
ช้างศึกหัวใจแกร่ง-ค่ำคืนแห่งความสุข
เรื่องเล่า ณ กาตาร์ หลับฝันดี ... ช้างศึกคืนความสุข
เรื่องเล่า ณ กาตาร์ หลับฝันดี ... ช้างศึกคืนความสุข
โดย...มิวโกโตะ
ทั้งเสียงแหบและหูดับในเวลาเดียวกันทันทีที่ ภิญโญ อินพินิจ แนวรุกทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซัลโวประตูตีเสมอซาอุดิอารเบีย 1-1 ในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ณ สนาม แกรนด์ ฮาหมัด ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อช่วงดึกวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลในเมืองไทยคงส่งกำลังใจผ่านจอทีวีค่อนประเทศ ก่อนจะหลับฝันดีในค่ำคืนที่ผ่านมา
ก่อนเกม "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยตั้งเป้าเก็บ 3 คะแนน ซึ่งยอมรับตามตรงว่าผู้เขียนเองหวั่นซาอุฯไม่น้อยเนื่องจากผลงานในรอบคัดเลือกและเรื่องปรับตัวสภาพอากาศเนื่องจากเวลานี้อากาศในตะวันออกกลางอุณหภูมิราว 18 องศา ถือว่าหนาวเย็นสำหรับเราพอสมควร
อย่างไรก็ตามเมื่อเสียงนกหวีดคิกออฟดังขึ้น หากไม่นับจุดโทษกังขาช่วงต้นเกมที่ สมพร ยศ ช่วยพุ่งเซฟ บอกตามตรงไทยน่าเสียดายที่พลาดประเดิม 3 คะแนน เพราะเรามีโอกาสแบบจะแจ้งถึง 3 ครั้ง จากลูกหลุดเดี่ยวไปยิงของ ภิญโญ นาที 20 ลูกชาร์จจ่อๆของ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.30 และ จังหวะถูกโหม่งตัดหน้าของ อดิศร พรหมรักษ์ น.48
"ต้องขอบคุณน้องๆ นักเตะทุกคนที่เล่นด้วยสปิริต จริงๆ วันนี้เราไม่ได้ต้องการเสมอ เพราะหวังถึง 3 แต้ม เราเตรียมทีมมาแบบนั้นจริงๆ ซึ่งในเกมก็มีโอกาสแบบจะแจ้ง 2-3 ครั้ง แต่ก็น่าเสียดายที่ยิงได้ลูกเดียว อย่างไรก็ตาม 1 คะแนน ก็ไม่เสียหายหรือไม่ได้ผิดหวังอะไรมากมายนัก เนื่องจากยังมีอีก 2 นัดกับ ญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ เกมนี้เราทำได้ดีในครึ่งแรกคือไม่เสียประตูเร็ว แต่ครึ่งหลังเราหวังเอา 3 แต้ม จึงต้องเปิดเกมรุกมากขึ้น ขณะเดียวกันสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงคือการเข้าทำประตูที่ไม่คมพอ ซึ่งยังดูขาดๆ เกินๆ ตอนนี้เรามองถึงเกมนัดต่อไปกับ ญี่ปุ่น แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเกมที่สนุกและเราคิดว่าจะสู้กับ ญี่ปุ่น ได้ เพราะมาตรฐานของทีมในกลุ่มไม่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่เราสู้กับ ซาอุฯ ได้สูสี ก็น่าจะสู้กับ ญี่ปุ่น ได้อย่างไม่เป็นรองแน่นอน" ซิโก้ กล่าว
ขณะที่ แอนดรี คอสเตอร์ เทรนเนอร์ชาวเนเธอร์แลนด์ของซาอุดิอาระเบียยอมรับลูกทีมเสียสมาธิและเป๋พอสมควรหลังจากไม่ได้ประตูจากลูกจุดโทษ แต่ก็เชื่อว่านักเตะตัวเองสู้อย่างเต็มที่แล้ว กับสองเกมข้างหน้ายังมั่นใจพาทีมเข้ารอบ
"ก่อนแข่งเราต้องการเล่นฟุตบอลด้วยสไตล์ตัวเอง และอยากทำให้ดีที่สุด ก็ไม่น่าเชื่อว่าผลการแข่งขันที่ออกมาจะเซอร์ไพรส์เราได้ขนาดนี้ จะเห็นได้ว่าสมาธิทุกคนหมดไปหลังจากถูกปฏิเสธิลูกจุดโทษ อย่างไรก็ตามเรายังมีช่วงเวลาที่ดีในเกมนี้ เราต้องลืมการแข่งขันเดี๋ยวนี้และพยายามเอาชนะเกาหลีเหนือในเกมต่อไป สิ่งที่เราจะเปี่ยนคือพวกเราต้องกลับมาครองบอลอีกครั้ง นั่นทำให้คุณมีโอกาส" นายใหญ่ซาอุ กล่าว
นอกเหนือจากรูปเกมและผลการแข่งขันสุดตื่นเต้น ประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลเวลานี้ ทางโพสต์ทูเดย์สืบเสาะได้คำตอบมาว่า จังหวะที่"บี" ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ลื่นขมำตรงกลางสนามจนเกือบถูกนำ 2-0 เกิดจากรองเท้าสตั๊ดเจ้ากรรมมาขาดพอกระจุย ซึ่งโชคดีลูกยิงของ ซาเลห์ อัลจามาน ถูกจับล้ำหน้าเสียก่อน
อีกจังหวะที่คาใจแฟนบอลจังหวะเซฟจุดโทษของ สมพร ยศ โดยจากภาพช้าเจ้าภาพได้ซูมวัตถุมงคลที่แขวนอยู่บนตาข่ายประตู ซึ่งคำตอบจากปากนายทวารบีอีซีเทโรศาสน ระบุเป็น เขี้ยวเสือ หลวงพ่ออุทัย วัดเกาะตาพุด จังหวัดราชบุรี สิ่งศักดิ์สิทธิที่ทีมสตาฟฟ์ให้ไว้ยึดเหนี่ยวยามลงเฝ้าเสา ซึ่งหลังจากนี้อาจกลายเป็นเครื่องบูชาสุดฮิตก็เป็นได้
ด้าน ไดชิโร่ อามิโนะ ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ โฮชิ ซิมบัน ที่เคยมาสอบถามเรื่องทีมชาติไทยวันซ้อม มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งบริเวณห้องสื่อมวลชน ซึ่งเหยี่ยวข่าวนิปปอนตรงดิ่งมาหาผมพร้อมขอจับมือชื่นชมทีมชาติไทยเล่นได้ดีมาก
"กัปตันไทย(ชนาธิป)มีเทคนิคระดับสูง ผู้รักษาประตูไทย(สมพร ยศ)มีฝีมือระดับเดียวกับที่เล่นเจลีกญี่ปุ่น และผู้เล่นหมายเลข 17(ธนบูรณ์ เกษารัตน์) กับ 22 (เจนรบ สำเภาดี ) แข็งแกร่งมาก ผมจะกลับไปถามโค้ชของเราว่าจะรับมือนักเตะไทยอย่างไร" ไดชิโร่ เผย
ผลอีกคู่แรกร่วมสายบี ญี่ปุ่น เอาชนะ เกาหลีเหนือ 1-0 โดยที่ทีมซามูไรยังไม่ได้โชว์ศักยภาพที่แท้จริงออกมา เพราะจากที่สังเกตุตลอด 90 นาที เมื่อพวกเขาขึ้นนำเร็ว ก็เน้นระบบ แพ็คเกมรับอย่างมีวินัย แต่จังหวะที่ต้องเน้นอย่างลูกเซตพีซและจังหวะสวนกลับยังคมกริบ โดยเฉพาะ นากาจิม่า โชยะ ยอดดาวโรจน์วงการลูกหนังญี่ปุ่นแห่งทีมทีมเอฟซี โตเกียว ที่ออกบอลอย่างชาญชลาด รวมถึง มูซาชิ ซูซูกิ ดาวยิงร่างโย่งผู้ครอบครองบอลได้แทบทุกจังหวะ จุดนี้โค้ชซิโก้บอกกำลังจะกลับไปทำการบ้านหนักอีกครั้งก่อนพบกัน 16 ม.ค.
สำหรับบรรยากาศเกมนี้แฟนบอลไทยหลายร้อยคนเดินทางมาเชียร์ทัพช้างอย่างหนาตา โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มาทำงานที่ประเทศกาตาร์ ซึ่ง กุลนิจ จันทร์เพ็ญ (กุล) และ ปัทมาภรณ์ ชำนาญปืน (จ๊อยซ์) สองสาวแอร์โฮสเตสสายการบินกาตาร์แอร์ไลน์ เผยกระแสฟุตบอลยู-23ครั้งนี้ฟีเวอร์มากในหมู่คนไทยที่ทำงานในกาตาร์ และหากไม่ติดงานด่วนก็จะชวนคนรู้จักมาเชียร์ริมขอบสนามทุกนัด
"ส่วนตัวไม่ใช่แฟนบอลพันธ์แท้กันหรอกค่ะ แต่เห็น 4-5 รายการหลังฟอร์มทีมชาติไทยดีมาก กระแสที่เมืองไทยแรงหนูและเพื่อนๆแอร์ด้วยกันทราบว่าทีมไทยจะมาแข่งก็รีบมาซื้อตั๋วกันไว้ทุกนัด ใครว่างก็มาเชียร์กันหมด และก็มีพวกพี่ๆที่เป็นวิศวกรในกาตาร์ขนเพื่อนมาเชียร์กันทุกคน ก็หวังว่าไทยจะประสบความสำเร็จค่ะ" สองสาวแอร์โฮสเตส กล่าว
น่าจับตาอีกสองเกมที่เหลือสมาธินักเตะช้างศึกจูเนียร์ชุดนี้จะเป็นอย่างไร แต่การบุกโจมตีเต้ยลูกหนังแห่งตะวันออกกลางอย่างไม่เกรงกลัว น่าจะเป็นอีกบทพิสูจน์ว่าทีมชาติไทยสามารถลดช่องว่างและขยับมาตรฐานเข้าใกล้เกมระดับเอเชียไปอีกขั้น
ภาพทีมชาติไทย : www.the-afc.com







