
ปมฝังใจ การแก้ปม และความฟิน
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
คุณเชื่อในเรื่องของ...ปมวัยเด็ก
ที่มีผลต่อการกระทำของเราในปัจจุบัน...บ้างไหม?
คอแฟชั่นหลายคน เมื่อดูชื่อและโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่อง The Dressmaker รวมทั้งอ่านเรื่องย่อโดยคร่าวๆ (โดยไม่เคยอ่านนวนิยายเรื่อง The Dressmaker ของ โรซาลี แฮม มาก่อน) คงพอมีลุ้นว่าจะได้เห็นการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากฝรั่งเศสมากมายเต็มไปหมด โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวชีวิตของตัวละครเอกที่ชื่อ ทิลลี ดันเนจ (เคต วินสเล็ต) ผู้จากบ้านเกิด ดันกาทาร์ เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย (เมืองสมมติ) ตั้งแต่เด็ก โดยชีวิตพลิกผันไปมา จนเธอได้เป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับพวกนักออกแบบแฟชั่นชั้นสูงชื่อดังที่ฝรั่งเศสนานถึง 20 ปี
ในฐานะผู้ชมคนหนึ่ง ที่ก็มีความชื่นชมในเรื่องของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากฝรั่งเศสบ้าง (ไม่ได้เป็นกูรูกูรู้แต่อย่างใด) เมื่อเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบเรื่อง กลับรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจขายการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากฝรั่งเศส แต่ตั้งใจขายถึงคุณค่าของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงที่พอเหมาะพอดีกับตัวเรา เข้ากับตัวเรา และส่งเสริมเราให้มีความโดดเด่นและมีความมั่นใจ อีกทั้งยังนำพาโอกาสดีๆ มาให้กับเรามากมายหลายสิ่ง (ภายในเรื่องได้นำเสนอในด้านของการมัดใจชายหนุ่ม)
ในเรื่องเราจะได้เห็นชุดสวยๆ มากมายหลายชุดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงบ้านนอกให้กลายเป็นสาวสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่เหลือคราบ และทำให้เราร้องว้าวได้ในตอนแรกเจอ แต่พอนานๆ ไป กลับไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอยากติดตามชุดสวยๆ หรืออยากรู้เรื่องราวของการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากฝรั่งเศสภายในเรื่องอีก (ซึ่งภายในเรื่องก็ไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้มากมายนัก ถือว่าเป็นแค่น้ำจิ้ม)
สิ่งที่ทำให้เราอยากติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งลบลืมชุดสวยๆ ที่มีอยู่ภายในเรื่องไปได้จนหมดสิ้น นั่นคือการได้ตามติดปมฝังใจของตัวละครเอก และการกลับมาแก้ปมฝังใจนั้น รวมทั้งการได้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยทำให้ตัวเองได้หลุดพ้นจากบ่วงที่มีชื่อว่า “ขยะ” ได้สำเร็จ
ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำในสิ่งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถปูเรื่องราว ปูที่มาที่ไป การนำเสนอค่อยๆ ไขปริศนาของปมฝังใจของตัวละครเอก รวมทั้งการปิดฉากได้อย่างชนิดที่เรียกได้ว่า ตัวละครเอกฟิน ผู้ชมอย่างเราๆ ก็ฟินตามไปด้วย
นอกจากนี้ ผมยังอยากยกคุณงามความดีให้กับสี่ตัวละครหลัก ที่สามารถทำให้ผู้ชมตกหลุมรักตัวละครผ่านการแสดงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เคต วินสเล็ต รวมทั้งนักแสดงชาวออสเตรเลียน จูดี เดวิส ผู้รับบท มอลลี แม่ของทิลลี ผู้มีลักษณะคุ้มดีคุ้มร้าย ที่ไม่มีใครรู้ว่า สิ่งที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ลักษณะคุ้มดีคุ้มร้ายนั้น มันคือความอยากแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต ซึ่งคอยตามหลอกหลอนเธอให้ถูกต้องเสียที นอกจากนี้ยังมี เลียม เฮมสเวิร์ธ ผู้รับบทดาราฟุตบอลเจ้าเสน่ห์ประจำเมือง ที่เดินเข้ามาในชีวิตของทิลลี โดยตัวละครตัวนี้เหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากความหล่อเหลาหุ่นดี แต่กลับเป็นตัวละครที่ทำให้ทิลลีมีความสุขมากที่สุด หลุดพ้นจากปมฝังใจได้ในท้ายที่สุด แต่ก็ทำให้ทิลลีเสียอกเสียใจมากที่สุดเช่นเดียวกัน
ตบท้ายด้วยตัวละครที่คอแฟชั่นทั้งหลายจะต้องตกหลุมรักและแอบกรี๊ดให้ นั่นคือตำรวจท้องที่ที่ชื่อ จ่าฟาร์รัต (ฮิวโก วีฟวิง) ผู้ซึ่งสนอกสนใจเป็นพิเศษกับเสื้อผ้าชั้นสูงแบรนด์ดัง รวมทั้งการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยด้ายและไหม ซึ่งเล่ามาซะขนาดนี้ คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่า จ่าคนนี้เป็นอะไรกันแน่
เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากรู้ว่า อะไรคือปมฝังใจของทิลลี และการหลุดพ้นจากปมนั้น รวมทั้งวิธีการชำระสะสางปมนั้นได้จนสำเร็จ คุณต้องเสียเงินซื้อตั๋วเข้าไปชม แล้วคุณจะฟินเหมือนที่ตัวละครฟิน แล้วคุณจะหลุดพ้นจากบางสิ่งบางอย่างที่อาจเป็นปมฝังใจที่อาจเป็นปมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันกับตัวละครเอก
แล้วคุณจะรู้ว่า “ความฟิน” มันเป็นอย่างนี้นี่เอง







