
วิกฤตให้เป็นโอกาส ยางพาราสร้างทางจักรยาน
กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดแคมเปญรณรงค์ปั่นจักรยาน อากาศสดใส ไร้มลพิษ เพื่อเป็นการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดแคมเปญรณรงค์ปั่นจักรยาน อากาศสดใส ไร้มลพิษ เพื่อเป็นการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้คนเมืองหันมาลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วเปลี่ยนมาใช้การเดินทางด้วยจักรยานในทุกกิจกรรม อาทิ ไปธุระไม่ไกลจากที่อยู่อาศัย ออกกำลังกายถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะจากผลวิจัยพบว่าผู้ใช้จักรยาน1 คน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 27 กรัม/กิโลเมตร ในขณะที่ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว 1 คน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 271 กรัม/กิโลเมตร
ขณะที่อยู่ระหว่างการรณรงค์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสช่วยเหลือชาวเกษตรกรสวนยาง ด้วยการผุดไอเดียรับซื้อยางพารา จำนวน 2,000 ตัน งบประมาณกว่า 80 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมปรับปรุงลานกีฬา สนามฟุตซอล สนามบาสเกตบอล สนามเด็กเล่น และลู่วิ่ง ลู่จักรยาน 200 แห่ง ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ความคิดสร้างสรรค์ใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หนึ่งในโครงการที่ กทม.จะนำยางพารามาใช้คือการก่อสร้างทางจักรยานใหม่ ในพื้นที่สวนรถไฟ ระยะทาง 3,600 เมตรขนาดความกว้าง 3 เมตร ยาว 2,056 เมตร โดยใช้รูปแบบผิวยางมะตอย หรือแอลฟัลต์ ในปริมาณ 740 ตัน ผสมรวมเข้ากับยางพารา 5% หรือคิดเป็นใช้ยางพาราจำนวน 37 ตันพร้อมกันนี้ยังได้เตรียมก่อสร้างทางจักรยานริมเขื่อนเดิมระยะทาง 360 เมตร และสร้างเขื่อนใหม่พร้อมทางจักรยานระยะทาง 220 เมตร ส่วนยางพาราที่เหลือจะแบ่งไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น เช่น สำนักระบายน้ำจะนำไปใช้ผลิตเป็นทุ่นลอยน้ำดักเก็บขยะ สำนักพัฒนาสังคม มีการคัดเลือกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในกรุงเทพฯ เน้นเป็นสินค้าที่ผลิตจากยางพารา เป็นผลิตภัณฑ์ Bangkok Brand
“แม้ว่าปริมาณยางพาราที่ กทม.รับซื้อมาจะมีปริมาณไม่มากและยังไม่อาจทำชีวิตเกษตรกรชาวยางพาราดีขึ้นในทันที แต่อย่างน้อย กทม.ทำในส่วนที่ทำได้และเต็มใจที่จะทำรวมทั้งพร้อมให้กำลังใจประชาชนที่ประสบปัญหา ขณะเดียวกันพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลด้วย”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะสานต่อความตั้งใจหันมาใช้จักรยานให้เป็นวิถีชีวิตที่ยั่งยืนได้หรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของประชาชนเป็นสำคัญ
สันติ โอภาสปกรณ์กิจ อุปนายกสมาคมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่ กทม.ช่วยเหลือชาวเกษตรกรสวนยาง เพราะที่ผ่านมาแม้จะยังไม่มีการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบในการสร้างเส้นทางปั่นจักรยาน ดังนั้น กทม.ต้องศึกษาร่วมกับนักวิชาการจากหลายมหาวิทยาลัยให้มากเพราะผลงานการศึกษายังไม่มากพอ จึงเป็นกังวลว่าหากนำยางมาใช้แล้วจะทำให้ใช้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้ไม่เต็มที่เพราะเส้นทางจักรยานในสวนสาธารณะหลายแห่งชำรุดทรุดโทรมเสียหาย ไม่ใช่เพราะเกิดจากจักรยาน แต่เป็นเพราะรถบรรทุกน้ำที่เข้ามารดน้ำต้นไม้มีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้ถนนทรุดเรื่องเช่นนี้ กทม.ต้องดูแลและออกมาตรการควบคุม ไม่อย่างนั้นจะเสียงบประมาณซ่อมแซมซ้ำซาก ทั้งยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย
อุปนายกฯ ผู้นี้ฉายภาพกระแสสังคมว่า ภายหลังเสร็จสิ้นงาน Bike for Dad ถือเป็นช่วงเวลาครั้งสำคัญที่สังคมไทยให้ความสนใจปั่นจักรยานมากยิ่งขึ้น ทำให้จำนวนนักปั่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากคนที่ออกมาปั่นเพื่อสุขภาพเห็นถึงคุณค่าของร่างกายที่แข็งแรง หากจะทำให้สำเร็จยั่งยืนภาครัฐต้องให้การสนับสนุนส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่จัดกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น
ดังนั้น สิ่งที่สมาคมกำลังรณรงค์อยู่คือการทำให้กลุ่มนักปั่นจักรยาน ปั่นออกทริปด้วยความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่เป็นคนนำทีมจะต้องเข้าฝึกอบรมให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ อาทิ เป็นคนที่รู้กฎจราจร รวมถึงรู้รูปแบบการจราจรในตัวเมืองและต่างจังหวัดที่แตกต่างกัน รู้การสื่อสารด้วยสัญญาณมือ ที่สำคัญต้องมีจิตวิทยาควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่อ่อนนุ่มไปเพราะจะไม่มีใครเชื่อฟัง แต่ถ้าแข็งกร้าวเกินไปก็จะเกิดอารมณ์กันได้
สันติ กล่าวอีกว่า การรณรงค์ของสมาคมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพไทย กำลังเตรียมงานร่วมกับกรมทางหลวง ออกแบบทางจักรยานให้มากขึ้น โดยช่วงปลายปี 2559 จะมีงานใหญ่คือการปั่นจักรยานข้ามประเทศอาจจะเป็นการปั่นจากประเทศเมียนมาผ่านไทย ลาว และเวียดนาม หลังจากนี้ผู้ที่สนใจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด







