posttoday
จับตาเทนนิสไทย อำนาจสลับขั้ว

จับตาเทนนิสไทย อำนาจสลับขั้ว

24 มกราคม 2559

ช่วงนี้ดูเหมือนกระแสดราม่านายกสมาคมกีฬากำลังฮิต เพราะไม่เพียงแค่สมาคมฟุตบอลฯ

โดย...มิวโกโตะ

ช่วงนี้ดูเหมือนกระแสดราม่านายกสมาคมกีฬากำลังฮิต เพราะไม่เพียงแค่สมาคมฟุตบอลฯ ที่หลายฝ่ายต่างเดินหมากเพื่อชิงคะแนนเสียง แต่ในวงการเทนนิสกลับเกิดเรื่องช็อกไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้นำวงการแร็กเกตไทยเกิดการเปลี่ยนขั้วแบบพลิกล็อก

ทั้งนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 ม.ค. สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2559 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกสมาคมและผู้แทนสโมสรเครือสมาชิกคนใหม่ ซึ่งผลโหวตเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย หลังแชมป์ 7 สมัยซ้อนอย่าง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ถูก สมบัติ เอื้อมมงคล อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ โค่นตำแหน่งด้วยผลโหวต 35-19 คะแนน (จากสมาชิก 60 เสียง บัตรเสีย 4 ไม่ลงคะแนน 2 ใบ)

“การเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สมาชิกตัดสินใจกัน ผมก็ต้องยอมรับในผลการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าหลังจากนี้สมาคมกีฬาเทนนิสฯ มีอะไรให้ช่วยเหลือ ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกด้าน ส่วนแผนงานที่เคยวางเอาไว้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดใหม่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร สำหรับ 7 สมัยที่ผ่านมา กีฬาเทนนิสได้รับการพัฒนาอย่างมาก และได้รับความนิยมจากคนทั่วประเทศ ก็หวังว่าทีมงานชุดใหม่จะช่วยให้กีฬาเทนนิสพัฒนาก้าวต่อไปได้” สุวัจน์ กล่าวยอมรับคำพ่ายแพ้

จับตาเทนนิสไทย อำนาจสลับขั้ว สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

 

 

อย่างไรก็ตาม กระแสดราม่าเกิดขึ้นหลังลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้น เมื่อ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสมาชิกพรรคชาติพัฒนา ที่มีสุวัจน์เป็นหัวเรือใหญ่ ใช้สิทธิของการเป็นอุปนายกสมาคมและประธานในการประชุมครั้งนี้ ประกาศให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่าการโหวตส่งกลิ่นไม่โปร่งใส

“ในฐานะประธานการประชุม และประธานการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล และมีความหวั่นเกรงว่าจะทำให้วงการเทนนิสที่กำลังก้าวได้ดีกลับต้องถดถอยลง จึงอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ โดยจะแจ้งให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ทราบอีกครั้งในรายงานการประชุม ถ้าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งไม่พอใจจะฟ้องศาลปกครอง ผมก็พร้อมไปชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น” พล.อ.ธวัชชัย ประกาศจุดยืน

ขณะที่ สมบัติ ว่าที่นายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ คนใหม่ ออกโรงโต้ทันควัน โดยมั่นใจทุกคะแนนที่สนับสนุนทั้ง 35 เสียง เกิดจากการที่คนในวงการลูกสักหลาดไทยอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

“ที่มีการกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยุติธรรมนั้น ผมอยากบอกว่าเสียงที่เลือกตั้งในวันนี้ คือเสียงที่สนับสนุนคุณสุวัจน์มาตลอดในช่วงหลัง ไม่ได้มีสโมสรใหม่เข้ามาแต่อย่างใด ดังนั้นตนคิดว่าการเลือกในวันนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมดีแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่ได้มีความคิดที่จะเข้ามาแต่แรก เพราะมิเช่นนั้นคงจะประกาศท้าชิงตำแหน่งไปก่อนแล้ว แต่มีกระแสเรียกร้องให้มาช่วยปลุกกระแส การเข้ามาทำงานในครั้งนี้ยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องการเห็นฮีโร่เกิดขึ้นในวงการเทนนิสใหม่อีกครั้ง” สมบัติ กล่าว

เมื่อสองฝ่ายเห็นพ้องไม่ตรงกัน อำนาจตัดสินจึงตกไปอยู่ในมือ กกท. ในฐานะนายทะเบียน ซึ่ง กมลวรรณ สุทธิบุตร ผู้แทน กกท. ที่ร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้ เปิดเผยไม่พบสัญญาณทุจริตตามที่มีเสียงกล่าวอ้าง แต่หากใครเห็นว่ามีการล็อบบี้เสียงให้ยื่นคำร้องเข้ามาให้พิจารณาภายใน 30 วัน

“ความเห็นของ พล.อ.ธวัชชัย นั้น ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ อย่างไรก็ตามในข้อกฎหมายนั้นยังมีสิทธิให้ยื่นคัดค้านมติในที่ประชุมได้ โดยต้องให้กรรมการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือว่าสโมสรสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ยื่นคัดค้านถึงผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วัน ซึ่งจะมีการพิจารณากันต่อไป โดยในจุดนี้ทางคณะกรรมการชุดเดิมจะเป็นผู้ที่ทำงานไปก่อน จนกว่าผู้บริหารชุดใหม่จะได้รับการจดทะเบียนจากผู้ว่าการ กกท.” กมลวรรณ เปิดเผย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมมีการรับรองงบดุล สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2558 โดยสมาคมมีรายรับ 39,404,669.31 บาท รายจ่าย 59,228,815.41 บาท รวมรายจ่ายสูงกว่ารายรับ 20,360,252.78 บาท (รวมภาษี 536,106.68 บาท)

น่าติดตามอีก 30 วันข้างหน้า กกท.จะประกาศรองรับผลการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งถ้าเปลี่ยนขั้วจริงโจทย์หินที่ฝั่งสมบัติต้องเผชิญ คือ การปลุกกระแสวงการเทนนิสที่หลับใหลมาหลายปี

นับตั้งแต่หมดยุคซูเปอร์บอล ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตมือ 9 โลก ไทยไม่สามารถหาตัวแทนพาเทนนิสไทยสู่ระดับโลกได้อีกเลย ยิ่งช่วงหลัง “เจ้าปิ๊ก” ดนัย อุดมโชค ประกาศแขวนแร็กเกต ความหวังฝั่งชายสุดเงียบเชียบ

“นักเทนนิสสมัยนี้ขาดความกระหายในการเล่น ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกคนมีสตางค์ ความอดทนในการซ้อมต่ำ มาตรฐานจึงห่างไกลกับนักเทนนิสอาชีพ” ภราดร แสดงทรรศนะ

ขณะที่ฝั่งหญิง แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ขวัญใจชาวไทยอายุเริ่มโรยรา จึงเหลือเพียง “น้องนก” นพวรรณ เลิศชีวกานต์ และ “น้องลัก” ลักษิกา คำขำ ให้ตามลุ้น ซึ่งทั้งสองต้องยอมรับอาวุธหนักยังไม่รุนแรงต่อกรในเวทีระดับโลก

ดังนั้น ทีมบริหารชุดใหม่ต้องรีบเฟ้นหาฮีโร่แร็กเกตไทยคนใหม่ให้พบ ก่อนที่ต่างชาติจะกล้านำทัวร์นาเมนต์ระดับโลกมาหวดกันให้ชมในบ้านเราอีกครั้ง ซึ่งทางว่าที่นายกสมาคมคนใหม่ทราบดีถึงภารกิจสุดท้าทายครั้งนี้

“มันเป็นนโยบายหลักที่เราต้องผลักดัน เราต้องหานักกีฬาที่เป็นฮีโร่คนใหม่ต่อจากภราดรให้ได้ เพื่อจุดกระแสให้กีฬาเทนนิสกลับมาเป็นที่นิยมเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว” สมบัติ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท