
คืนจักรยาน สู่เกษตรศาสตร์
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน ปั่นจักรยานสานสัมพันธ์ นำร่องพื้นที่ก่อสร้างถนนชั่วคราว
โดย...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน ปั่นจักรยานสานสัมพันธ์ นำร่องพื้นที่ก่อสร้างถนนชั่วคราว ถนนเลียบคลองบางเขนฯ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณะอาจารย์ นิสิต และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กว่า 400 คน ร่วมขบวนปั่นกันอย่างคับคั่ง นำโดย รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน รักษาการแทนอธิการบดี น.ส.อัจฉราภรณ์ กนกนทีสวัสดิ์ นางสาวไทยปี 2556 และน้องๆ วงเคยูแชมเบอร์ ร่วมบรรเลงเพลงตลอดงาน
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ 2 ประการ ประการแรก เป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางเลียบคลองบางเขนเชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธิน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร และวัตถุประสงค์อีกอย่าง คือ เพื่อรณรงค์ให้บุคลากรและนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หันมาใช้จักรยานในการสัญจรภายในมหาวิทยาลัยกันมากขึ้น
หากย้อนกลับเมื่อ 15 ปีที่แล้ว กระผมเคยศึกษาเล่าเรียนที่นี่ จักรยานคือพาหนะหลักของที่นี่ นิสิตส่วนใหญ่สัญจรโดยจักรยาน ส่วนใหญ่จะมีจักรยานเป็นของตนเอง นิสิตเมื่อเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย เดินเข้าประตูมา ก็จะไปเอาจักรยานของตนที่จอดอยู่ที่จอดจักรยานซึ่งทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ ใช้ปั่นไปเรียนตามตึกต่างๆ ไปเรียนที่ตึกไหน ก็จะเอาจักรยานไปจอดไว้ใกล้ๆ ตึกนั้นแล้วใส่กุญแจล็อกไว้ จนกระทั่งเย็น เมื่อเรียนเสร็จก็จะปั่นจักรยานกลับมาจอดที่เดิมตรงประตูใหญ่ด้านพหลโยธิน
สำหรับผู้ที่ไม่มีจักรยานจริงๆ ก็จะเดินทางด้วยรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเรียกกันเป็นภาษาที่เข้าใจในหมู่วัยรุ่นว่า “รถตะลัย” รถยนต์ส่วนตัวแทบไม่มีให้เห็น
ประเพณีอีกอย่างของที่นี่ คือ การมอบจักรยานแก่รุ่นน้องโดยรุ่นพี่ที่เรียนจบ และก็จะมอบจักรยานของตนแก่เหลนรหัส เพื่อใช้เดินทางในมหาวิทยาลัย
ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผมเคยศึกษาอยู่ที่นี่ ไม่มีแคมเปญรณรงค์ใดๆ เกี่ยวกับจักรยานเลย การใช้จักรยานเดินทางจึงเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เป็นไปเองโดยธรรมชาติของมหาวิทยาลัย ด้วยอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ของมหาวิทยาลัย ตึกเรียนต่างๆ ก็อยู่ไกลกัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นิสิตจำนวนมากต้องใช้จักรยานในการเดินทาง
ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีพัฒนาการไปตามยุคสมัย นิสิตจำนวนมากหันมาใช้รถยนต์ตามสมัยนิยม จำนวนผู้ใช้จักรยานลดลง ภาพของมหาวิทยาลัยแห่งจักรยานกำลังเปลี่ยนไป เป็นที่มาให้ทางมหาวิทยาลัยต้องมีการรณรงค์ให้นิสิตหันมาใช้จักรยาน
เทคโนโลยีตามสมัยนิยมไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่จักรยานแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เป็นสิ่งที่ดีและเป็นเอกลักษณ์ที่ควรดำรงและรักษาไว้ การรณรงค์เป็นครั้งคราวอาจไม่เพียงพอที่สำคัญต้องเป็นระดับนโยบาย การมีพื้นที่บนถนนภายในมหาวิทยาลัยให้จักรยานได้แล่นโดยปลอดภัย การมีที่จอดจักรยานที่เพียงพอและปลอดภัย
และที่สำคัญ คือ การปลูกฝังค่านิยมให้นิสิตรักและภูมิใจกับมหาวิทยาลัยแห่งจักยาน...







