posttoday
แพ้เพื่อชนะ ช้างศึกมาถูกทาง

แพ้เพื่อชนะ ช้างศึกมาถูกทาง

21 มกราคม 2559

โดย...มิวโกโตะ

โดย...มิวโกโตะ

กระเด็นตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ยุติเส้นทางในศึกฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2016 รอบสุดท้าย ไว้แค่รอบแบ่งกลุ่ม หลังทำได้เพียงไลเจ๊าเกาหลีเหนือ 2-2 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทัพช้างศึก ยอมรับเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดเมื่อต้องกลับบ้านก่อนตามกฎมินิลีกทั้งที่มี 2 คะแนนเท่ากับทีมเข้ารอบ ทีมไทยประตูยิงได้น้อยสุด 3 ลูก เป็นบ๊วยกลุ่ม ส่วนทีมโสมแดงยิงได้ 5 ประตู มากกว่าซาอุฯ 1 ลูก คว้าตั๋วรอบ 8 ทีมไปครอง

“เสียดายครับ แต่เราจะไม่พูดว่ารู้แบบนี้ควรทำแบบนี้แบบนั้น อย่างที่บอก เรามาเพื่อยกระดับมาตรฐานให้ใกล้เอเชีย ก่อนที่จะมาแข่งขันรายการนี้ มีแต่คนมองว่าไทยจะไม่สามารถเก็บได้สักคะแนนเดียว และไม่น่าลุ้นเกินนัดที่ 2 แต่พอมาแข่งขันจริงๆ ปรากฏว่าไทยมีคะแนนเท่าทีมเข้ารอบอย่างเกาหลีเหนือ ก็ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาจากระดับอาเซียนขึ้นมาเป็นระดับเอเชียแล้ว” ซิโก้ กล่าว

ผลงานโดยรวมนายใหญ่ทัพช้างศึกเผยอยู่ในเกณฑ์พอใจ เนื่องจากได้ประสบการณ์สุดล้ำค่ากลับไป แม้ต้องตกรอบแรก แต่รายอะเอียดแต่ละเกม จะถูกใช้เป็นเข็มทิศเพื่อพัฒนาทีมต่อไป

“เกมกับเกาหลีเหนือ และซาอุฯ ทุกคนคงเห็นไปแล้ว เราเปิดเกมรุกสู้ได้และมีโอกาสหลายครั้ง เมื่อถูกนำก็พยายามจนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ส่วนเกมต่อมากับญี่ปุ่น เราแพ้เยอะจริง แต่ก็มีบางช่วงของเกมที่ทรงบอลเราสู้ได้ สิ่งที่ต้องปรับแก้คือ เรื่องสมาธิ พอน้องๆ อยากเปิดเกมทวงประตูคืน ทุกคนเสียตำแหน่งจนแพ้ 0-4 ที่จริงผมคิดว่าเสียมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ลองมองในแง่ดีไทยไม่ได้เล่นเกมรับรอโดนเหมือนแต่ก่อน เราสามารถเปิดเกมบุกใส่ได้ อย่างการเล่นกับทีมในตะวันออกกลาง ตอนนี้ไทยสู้ได้ไม่เป็นปัญหา แต่อย่างกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ต้องยอมรับว่ายังอยู่ห่างกับทีมเหล่านี้อีก 2-3 ก้าว” ซิโก้ เสริม

อดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกา มั่นใจทัพช้างศึกยุคใหม่เริ่มเดินมาถูกทาง จากไม่เคยคิดสู้ทีมระดับเอเชีย ปัจจุบันทุกคนมุ่งมั่นสอบผ่านเรื่องหัวใจ เพียงแค่องค์ประกอบยังไม่สมบูรณ์ ต้องปรับแก้กันต่อไป

“ต้องชื่นชมเรื่องใจน้องๆ ชุดนี้กับความฟิต หลายคนวิ่งตลอด 3 เกม แต่ไม่มีใครเป็นตะคริวเลย ไม่ใช่แค่ชุดนี้ แต่ 16 ปี 19 ปี 21 ปี และชุดใหญ่เราก็วิ่งได้ตลอด เพียงแต่ระดับเอเชียเราก็ต้องฟิตมากกว่านี้ เพราะยังมีแผ่วบ้างท้ายเกม ส่วนการบ้านที่ต้องรีบไปทำคือ เรื่องความแข็งแกร่ง รูปร่าง โดยเฉลี่ยต้องใหญ่กว่านี้ ถ้าเล็กก็ต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แรงปะทะให้ชนหนักๆ ไม่เป็นรอง เห็นได้ว่าเราเสียเปรียบเกือบทุกจังหวะ รวมถึงลูกกลางอากาศด้วย” กุนซือทีมชาติไทย กล่าว

สำหรับเรื่องแท็กติก เฮดโค้ชทีมชาติไทยชี้ หากเป็นไปได้อยากวางรากฐานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ฟุตบอลนักเรียน โดยเฉพาะเรื่องเซฟการเล่น การบีบพื้นที่เพรสซิ่ง การแก้ไขสถานการณ์เมื่อถูกกดดัน เหล่านี้หากแก้ได้ทีมชาติจะเรียกใครมาติดก็ไม่มีปัญหา และไม่ต้องเก็บตัวเป็นเวลานานอีกด้วย ส่วนนักเตะที่มีแววจะแบ่งเป็น 2 ชุด มีทั้งขึ้นชุดใหญ่และวางเป็นกำลังหลักซีเกมส์

“อดิศร พรหมรักษ์ กับ เจนรบ สำเภาดี พอจะขึ้นไปเบียดกับรุ่นพี่ได้ คงจะต้องรอดูกันต่อไปว่า ทั้งสองคนนี้ทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหนในไทยลีก ส่วนดาวรุ่งอย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, เชาวัฒน์ วีระชาติ รวมไปถึง เจนรบ สำเภาดี เหล่านี้จะเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในซีเกมส์ครั้งต่อไปแน่นอน” ซิโก้ ทิ้งท้าย

ว่าด้วยเรื่องวางรากฐาน สิ่งนี้ถือว่าสำคัญหากต้องการประสบความสำเร็จในระยะยาว ยกตัวอย่างทีมชาติเบลเยียม เคยตกต่ำไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ได้เลย ทางสมาคมลูกหนังเบลเยียมจึงวางแผนกู้วิกฤต ด้วยการขอร้องไปยังทุกสโมสรในประเทศให้ปรับมาเล่นระบบ 4-3-3 ทั้งประเทศเพื่อให้นักเตะทุกคนเข้าใจแท็กติกทุกตำแหน่ง

รวมถึงขอความร่วมมืองดช็อปแข้งต่างชาติพร่ำเพรื่อ ให้โอกาสดาวรุ่งในประเทศ ผลลัพธ์คือ 12 ปีต่อมา เบลเยียมสามารถผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ในฐานะทีมม้ามืดน่าจับตา และปัจจุบันทีมปีศาจแดงแห่งยุโรป ครองอันดับหนึ่งในฟีฟ่าแรงกิ้ง โดยที่ขุมกำลังหลักเป็นแข้งดาวรุ่งอายุไม่เกิน 25 ปี แต่ทั้งหมดกลับค้าแข้งกับทีมชั้นนำในยุโรป

ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าทีมชาติไทยต้องสุดโต่งเดินตามโมเดลเบลเยียมทุกกระเบียดนิ้ว แต่ถ้าต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืน การปรับแก้ทั้งโครงสร้างถือเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน บางครั้งอาจต้องยอมแพ้ เพื่อชนะในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท