
ซามูไรมองไทยแค่ทางผ่าน?
เรื่องเล่า ณ กาตาร์ หรือซามูไรมองไทยแค่ทางผ่าน
โดย..มิวโกโตะ
มีโอกาสบินลัดฟ้ามายังกาตาร์ เจ้าภาพแห่งศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย หรือเข้าใจง่ายๆว่าเป็นเวทีประลองแข้งเพื่อแย่งตั๋ว 3 ใบ ไปลุยกีฬาฟุตบอลชายในมหกรรมโอลิมปิก 2016 ณ บราซิล
วันแรกได้เดินทางไปชมทีมชาติไทยลงฝึกซ้อม ภายใต้กฏระเบียบสุดเป๊ะ โดยเจ้าหน้าที่ให้ชมและเก็บภาพได้เพียง 15 นาทีแรกเท่านั้น ตามกฏทัวร์นาเมนต์ระดับสากล
ขอเล่าย้อนไปนิด ก่อนทางเข้าสนามมีกองทัพสื่อจากแดนซามูไรจำนวนมากมาติดตามทำข่าวทีมชาติญี่ปุ่นซึ่งลงฝึกซ้อมก่อนหน้าเรา แต่น่าแปลกใจพอไทยลงซ้อมกลับมีเพียงไม่กี่สำนักที่เข้ามาติดตาม
ไดชิโร่ อามิโนะ ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ โฮชิ ซิมบัน ยืนด้อมๆมองๆอยู่พักใหญ่ ก่อนเข้ามาทักทายภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่น เล่นเอาเหนื่อยกว่าจะเข้าใจกัน(บางคำต้องใช้การเขียนผ่านบทสนทนา)
ใจความสำคัญ ไดชิโร่ มาถามหา "มาราโดน่าเมืองไทย" ซึ่งผมตอบไปในสนามไม่มีหรอก ถ้ามีคุณต้องยืมไทแมชชีนโดราเอมอนไปราว 20 กว่าปีก่อน ในยุค "น้าชาย" สมชาย ทรัพย์เพิ่ม สวมเสื้อช้างศึก
จากนั้นเหยี่ยวข่าวแดนซามูไรเริ่มซักถามถึงคีย์แมนเมืองไทยชุดยู-23 ผมเลือกใส่ชื่อ "กัปตันเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงไป ไดชิโร่ พูดสวนทันที โอ้ววว ... คนที่เพิ่งไปทดสอบฝีเท้ากับ เอฟซี โตเกียว ใช่มั้ย
เอิ่ม .. นั่นมัน "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ แล้วค่อยอธิบายว่าเมสซี่เจก็เคยไปทดสอบฝีเท้า แต่กับอีกทีม(ชิมิสึ เอส-พัลส์) ตอนแรกนึกว่ามุขของชาวญี่ปุ่นแต่หลังจากคุยสักพัก ถึงได้รู้ว่าเขาไม่รู้จักนักเตะคนไหนเลย ข้อมูลที่เขามีถือว่าคลาดเคลื่อนเกือบ 90% ถึงขนาดโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คนไหนเรายังต้องชี้ให้ดู
ไม่แน่ใจว่าเป็นกลลวงหรือไม่ประการใด แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังแมตช์ไทยปะทะญี่ปุ่น (16 ม.ค.) ไดชิโร่ และผองเพื่อนสื่อแดนอาทิตย์อุทัย จะจดจำทัพช้างศึกขึ้นใจ ไม่ว่าผลการแข่งขันออกมาแบบไหนก็ตาม







