
ชัยชนะข้ามพ้นสีผิว
เป็นไฟลามทุ่งชั่วพริบตา เมื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผิวขาวยี่ห้อหนึ่งถูกปล่อยออกมา สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ในชื่อชุด “เด่นกว่าดารา” มาพร้อมประโยคเชือดตัวเอง “แค่ขาวก็ชนะ” นางเอกโฆษณา คือ คริส หอวัง ซึ่งในโฆษณาถูกฉาบสีด้วยสีดำ หลังออกเผยแพร่ทุกบริบทเพุ่งไปกระทบความรู้สึกผู้ได้ชมว่า นี่คือการ “เหยียดผิว” เป็น “การสร้างค่านิยมที่ผิด”
เป็นไฟลามทุ่งชั่วพริบตา เมื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผิวขาวยี่ห้อหนึ่งถูกปล่อยออกมา สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ในชื่อชุด “เด่นกว่าดารา” มาพร้อมประโยคเชือดตัวเอง “แค่ขาวก็ชนะ” นางเอกโฆษณา คือ คริส หอวัง ซึ่งในโฆษณาถูกฉาบสีด้วยสีดำ หลังออกเผยแพร่ทุกบริบทเพุ่งไปกระทบความรู้สึกผู้ได้ชมว่า นี่คือการ “เหยียดผิว” เป็น “การสร้างค่านิยมที่ผิด”
ในไทยเองหลายฝ่ายต่างโบยโฆษณาตัวนี้ ขนาดสื่อต่างประเทศซีเอ็นเอ็นและเอเอฟพี ยังรายงานข่าวนี้ในรายงานมีระบุด้วยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่นิยมสินค้าเพื่อผิวขาว แต่ที่สื่อต่างประเทศไม่รายงานคือ สินค้าเพื่อผิวขาวหลายยี่ห้อมีเจ้าของเป็นนักแสดง
ในวงการบันเทิงไทย ผิวขาว ตัวเล็ก น่ารัก ยังแจ้งเกิดได้ง่ายกว่านางเอกผิวเข้ม ภาพที่ผ่านหน้าจอทีวีจึงมีแต่คนผิวขาวเต็มไปหมด ไม่ต่างกับการตีกรอบลักษณะของพระเอกนางเอก เด็กรุ่นใหม่ที่มีเหล่าคนดังเป็นไอดอล หรืออยากเข้าสู่วงการบันเทิงบ้าง ไม่พ้นที่ "อยากขาว"
การโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Advertisement) ต่างกันทั้งในความหมายและในทางกฎหมาย นักแสดงที่เป็นพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ผิวขาวกำลังบอกผู้ชมว่า เขาใช้แล้วขาว แต่สิ่งที่เขาไม่ได้บอกผ่านโฆษณาคือเขาใช้อะไรมาบ้าง ผ่านนวัตกรรมอะไรมาบ้าง แล้วสภาพผิวตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เด็กเป็นสีอะไร ซึ่งผู้ชมบางคนก็ไม่สนใจตรงนั้นหรอก คนนี้ขาวเพราะสิ่งนี้ก็ยอมเชื่อตามกันแล้ว เพราะคนดังพูดแล้วเสียงดังมีคนหันมาให้ความสนใจมาก เมื่อคนดังพูดก็น่าฟังมีความอยากเชื่อเป็นทุนอยู่แล้ว และนี่คือจุดที่ว่า ทำไมพรีเซนเตอร์โฆษณาจึงใช้คนดัง และทำไมคนดังจึงหันมาจับธุรกิจนี้กันหลายราย
ความขาวไม่ได้ชนะไปเสียหมด แม้ว่าในวงการบันเทิงไทยนางเอกผิวเข้มจะมีอยู่ไม่กี่คน เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ปุ๊กลุ๊ก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เป็นอาทิ ส่วนเวทีนางงามนั้นตอนนี้เทรนด์หน้าไทย ผิวเข้มกำลังมา ทั้ง เมญ่า-นนธวรรณ ฌรรวนธร แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ ในช่วง 3 ปีให้หลังและในอนาคตก็ยังเป็นที่นิยม เพราะ “สีผิว” ไม่ได้เป็นตัวชี้ชะตา หากแต่ความสามารถต่างหากที่จะพาไปสู่จุดที่ต้องการ
แม้จะพูดกันแบบไม่โลกสวย มีความจริงว่าผิวขาวมีภาษีดีกว่า แต่การที่จะต้องผิวขาวให้ได้จนทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเองไปนั้นคือการไล่ล่าอะไรอยู่ สิ่งที่คนอื่นเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่คนอื่นมี เราไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และเราไม่ควรเชื่อเพียงเพราะเขาโฆษณา







