
ภูมิอากาศโลกแปรปรวนจนยากคาดการณ์
จากผลสำรวจล่าสุด ในการศึกษาบันทึกทางธรณีวิทยา พบว่า สภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยนับเป็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเท่าที่ในประวัติศาสตร์เคยมีมา โดยเฉพาะในเรื่องของระดับคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ อันเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่มีความเปลี่ยนแปลงสูงที่สุดในประวัติการณ์
จากผลสำรวจล่าสุด ในการศึกษาบันทึกทางธรณีวิทยา พบว่า สภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยนับเป็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเท่าที่ในประวัติศาสตร์เคยมีมา โดยเฉพาะในเรื่องของระดับคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ อันเป็นตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่มีความเปลี่ยนแปลงสูงที่สุดในประวัติการณ์
ผลการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่ายิ่งพวกเรายังมัวถกเถียงแต่ไม่ลงมือปฏิบัตินานเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำร้ายสภาพแวดล้อมมากขึ้นเท่านั้น เนื่องเพราะตัวแปรที่ส่งผลกระทบมิใช่มีเหตุปัจจัยจากธรรมชาติ
การศึกษานี้ ทำโดยสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยบริสทอล คาบอท ที่พบหลักฐานแสดงความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจากการตรวจวัดระดับของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ (pCO2) เทียบกับเมื่อ 120 ล้านปีที่ผ่านมา ในยุคดึกดำบรรพ์ที่เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ติดต่อกันบ่อยครั้ง ตามสมมติฐานที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ พบว่าอัตราคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจะยังคงหนาแน่นตกค้างอยู่อีกราวๆ 1.5-2 ล้านปีต่อมา เช่นเดียวกับการตกค้างอยู่ในน้ำของมหาสมุทรต่างๆ แม้ว่าจะช่วยกันหยุดปล่อยไอเสียเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโดยสิ้นเชิงก็ตาม
"บันทึกในอดีตมีความสำคัญมากต่อการทำความเข้าใจสภาวะของระบบนิเวศในปัจจุบัน" ดร.เดวิด นาฟส์ ผู้เขียนบทวิจัยลงตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geosciences กล่าวอีกว่า พวกเขาได้นำบทเรียนในอดีตมาศึกษาร่วมกับตัวแปรในปัจจุบัน ซึ่งก็อย่างที่รู้กันก็คือความแปรปรวนที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ หลักๆ แล้วก็เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์นั่นเอง
"จากบันทึกที่ผ่านในอดีต พบความเกี่ยวโยงกันแบบแยกไม่ออกระหว่างอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้น แปรผันตามจำนวนคาร์บอนที่สะสมอยู่ในดินและน้ำของโลกช่วงนั้นๆ" โดย ดร.เดวิด นาฟส์ เชื่อว่าจากการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมครั้งหลังสุดในกรุงปารีสเมื่อปลายปี 2015 ที่ผ่านมา จะทำให้ผู้นำโลกได้ตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และกำหนดเป็นนโยบายของประเทศตัวเองต่อไป







