
อย่าปล่อยให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไป
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างกินไฟสูง ถ้าไม่รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะยิ่งทำให้ตู้เย็นทำงานหนักเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ซึ่งเราสามารถประหยัดพลังงานให้ตู้เย็นได้ด้วยการใช้อย่างฉลาด โดยเริ่มที่พฤติกรรมการใช้ตู้เย็นของเราเป็นอันดับแรก เช่น ไม่นำอาหารที่ร้อนหรือยังอุ่นแช่ในตู้เย็นทันทีควรรอให้เย็นก่อน ลดการเปิดตู้เย็นโดยไม่จำเป็น เพราะค่าไฟฟ้าจะเพิ่มตามจำนวนครั้งของการเปิดตู้เย็นและเลิกเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้เป็นเวลานานๆ ด้วย
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างกินไฟสูง ถ้าไม่รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะยิ่งทำให้ตู้เย็นทำงานหนักเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ซึ่งเราสามารถประหยัดพลังงานให้ตู้เย็นได้ด้วยการใช้อย่างฉลาด โดยเริ่มที่พฤติกรรมการใช้ตู้เย็นของเราเป็นอันดับแรก เช่น ไม่นำอาหารที่ร้อนหรือยังอุ่นแช่ในตู้เย็นทันทีควรรอให้เย็นก่อน ลดการเปิดตู้เย็นโดยไม่จำเป็น เพราะค่าไฟฟ้าจะเพิ่มตามจำนวนครั้งของการเปิดตู้เย็นและเลิกเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้เป็นเวลานานๆ ด้วย
ขณะเดียวกันไม่แช่ของจนแน่นเกินไป เพราะความเย็นจะไหลเวียนไม่สะดวก และจงหลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกใส่ของในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นจ่ายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงอาหาร ประการสำคัญอย่าตั้งตู้เย็นใกล้เตาไฟหรือหม้อหุงข้าว หรือถูกแสงอาทิตย์โดยตรงเพราะจะทำให้ตู้เย็นระบายความร้อนไม่ดีสิ้นเปลืองไฟ ควรตั้งตู้เย็นห่างจากผนังทั้งด้านหลังและด้านข้างอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อให้การระบายความร้อนดีขึ้น ประหยัดไฟได้ 39%
การดูแลและบำรุงรักษาเป็นสิ่งสำคัญ ควรตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสม โดยควรตั้งอุณหภูมิในตู้เย็น 3-6 องศา และในช่องแช่แข็งระหว่างลบ 15-18 องศา ถ้าตั้งไว้เย็นกว่าที่กำหนด 1 องศา จะสิ้นเปลืองไฟเพิ่มขึ้น 25% พร้อมกันนี้ให้หมั่นละลายน้ำแข็งอย่าให้น้ำแข็งเกาะในช่องน้ำแข็งมากเกินไป โดยกดปุ่มละลายน้ำแข็งหรือดึงปลั๊กออกจนน้ำแข็งละลายหมด และตรวจสอบยางขอบประตูตู้เย็น โดยเสียบกระดาษระหว่างขอบยางแล้วปิดประตู ถ้าสามารถเลื่อนกระดาษขึ้นลงได้แสดงว่าขอบยางเสื่อมควรเปลี่ยนใหม่ เพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักสิ้นเปลืองไฟ







