posttoday
โปรดทิ้งฉันไว้ที่นี่

โปรดทิ้งฉันไว้ที่นี่

17 มกราคม 2559

เธอขยับแว่นเรียกความมั่นใจ และขอดูดกาแฟโบราณที่เธอซื้อใส่ถุงหิ้วเข้ามาเองเธอดูดมันหลายอึกด้วยความเหนื่อย

โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]

เธอขยับแว่นเรียกความมั่นใจ และขอดูดกาแฟโบราณที่เธอซื้อใส่ถุงหิ้วเข้ามาเองเธอดูดมันหลายอึกด้วยความเหนื่อยและกระหาย ผมต้องเป็นฝ่ายบอกให้เธอค่อยๆดูด ไม่ต้องรีบ เพราะกลัวเธอจะสำลักกาแฟเย็นนั้นเสียก่อน

เธอขยับแว่นอีกครั้ง ยิ้มให้พวกเรา และกล่าวว่า เธอต้องการความช่วยเหลือ

เธอบอกว่าหลานชายของเธอถูกลักพาตัวไป

คำกล่าวของเธอทำให้เรากระชับการนั่งให้มั่นคงขึ้น พร้อมรับฟังเรื่องที่จะได้ยิน มันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว หากกล่าวแบบติดตลก คงประมาณ “งานกำลังเข้า” เสียแล้ว

เธอขยับแว่นอีกครั้ง บอกว่า หลานชายและลูกชายของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับโดยผู้มีอิทธิพล

เธอเริ่มต้นเรื่องราวด้วยประโยคนี้ ทำให้เรายิ่งต้องตั้งใจฟังเรื่องที่เธอจะเล่าต่อ บรรยากาศในโต๊ะรับแขก เงียบกริบ เพื่อฟังเรื่องที่เธอกำลังจะเล่าต่อ

เธอบอกว่า ลูกชายของเธอ อยู่ๆ ก็หายตัวไปพร้อมหลาน มันจับลูกของเธอไป และไม่ยอมให้ติดต่อกลับมา

เธอเล่าต่อเนื่องว่า มันเป็นผู้มีอิทธิพลที่บ้านอยู่ตรงข้ามกับเธอ บ้านของมันเป็นกำ แพงสูงหลายเมตร มองจากภายนอกไม่เห็น ลึกลับน่ากลัว

เธอพูด พร้อมทำเสียงตกใจว่า บางคืนได้ยินเสียงปืนดังออกมา มันเป็นผู้มีอิทธิพลและโหดเหี้ยมมาก มีลูกน้องจำนวนมาก และทุกคนมีอาวุธ

ผมสอดถามว่าขึ้นมาว่า แล้วมีปัญหาอะไรกัน ทำไมเขาถึงต้องลักพาตัวลูกชายและหลานชายของป้า เธอตอบว่า มันเป็นคนขี้โมโห จริงๆแล้วมันโกรธป้าที่ไม่ยอมทำตามที่มันบอก มันจึงอาจแก้แค้นป้าด้วยวิธีการแบบนี้

ผมถามป้าสวนไปอีกว่า สรุปแล้วคนที่พาลูกชายและหลานชายของป้าไป เป็นใครกันแน่

เธอตอบด้วยเสียงเรียบเฉยว่า ป้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ป้าไม่เคยเห็นหน้ามันมาก่อน

ผมถามป้ากลับไปว่า ถ้าไม่รู้กันมาก่อนแล้วเขาจะมาทำแบบนี้ทำไม

ผมจึงขอป้าดูเอกสารใบแจ้งความคนหายเผื่อจะมีรายละเอียดเป็นแนวทางให้ผมซักถามข้อเท็จจริงได้ ในเอกสารใบแจ้งความ ระบุว่าเธอไปแจ้งความคนหายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง แสดงว่าเรื่องอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วัน

ผมจึงถามว่า ตำรวจช่วยติดตามคดีอย่างไรบ้าง มีเบอร์โทรศัพท์ตำรวจหรือไม่ เราจะได้ประสานงานกันต่อได้

เธอบอกว่า ตำรวจไม่ได้ช่วยติดตามอะไรเลย ให้เบอร์ติดต่อไว้แต่โทรไปไม่รับสาย

ผมเอะใจ เพราะเรื่องที่เธอเล่ามาเบื้องต้น น่าจะได้รับการติดตาม หรือว่ามีอะไรผิดปกติมากกว่านั้น

ผมถามเธอซ้ำว่า เป็นเรื่องอะไรแน่ครับป้า ผมฟังยังงงๆ นิดหน่อย

เธอจึงเริ่มเล่าด้วยอารมณ์ที่มีโมโห แล้วบอกผมว่า มันร้ายกว่าที่คุณคิด บางวันมันแอบดักฟังโทรศัพท์ป้า!!!

พวกเราทีมงานมองตากันอย่างเข้าใจความหมาย เปลี่ยนเรื่องคุยจากการหายตัวไปของลูกชายและหลานชายของเธอ เป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ว่าเธอมาแจ้งเรื่องที่นี่ได้อย่างไร ใครช่วยแนะนำหรือพาเธอมา

เธอบอกว่า เคยได้ยินชื่อมานานว่าที่นี่ตามหาเด็กหาย ก็นั่งรถเมล์ และสอบถามเส้นทางมาเรื่อยๆ เดินเข้ามาจากปากซอยจึงดูเหนื่อยหอบ

ผมยิงคำถาม เรื่องโรคประจำตัว ว่าเธอไม่กลัวเป็นลมเป็นแล้งระหว่างทางบ้างหรือเธอตอบว่าเธอเป็นโรคประจำตัวหลายอย่างทั้งความดัน เบาหวาน หัวใจ ผมจึงได้ทีขอดูซองยาและเอกสารในกระเป๋าที่เธอถือมา

ในกระเป๋าถือของเธอมีซองยาจำนวนมากที่สำคัญเป็นซองยาจากหลายโรงพยาบาล ผมติดต่อไปตามโรงพยาบาลต่างๆ พบว่าเธอไปหาหมอเพียงลำพัง และแจ้งชื่อญาติที่ไม่มีอยู่จริง เบอร์ติดต่อญาติที่ให้ไว้กับโรงพยาบาลก็เป็นเบอร์โทรศัพท์ของเธอเอง

ในซองยาอันหนึ่งมีหมายเลขโทรศัพท์เขียนกำกับไว้ ผมถามเธอว่า นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของใคร เธอบอกว่าเป็นเบอร์ญาติของเธอ

ผมแอบมาโทรหาเบอร์ดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและประวัติของเธอ ปรากฏว่าเสียงปลายสายนึกอยู่สักครู่ ว่าเบอร์ของเขามาอยู่บนซองยาของเธอได้อย่างไร

ปลายสายเป็นเสียงชายวัยกลางคน เขาบอกว่า หญิงคนดังกล่าวมาเปิดห้องเช่ารายวัน ที่อพาร์ตเมนต์ของเขา เธอมาเช่าอยู่ได้3 วัน แล้วก็ออกจากห้องพักไปโดยไม่ได้คืนกุญแจห้องพัก

ผมดูจากจำนวนซองยาคลายเครียดและจำนวนยาที่ไม่พร่องไปจากซองหลายโรงพยาบาลของเธอ จึงถามเธอตรงๆ ว่า ป้าไปนอนที่โรงพยาบาลมาใช่มั้ย เพราะเหมือนว่าเธอไปโรงพยาบาลหลายแห่งในเวลาใกล้เคียงกัน

เธอตอบว่า เธอไปหาหมอ และนอนที่โรงพยาบาล บริเวณเก้าอี้ตามตึกต่างๆ เสมือนว่าเธอเป็นญาติที่มาเฝ้าไข้ผู้ป่วย

เธอใช้ชีวิตเร่ร่อนนอกบ้าน อาศัยนอนตามสถานที่ต่างๆ ที่ปลอดภัย หรือไม่ก็เช่าห้องพักรายวันอยู่

สุดท้าย ผมตามหาญาติของเธอได้ จึงได้รู้ความจริงว่า ลูกชายเธอแต่งงานและออกจากบ้านไปประมาณสิบปีแล้ว และไม่กลับมาหาเธออีกเลย ครอบครัวของเธอแตกแยก หลังจากขายที่ดินมรดก พี่น้องก็ต่างคนต่างไป ส่วนตัวเธอก็ไปเช่าบ้านอยู่ตามลำพัง กระทั่งออกมาใช้ชีวิตคล้ายคนไม่มีบ้าน เพียงแต่เธอแค่ไม่ได้นอนที่ข้างถนนเท่านั้น เพราะเธอยังพอมีเงินที่เหลือจากการขายที่ดินอยู่

ญาติปฏิเสธที่จะรับตัวเธอไปอยู่ด้วย และบอกว่า ถ้าเธอไม่กินยา ก็จะมีอาการแบบนี้เสมอ

ผมและทีมงานพยายามเกลี้ยกล่อมเธอและชี้ให้เธอเห็นถึงปัญหาสุขภาพของเธอ และอยากชวนเธอไปโรงพยาบาล อย่างน้อยเธอจะปลอดภัยกว่าการไปหาที่นอนในแต่ละคืนแบบนี้

เธอเริ่มไว้วางใจและยินดีจะไปกับเรา

ทีมงานผมพาเธอนั่งรถแท็กซี่ไปถึงหน้าโรงพยาบาล เมื่อถึงหน้าโรงพยาบาล เธอรู้แล้วว่ามันคือโรงพยาบาลจิตเวช เพราะญาติเคยพาเธอมาที่นี่

เธอเดินหนีจากทีมงานของผม และพยายามผลัก ไม่ให้พวกเราเดินตาม

การที่ไม่มีญาติของเธอมาโรงพยาบาลด้วยเราแทบไม่สามารถทำ อะไรได้เลย จะบังคับพาตัวเธอเข้าไปก็ไม่ได้ นอกจากพยายามขอร้องให้เธอเข้าไปกับเรา

เธอไม่ใช่คนชราคนแรกที่มีอาการแบบนี้

ผมเคยเจอคนที่มีลักษณะนี้เต็มไปหมดในสังคมผู้สูงอายุ มีคนจำนวนมากที่ป่วยทางกายและทางสุขภาพจิต ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังไม่มีใครใส่ใจ

วันนั้น เราทำได้เพียงแค่นั้น

ก่อนเธอเดินจากไป เธอบอกกับทีมงานผมว่า “โปรดทิ้งฉันไว้ที่นี่”

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง