
ต่อยอดสินค้าทำมือ ...สู่ตลาดทำกิน
เรื่อง : ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
การสร้าง
“มูลค่าเพิ่ม เสริมอัตลักษณ์”ในโลกปัจจุบันนี้ “ความคิดสร้างสรรค์” ถูกนำมาใช้สร้างความแตกต่างและเป็นที่มาของ “โอกาส” อยู่เสมอและเพื่อให้เหล่านักประกอบการได้มองเห็นถึง
“ศักยภาพ” ที่มีอยู่ในตัวตน โครงการ “ต่อยอดสินค้าทำมือ สู่ตลาดทำกิน” ที่จัดขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC จึงนำเสนอความสำเร็จของ 4 นักสร้างสรรค์ผู้แปลงโฉม “ไอเดียไทยๆ” ให้กลายเป็นผลงานที่มีดีไซน์แปลกตา ซึ่งสามารถก้าวเป็นผลงานดีไซน์ที่ครองใจมหาชนได้ในระดับสากลความหลงใหลบวกโอกาสธุรกิจ
ความลงตัวระหว่าง
“ความชอบ” และ “โอกาสทางธุรกิจ” แอมเม่ปิยทรรศ ธันธนาพรชัย บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์รั้วจามจุรี จึงสามารถดีไซน์ “โปสต์การ์ด 3 มิติ” แตกต่างจากที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดแอมเม่ บอกเล่าไอเดียตั้งต้นเริ่มมาจากการทำ Thesis ในรูปแบบของหนังสือป๊อปอัพ
“กรุงเทพฯ 3 มิติ” ซึ่งก็ไม่ได้คิดว่าจะเอามาต่อยอดทำสินค้าขาย จนวันหนึ่งได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของ TCDC และได้รับคำแนะนำในการต่อยอดไอเดียสู่การทำธุรกิจ ทำให้หนังสือป๊อปอัพซึ่งเดิมใช้เทคนิคการออกแบบสมจริง เน้นทุกรายละเอียดของสถานที่ และพิมพ์ 4 สี เป็นเหตุให้มีต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูง ถูกแปลงสภาพเป็น “โปสต์การ์ด” สำหรับใช้เป็นของที่ระลึก เพื่อให้หวนคำนึงถึงกรุงเทพฯ ภายใต้คอลเลกชัน “Amazing Thailand : Wonderful Street & Food” โดยได้เพิ่มรูปแบบจำลองสถานที่ในกรุงเทพฯ และสัญลักษณ์ต่างๆ ให้มี ความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม อาทิ ตลาดน้ำ ภูเขาทอง รถตุ๊กตุ๊ก เรือนไทย ช้างไทย“
การพิมพ์เพียงสีเดียว ลดต้นทุนได้ด้วยครับ และเพิ่มลูกเล่นสนุกๆ ให้กับลูกค้าด้วยแนวคิด DIY โดยลูกค้าที่ซื้อการ์ดไปสามารถออกแบบและมีส่วนร่วมตกแต่งด้วยสติกเกอร์หลากหลายลวดลายตามใจชอบ”จากคำแนะนำในวันนั้นทำให้โปสต์การ์ดของแอมเม่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย
เจ้าของไอเดียแปลงเศษไม้เป็นหุ่นไม้แฮนด์เมด ตึ๋งธนานพ แสงอรุณ บอกเล่าถึงที่มาของผลงานว่า ด้วยความหลงใหลในหุ่นยนต์ของเล่นที่สะสมไว้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดผ่านผลงาน
“ตุ๊กตุ่นตึ๋ง” หุ่นไม้แฮนด์เมดจากเศษไม้ที่เหลือจากโรงเลื่อยในราคาไม่กี่บาท ซึ่งจากที่เคยตั้งใจทำเป็นแค่ของขวัญวันเกิดให้กับเพื่อนๆ ในคอนเซปต์ “ของขวัญชิ้นเดียวในโลก” TCDC ก็ได้จุดประกายความคิดให้ต่อยอดเป็นสินค้าที่คนทั่วไปนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ ได้มากขึ้น จากที่เคยทำเป็นหุ่นยนต์ไม้ตัวใหญ่ ใช้แค่ตั้งโชว์ ก็ได้ปรับให้มีขนาดเล็กลงและเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้มากขึ้น เช่น ทำเป็นโคมไฟติดผนัง โคมไฟตั้งโต๊ะ พร้อมเพิ่มรายละเอียดให้ตุ๊กตุ่นไม้ดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา ด้วยการใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น นอต ตะเกียบรถจักรยาน สวิตช์ไฟ กรวยพลาสติก ฯลฯ และโฉมใหม่เจ้าหุ่นยนต์ไม้ตุ๊กตุ่นตึ๋งก็ทำให้สินค้าติดตลาดและมีคนสนใจสั่งทำมากยิ่งขึ้น‘
ความแตกต่าง’ คือที่มาของ ‘โอกาส’ในเทศกาลปล่อยแสง 4 เมื่อปลายปีที่แล้ว ทายาท จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่ายศิลปะ) เดือน จงมั่นคงฉายแวว
“ความแตกต่าง” โดยเดือนเลือกนำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวันและบอกเล่าความรู้สึกผ่านภาพถ่ายและการบันทึกทุกอย่างลงในศิลปนิพนธ์การออกแบบหนังสือภายใต้ชื่อ “ไล้สาระ” ซึ่งเป็นหนังสือแจกฟรีฉบับพกพาซึ่งที่มาจาก “กระเป๋าใบเก่าของคุณย่า” สื่อเรื่องราวความผูกพันของครอบครัว และเดือนนำไอเดียเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นผลงานสมุดบันทึก “ไดอารี่เพื่อนรัก”ไดอะรีเล่มนี้ มีความแตกต่างจากไดอะรีทั่วไปตรงที่หน้ากระดาษทุกๆ หน้าสื่อสารพูดคุยกับเจ้าของสมุดได้ ผ่านการเรียบเรียงข้อความสั้นๆ ให้เป็นเสมือนประโยคคำถาม พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกทั้งในเชิงเข้าอกเข้าใจ สร้างกำลังใจ สลับกับการจัดวางภาพถ่ายด้วยฝีมือการถ่ายภาพของเดือนเอง โดยทุกๆ ภาพล้วนสะท้อนถึงช่วงชีวิตและสิ่งที่เราพบเห็นในแต่ละวัน จะได้เห็นว่ากระดาษทุกแผ่นและข้อความสั้นๆ ทุกประโยคในสมุดเล่มนี้ จะเป็นเหมือนตัวแทนของชีวิตและสามารถเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันกับเจ้าของสมุดได้ในทุกที่ทุกเวลา และกลายเป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจและอยากเป็นเจ้าของ
ต่อด้วยอีกหนึ่งไอเดียโดดเด่นสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยของแท้ น้ำอบไทยยี่ห้อ
“แจ่มกมล” สูตรต้นตำรับชาววังที่สร้างสรรค์โดย เน็ตทิพย์กมล บูลภักดิ์ ทายาท “ป้าแจ่ม” ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าจอมประคอง พระสนมลำดับที่ 44 ในรัชกาลที่ 5 เน็ตบอกเล่าถึงที่มามรดกทางปัญญาจากป้าแจ่มในการสร้างสรรค์ “น้ำอบไทยสูตรชาววัง” ให้ฟังว่า “น้ำอบไทยก็เหมือนน้ำหอมต่างประเทศที่เราใช้กันในปัจจุบัน แต่ด้วยค่านิยมของคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่จะมองว่า น้ำอบไทยเป็นของที่ดูล้าสมัย เหมาะกับคนสูงวัย หรือใช้เพียงแค่ในการสรงน้ำพระ และในโอกาสไหว้ญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทยแต่เพียงเท่านั้น.. โจทย์ข้อนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้น้ำอบไทยดูเป็นสากลและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น และต้องคงมนต์เสน่ห์ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยไว้ด้วย ซึ่ง TCDC แนะนำให้มองถึงโอกาสในการเติบโตของตลาด การพัฒนาเรื่องบรรจุภัณฑ์ทั้งฉลากและดีไซน์ขวดใหม่ให้ดูทันสมัยน่าใช้มากยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนโลโก้ ตลอดจนการเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันงา เพิ่มกลิ่นดอกไม้ พร้อมกับปรับ Positioning จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องหอมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุงผิวได้ด้วย
” ทิพย์กมล อธิบายซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ทั้งหมดนี้ ทำให้
“แจ่มกมล” ก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ทำให้น้ำอบไทยขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี และผลิตภัณฑ์โดยคนไทยก็ได้รับการยอมรับจากตลาดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย TCDC พร้อมเปิดรอให้เหล่านักคิดนักสร้างสรรค์ได้มีโอกาสและพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงช่วยต่อยอดให้เหล่านักคิดคนไทย กล้าที่จะ “แตกต่าง” เพื่อสร้าง “ความโดดเด่น” พร้อมทั้งผลักดันและแปลงโฉมให้ไอเดียไทยๆ สามารถก้าวไกลในระดับสากล






