆ เพราะเขารู้สึกหลงเสน่ห์ในบอดี้บางๆ และเป็นกล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์ที่ให้คุณภาพแสงที่ดี จึงให้แสงภาพที่สวย นี่คือเสน่ห์ของกล้องไลก้าที่ครองใจหนุ่มกิ๊ฟ

“ตอนผมอายุ 13 ปี ไปงานรวมญาติเห็นผู้ใหญ่ที่เป็นญาติของผมมีกล้องถ่ายรูป แล้วก็ถ่ายรูปสวยงาม ทำให้ผมชอบถ่ายภาพมากๆ ถึงขนาดตั้งใจเรียนต่อด้านการถ่ายภาพที่เทคนิคกรุงเทพ แต่สอบไม่ติดเพราะเราไม่รู้วิชาพื้นฐานถ่ายภาพมาเลย ซึ่งสมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมเริ่มมีกล้องตัวแรกคือโกดัก เป็นกล้องคอมแพคตัวเล็กๆ โดยรวมเงินกับน้องสาวช่วยกันซื้อ”

วันหนึ่งเขาจึงสอบเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เพราะคณะนี้มีวิชาการถ่ายภาพด้วย พอได้เรียนถ่ายภาพ ได้ล้างฟิล์ม นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หนุ่มกิ๊ฟชื่นชอบการถ่ายภาพและเริ่มถ่ายภาพอย่างจริงจัง และการถ่ายภาพนี่เองนำพาเขามาได้จัดรายการหนึ่งในเมืองไทย ทางช่อง 7 สี ทำรายการร่วมกับ ศันสนีย์ นาคพงศ์ พิธีกรในดวงใจ

“สมัยที่ผมจัดรายการหนึ่งในเมืองไทย ผมใช้กล้องนิคอนเอฟเอ็มทู เลนส์ 35-135 mm และเริ่มเล่นกล้องมาเรื่อยๆ” ทำให้เขารักการศึกษาประวัติความเป็นมาของกล้องแต่ละรุ่นอย่างจริงจัง เช่น นิคอน แคนนอน พอทำงานได้เงินเขาก็อยากมีกล้องไลก้าซึ่งเป็นแบรนด์กล้องที่ช่างภาพทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากได้ครอบครอง เริ่มจาก M6 และมีเลนส์อีก 3 ตัวของไลก้าทั้งหมด

“ความต่างระหว่างภาพที่ถ่ายจากกล้องไลก้ากับกล้องญี่ปุ่นอื่นๆ เสน่ห์ของภาพถ่ายจากกล้องไลก้า คือ กล้องไลก้าเหมือนเป็นงานแมนวล ซึ่งปัจจุบันกล้อง M6 ตัวแรกพร้อมเลนส์ 35-50 ที่ผมซื้อมาก็ไม่เคยขายเลย ยังเก็บไว้อย่างดี แต่ก่อนกล้องไลก้าจะมีสีดำและสีเงิน ผมก็มีเลนส์รุ่นเดียวกันแต่คนละสี ปัจจุบันมีสีเงินออกมามากหน่อยผมก็เก็บ แม้วิวัฒนาการของกล้องจากกล้องฟิล์มเปลี่ยนมาเป็น
กล้องดิจิทัล ไลก้าเคยถอดใจผลิตสินค้าน้อยลง เพราะคิดว่ากล้องญี่ปุ่นมาแรงคนคงหันมาสนใจแต่กล้องดิจิทัล คนสมัยนั้นจึงเริ่มเทขายเลนส์ไลก้าหมดเลย ดร็อปขนาดเลนส์ไลก้าจากราคา 8 หมื่น ลดลงมาเหลือ 4 หมื่น ยังไม่มีใครเอา” แต่สำหรับหนุ่มกิ๊ฟยังมุ่งมั่นที่จะเก็บสะสมไลก้า จากนั้นไลก้าออกบอดี้ M8 ดิจิทัลออกมา คนเริ่มรู้ว่าไลก้าไม่ยอมตาย พอไลก้าออก M9 ดิจิทัลออกมาซึ่งถือเป็นตัวที่สร้างชื่อให้ไลก้ากลับมาโด่งดังอีกครั้งหนึ่ง เลนส์ไลก้าที่ราคาตกๆ จากเลนส์ราคา 4 หมื่น พุ่งพรวดไปที่ 2.8 แสนบาททีเดียว

กล้องไลก้าในคอลเลกชั่นของกิ๊ฟที่ภูมิใจนำเสนออีกตัวคือ M9 รุ่นไทเทเนียม สีเขียวซาฟารี มีซีเรียลนัมเบอร์ ผลิตเพียง 100 ตัวทั่วโลกเท่านั้น

“นักเลงกล้องจะรู้ดีว่าวรรธนะนั้นจัดเป็นพวกบ้ากล้อง (หัวเราะ) ซึ่งกล้องแต่ละตัวมีคุณค่าและมีความผูกพันกับผมมากๆ กล้องบางส่วนผมต้องเก็บเข้าธนาคาร ผมรักและผูกพันกับผมมากๆ เพราะกล้องแต่ละตัวผมซื้อด้วยเงินเก็บ ผมเริ่มซื้อตั้งแต่เด็กต้องออมเงิน อย่างไลก้าบอดี้ราคา 5.6 หมื่นบาท แต่เงินเดือนผมจัดรายการเทปละ 4,000 บาท แถมยังต้องส่งตัวเองเรียน กล้องแต่ละตัวผมจึงรู้สึกผูกพันมากๆ”

รักมากจึงต้องเก็บรักษาดูแลอย่างดี เช่น เก็บไว้ในตู้เก็บความชื้นเพื่อป้องกันฝุ่น จากนั้นเอามาปัดฝุ่นดูแลปกติ และจำเป็นต้องเก็บไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก

“นอกจากเอาลูกยางเป่าไล่ฝุ่นปกติแล้ว ผมยังมีเครื่องยูวีเพื่อฆ่าเชื้อรา แต่หากมีตู้เก็บความชื้นแล้วก็ไม่ต้องใช้เครื่องยูวีครับ หมั่นนำออกมาใช้บ้าง เอาออกมาให้โดนลมบ้าง ยิ่งบ้านเราอากาศร้อนชื้น กล้องเราจะขึ้นฝ้าเชื้อราได้ง่ายเพราะเลนส์ประกอบด้วยเลนส์แก้วหลายชิ้น หากเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเลนส์กล้องจะมีปัญหา เราต้องเก็บไว้ในตู้ควบคุมอุณหภูมิ สิ่งที่จะเป็นปัญหาก่อนหากเราเก็บกล้องไม่ดีคือจะขึ้นฝ้าที่เลนส์ แล้วฝ้าก็จะกินเนื้อเลนส์ เลนส์ก็จะเสียหาย”

สุดท้ายหนุ่มกิ๊ฟบอกว่า การเก็บกล้องถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ก็เหมือนผู้หญิงชอบเก็บสะสมกระเป๋านั่นแหละ

“เวลาผมหยิบกล้องขึ้นมาดู ผมก็เกิดความสุข ผมเก็บกล้องมา 18 ปี แม้มันมีราคาแพง แต่ผมก็เก็บอย่างมีสติ ค่อยๆ เก็บ บางคนอาจมองว่าของเก็บสะสมเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย แต่ผมมองว่ามันคือการลงทุนเพราะได้หาซื้อในสิ่งที่เราชอบ สำหรับนักเล่นกล้องมือใหม่ก็ให้ค่อยๆ ซื้อ ค่อยๆ เก็บ แต่ก่อนเก็บต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบไหม ถ้าชอบค่อยซื้อค่อยเก็บสะสม เพราะการซื้อกล้องและเก็บสะสมกล้องที่มีคุณค่า ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งครับ”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน