
เมื่อ‘ความรัก’มาชวนคุย
เมื่อชีวิตเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนจะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเองหลายสิ่ง แต่ที่อยากขอบคุณธรรมชาติมากๆ
โดย...ปูปรุง
เมื่อชีวิตเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนจะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเองหลายสิ่ง แต่ที่อยากขอบคุณธรรมชาติมากๆ ก็คือ ท่ามกลางสมรรถภาพทางร่างกาย ซึ่งถูกลดทอนไปนั้นกลับมีบางสิ่งที่ธรรมชาติตอบแทนกลับคืนมาให้เราด้วยเช่นกัน และนั่นก็คือมิติใหม่ๆ ในเรื่องมุมมองและความคิด ซึ่งครั้งนี้เราจะมาคุยเรื่องความรักกันค่ะ
เหตุจูงใจที่ทำให้ฉันอยากเขียนเรื่องความรักขึ้นมาก็เพราะบังเอิญมี 2 เรื่องราวใกล้ตัวที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงนี้พอดี และแน่นอนว่ามันเกี่ยวกับ “ความรัก” ทั้งสองสถานการณ์ค่ะ
เริ่มจากเรื่องแรกคือรักแรก เอ่ยคำนี้ขึ้นมาเชื่อว่าทุกคนคงอมยิ้มและอาจหวนนึกย้อนไปถึงความรักครั้งแรกของตัวเองด้วยเช่นกัน มั่นใจว่าน้อยคนนักที่ความสัมพันธ์ ณ ปัจจุบันกับ “รักแรก” ในครั้งนั้นจะยังคงใช่คนคนเดิมอยู่-- และฉันเองก็คือหนึ่งในคนหมู่มากเหล่านั้นด้วยค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนั้นต้องสิ้นสุดลง คนที่เคยเป็นรักแรกของเราเขาก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ แม้จะไม่ได้พบกันอีกเลยหลังจากนั้นก็ตาม แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องขอบคุณความอัจฉริยะของคุณมาร์กจริงๆ ที่ทำให้เราสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งจนได้ทาง Facebook สิ่งที่อยากเล่าต่อคือการพบกันอีกครั้ง (ทางหน้าจอ) นี้ ทำให้ฉันและอีกฝ่ายมีโอกาสเปิดใจหรือได้พูดบางสิ่ง ซึ่งยังคงตกค้างและต่างฝ่ายไม่เคยพูดให้อีกคนได้รับรู้ แล้วทุกอย่างก็จบลงด้วยดีตรงมิตรภาพของความเป็นเพื่อน จริงใจ ชัดเจน ความรู้สึกดีๆ ที่ยังมีให้กันซึ่งอยู่ในระยะห่างที่พอดีและเหมาะสมต่อชีวิตและสถานะปัจจุบันของเราทั้งสอง
ส่วนอีกเรื่องกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นเรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังทุกข์ใจมากกับความรัก ต้องการเดินออกจากความสัมพันธ์ที่ซ้ำซ้อน และฉันเองได้รับรู้เรื่องราวนี้ในฐานะเพื่อนปรับทุกข์ของเธอคนนั้น
จากสองเรื่องใกล้ตัวดังกล่าว ทำให้ฉันนึกถึงรูปแบบของความสุขในชีวิตของคนเราขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งนั้นมักต้องเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอ บางครั้งความรักก็สร้างทุกข์ขณะที่บางครั้งก็เคยสร้างสุขด้วย นั่นแปลว่าคำพระท่านที่มักได้ยินผ่านหูเสมอว่า ความสุขที่ยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้จากการเลิกสร้างเงื่อนไขของความสุข ความไม่ยึดติดหรืออยากครอบครอง จึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนควรเงี่ยหูฟังและพึงใคร่ครวญจริงๆ
มีหลายเรื่องราวบนโลกนี้ซึ่งดูเหมือนจะถูกเกริ่นนำด้วยความสุขก่อน จากนั้นก็ตามหลังมาด้วยความทุกข์ที่ยืดยาว ความรัก...เป็นหนึ่งในสิ่งที่พูดถึงนี้ด้วยเช่นกัน เพราะว่าความรัก...ก็เหมือนกับทุกสรรพสิ่งในโลกที่ล้วนเลื่อนไหล เปลี่ยนแปลง เป็นมายา แต่มนุษย์เรามักพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะรักษาสิ่งต่างๆ ให้เหมือนกับที่เคยเป็นอยู่ และโศกเศร้าเมื่อไม่อาจต้านทานต่อความไม่ยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้
ถ้าเพียงเราสามารถมองว่า ทุกๆ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น…ไม่ว่ามันจะจบลงแบบไหน
ถ้าเพียงมองเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่มันเป็นและเลื่อนไหลไปกับมัน ถ้าพยายามเลิกคิดว่าจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบางอย่างถูกเติมเต็มแล้วเท่านั้น ทุกๆ โฉมหน้าของปรากฏการณ์ชีวิตที่เราต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขหรือทุกข์ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเหมือนเส้นด้ายหลากสีที่ถูกถักทอเป็นผืนผ้าอันสวยงามภายหลัง พูดอีกอย่างคือมันจะนำเราไปสู่บางความหมายที่ลึกซึ้งของความมีชีวิตได้ในที่สุด
เหมือนเวลาที่เราเดินผ่านสวนดอกไม้ อย่างน้อยที่สุด--ความสวยงามที่ได้รับจากสัมผัสด้วยดวงตา หรือกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเกสรที่ต้องจมูก ก็มากเพียงพอที่จะสร้างความสุขหรือความรื่นรมย์ใจให้กับเราขณะนั้นได้ทันที แม้ตัวเราจะไม่ได้เป็นเจ้าของสวนดอกไม้เหล่านั้นและบางที นิยามของความรักหรือความสัมพันธ์ก็ควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ







