
บัตรคิวเทศกาล
อีกไม่นานคงถึงยุคที่ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวนำเครื่องกดบัตรคิวเหมือนในธนาคารมาให้ชาวเซลฟี่
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
อีกไม่นานคงถึงยุคที่ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวนำเครื่องกดบัตรคิวเหมือนในธนาคารมาให้ชาวเซลฟี่เข้าคิวพร้อมเสียงป่าวประกาศ “เชิญหมายเลขที่...มาเซลฟี่ที่จุดชมวิวได้ค่ะ” เพื่อจัดระเบียบการถ่ายรูปในช่วงเทศกาลแย่งเที่ยว
10 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีไอทียังไม่ล้ำหน้า บรรยากาศแย่งกินแย่งเที่ยวยังไม่วุ่นวายเท่าปัจจุบัน รถยนต์ส่วนตัวก็ไม่หนาแน่น ยังต้องพึ่งรถโดยสาร คนพกกล้องฟิล์มก็มีจำกัด ที่สบายใจ คือ ไปที่ไหนก็ไม่ต้องเจอสภาพจอแจแย่งกันถ่ายรูป พระอาทิตย์ขึ้นจุดไหน เลือกถ่ายได้ตามใจชอบ
ผลจากมือถือยุคใหม่ที่ถ่ายรูปได้เข้าสู่ยุคที่ทุกคนต่างก็เป็นช่างภาพกันได้ มันช่วยดึงศักยภาพตัวเราโดยไม่รู้ตัวจนสนุกกับการถ่ายรูปได้ไม่อั้นในทุกความเคลื่อนไหว 24 ชั่วโมง แม้แต่ในห้องสุขารมณ์ของคนหนุ่มสาว ยังได้ยินเสียงแชตเซลฟี่สะท้อนความสุขขณะปล่อยทุกข์
พื้นที่สาธารณะ แลนด์มาร์คการท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ แต่ก่อนไม่คึกคักมากนัก หมู่คณะที่ไปเที่ยวก็ถ่ายรูปพอเป็นพิธี ทว่าปัจจุบันต้องจับจองชิงพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงนาทีทอง ตอนพระอาทิตย์ขึ้นและตก ทุกคนต้องมารอกันจุดนี้เพราะคำร่ำลือ จะเป็นภาพงดงามหยดย้อยเหมือนในโปสการ์ด ได้แสงเป๊ะตัดกับหินชะง่อน ทะลุเงาต้นสนต้นนั้นพอดี
ช่วงเทศกาล บนยอดดอยแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต เปรียบเหมือนตลาดสด นักท่องเที่ยวต้องเหนื่อยกับการต่อคิวชิงอาหาร ระคนเสียงโครมครามของรถใหญ่และเจ้าบิ๊กไบค์ จะถ่ายรูปยังต้องยื้อแย่งพิกัดในการถ่าย ทั้งป้ายที่สุดแห่งสยาม เวอร์ชั่นต่างๆ หลักกิโลที่ทางจังหวัดทำขึ้นใหม่ใหญ่เท่าตึกห้าชั้น ร้านกาแฟสวยๆ ริมผา ดึงดูดให้นักเที่ยวต้องแวะกันถ่ายข้างทาง ว่ากันว่าฝีมือการถ่ายในช่วงโกลาหลตลาดแตกไม่ต้องอะไรมาก แค่ไม่ให้ติดภาพมวลมหา“หัวคน” ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
มหกรรมเซลฟี่ตามจุดเที่ยวธรรมชาติต่างๆ นอกจากทำให้บรรยากาศการเที่ยวชวนแปลกตา ปนวุ่นวาย นับวันดูจะหวาดเสียวมากขึ้น ไม่ว่า ใบเมเปิลใบนั้นจะหล่นอยู่บนหินใหญ่ในหุบเหวแค่ไหน ฉันต้องไปนั่งถ่ายให้ได้ ต้นสนสามใบริมขอบผาชันต้นนั้น ก็ต้องเข้าใกล้ให้มากที่่สุด ยอมลงทุนนั่งริมขอบหน้าผาสูงทั้งที่ตัวเองก็ขาสั่น หรือถ่ายกลางถนนทางหลวงที่ดูโล่ง แต่ต้องคอยพะวงหลังรถจะพุ่งเข้าชน
เมื่อทุกคนพยายามหาภาพ “ที่สุดกว่า” มาประชันยอดไลค์ในเฟซบุ๊ก หลายปีมานี้จึงมีข่าว “มนุษย์เซลฟี่” ทั้งในและต่างประเทศเสียชีวิต เช่น อันเดรย์ เรทรอฟสกี หนุ่มชาวรัสเซีย เสียชีวิตจากการตกตึกสูง 9 ชั้น หลังพยายามปีนตึกเพื่อถ่ายภาพตัวเอง ทำให้ชาวรัสเซียจัดทำ แคมเปญ “Safe Selfie” ไม่ให้ถ่ายภาพเซลฟี่แบบอันตรายอีก พร้อมคำพูดว่า “แม้ว่าจะได้ยอดไลค์เป็นล้าน ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงชีวิต”
หรือนักศึกษาชาวโปแลนด์ ตายเพราะล้มระหว่างถ่ายภาพเซลฟี่บนสะพาน Triana ในสเปน คู่รักคู่หนึ่งตายหลังพยายามเซลฟี่บริเวณหน้าผา Cabo da Roca ในโปรตุเกส นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเสียชีวิตขณะลื่นตกจากการถ่ายเซลฟี่บริเวณบันไดในทัชมาฮาล ฯลฯ
ภาพสวยแต่เสี่ยง ดูแล้วไม่คุ้ม แต่สำหรับพี่ไทยเห็นภาพเบียดเสียดบนยอดภูช่วงเทศกาลสุดจะอันตราย น่าจะใช้บัตรคิวถ่ายรูปเซลฟี่ดีกว่า เพื่อป้องกันพลัดตกหน้าผานะครับ...







