
ถามจากสมอง ตอบจากหัวใจ
นักเรียนไทยหลายคนฝากถามเอาไว้ ผู้เขียนจึงขอนำมาตอบไว้ในฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการประเดิมเปิดคอลัมน์ “ถามจากสมอง ตอบจากหัวใจ” ไปในตัว
นักเรียนไทยหลายคนฝากถามเอาไว้ ผู้เขียนจึงขอนำมาตอบไว้ในฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการประเดิมเปิดคอลัมน์ “ถามจากสมอง ตอบจากหัวใจ” ไปในตัว
เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ในช่วงเดือน ก.ค. 2553 ผู้เขียนได้จาริกมาเผยแผ่พุทธศาสนายังประเทศสหราชอาณาจักร ตามคำอาราธนาของชมรมหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีคุณชุมศรี และคุณลุคแมน อาร์โนลด์ เป็นหัวเรือใหญ่ที่ให้การอุปถัมภ์ทุกอย่างตลอดการเดินทางปฏิบัติศาสนกิจ วันหนึ่ง หลังจากที่แสดงธรรมแก่นักเรียนไทยที่สามัคคีสมาคมแล้ว มีคำถามหลายคำถามที่ยังไม่ได้ตอบ แต่นักเรียนไทยหลายคนฝากถามเอาไว้ ผู้เขียนจึงขอนำมาตอบไว้ในฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการประเดิมเปิดคอลัมน์ “ถามจากสมอง ตอบจากหัวใจ” ไปในตัว คำถามคำตอบที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้
ปุจฉา
ขอทราบเคล็ดลับในการเรียนหนังสือให้เก่งครับ
วิสัชนา
หลักในการเรียนหนังสือให้ประสบความสำเร็จก็คือ ต้องปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท 4 (หลักการสร้างสรรค์ความสำเร็จ) คือ
1.เรียนในสิ่งที่มีใจรัก
2.เพียรอย่างหนักในทุกสิ่งที่ศึกษา
3.จับให้มั่นคั้นให้ตายรายวิชา
4.ใช้ปัญญาคอยวิจัยให้ลึกซึ้ง
ปุจฉา
ผมเป็นคนไม่มีศาสนา พระอาจารย์คิดว่าผมเป็นคนใช้ได้ไหมครับ
วิสัชนา
เธอจะเป็นคนไม่มีศาสนาก็ได้ แต่เธอจะไม่เป็นคนดี คงไม่ได้ การเป็นคนดี เราสามารถเป็นได้ โดยไม่ต้องอ้างศาสนาก็ได้ ถ้าเธอเป็นคนดี ก็เท่ากับเธอมีศาสนาอยู่ในหัวใจแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตนว่าเป็นคนในสังกัดศาสนาใด
ปุจฉา
ทำไมเราต้องกตัญญูด้วยครับ ฝรั่งไม่เห็นเขาเน้นเรื่องนี้เลย
วิสัชนา
ความกตัญญูรู้คุณ เป็นอารยธรรมสำหรับคนที่มีใจสูง ซึ่งตระหนักรู้เป็นอย่างดีว่า “น้ำทุกหยดล้วนมีต้นน้ำ คนทุกคนล้วนมีที่มา” ไม่มีใครยิ่งใหญ่อยู่ในโลก เพราะจู่ๆ ก็เก่งขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านการช่วยเหลือเกื้อกูลของคนอื่น ดังนั้นโปรดรับรู้ไว้เถิดว่า แท้ที่จริง เราเป็นหนี้คนอื่นมากมาย ตั้งแต่เริ่มต้นเราก็เป็นหนี้พ่อแม่ที่ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความอบอุ่น ให้ทุนมาเรียนต่อ ฯลฯ หากไม่มีมือแห่งเมตตาการุณย์คอยหนุนช่วย มีหรือที่เราแต่ละคนจะสามารถหยัดยืนใช้ชีวิตนี้อย่างราบรื่นได้ ด้วยเหตุที่ “น้ำทุกหยดล้วนมีต้นน้ำ คนทุกคนล้วนมีที่มา”
อย่างที่กล่าวมานี้เอง เราจึงจำเป็นจะต้องกตัญญูรู้คุณคนอื่นเสมอ ส่วนที่อ้างว่า ฝรั่งไม่เห็นจะเน้นเรื่องนี้เลยนั้น ก็ไม่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเดินตามฝรั่งเสมอไป ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า วิถีการดำเนินชีวิตอย่างฝรั่งนั้น ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่เราจะต้องเจริญรอยตามไปเสียทุกเรื่อง ฝรั่งก็คือคนอย่างเราๆ นี่เอง ไม่ได้ดีเด่นกว่าคนไทยไปเสียทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นหากเราจะตามรอยฝรั่ง ก็ต้องเลือกที่จะตามเพียงบางเรื่อง เรื่องไหนที่ไม่ได้เรื่องก็ต้องทิ้ง พูดอีกอย่างหนึ่งว่า มาเรียนเมืองฝรั่ง แต่อย่าศรัทธาฝรั่งจนหัวปักหัวปำ จนเห็นฝรั่งเป็นพระเจ้า หลายเรื่อง คนไทยต้องสอนฝรั่งเขาเหมือนกัน
ปุจฉา
นักเรียนทุนรัฐบาลที่คิดว่า เมื่อเรียนจบแล้ว แต่ไม่อยากกลับไปทำงานรับใช้ทุนในเมืองไทย เพราะระบบหลายอย่างในเมืองไทย ยังไม่ได้มาตรฐาน ถึงตั้งใจทำงาน ก็ไม่แน่ว่าจะเจริญก้าวหน้า ถ้าเราหาเงินไปใช้ทุน แล้วก็อยู่ทำงานที่เมืองนอกเลย จะถือว่าเนรคุณประเทศหรือเปล่า
วิสัชนา
ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่ไม่ควรจะตามใจ เพราะถ้าคิดว่าเมืองไทยยังด้อยพัฒนา ยังมีภาวะที่ไม่ได้มาตรฐานในหลายเรื่องก็เลยไม่อยากกลับไปทำงานที่เมืองไทย ถ้าคิดอย่างนี้กันหมด ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายทุนที่รัฐบาลจัดสรรมาจากภาษีของประชาชนเพื่อมาให้นักเรียนไทยได้มาเรียนต่อที่เมืองนอก คนที่คิดอย่างนี้ ถือว่าคิดไม่ถูก เพราะที่ถูกนั้นควรจะคิดว่า ถ้าเมืองไทยยังไม่พัฒนา เราต้องคิดใหม่ว่า ดีเหมือนกัน ฉันจะได้มีโอกาสในการนำความรู้ที่ได้มาจากการเรียนต่อที่เมืองนอกนี่แหละ ไปวางรากฐานการพัฒนาให้ประเทศตัวเองได้มีความก้าวหน้าเสียที ต้องคิดอย่างนี้ ถึงจะสมกับที่เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย
อนึ่ง ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า การที่เรามาเรียนต่อนั้น อย่าเรียนแค่วิชาทำมาหากินซึ่งเป็นเรื่องระดับประโยชน์ตนเท่านั้น เราต้องเรียนให้มากกว่านั้น จนสามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ด้วย (ตนเป็นที่พึ่งของตน และให้คนอื่นเขาได้พึ่ง) นั่นหมายความว่า นักเรียนไทยต้องไม่มัวแต่เรียนวิชาการที่ตัวได้ทุนมาเรียนเท่านั้น ทว่าต้องเรียนให้รู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของความเป็นอังกฤษด้วย เราต้องตอบให้ได้ว่า อังกฤษเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เขาเป็นเกาะ แต่เขาเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก เขาทำเช่นนั้นได้เพราะเขามีระบบการคิด ระบบการเมือง ระบบการศึกษา ระบบการดำรงชีวิต และระบบในการสร้างคนของเขาอย่างไร เขาจึงยิ่งใหญ่อย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เวลานี้เมืองไทยกำลังวิกฤตมาก ปัญญาของคนที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเวลานี้มีไม่พอที่จะแก้วิกฤต ตรงกันข้าม มีแต่จะทำให้วิกฤตหนักขึ้น นักการเมืองบ้านเรานั้น มีแต่จะทำอะไรให้ประชาชนต้องได้อาย หาคนที่เป็นหลักเป็นฐานได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร มองไปทางไหนก็มากไปด้วยคนเห็นแก่ตัว พวกเราที่เป็นนักเรียนทุนอังกฤษนี่แหละ คือ “ความหวัง” ของคนทั้งชาติ เราต้องตั้งปณิธานว่า ฉันจะกลับไปวางรากฐานเมืองไทยให้พัฒนา เพราะการที่ฉันได้มาเรียนต่อนี้ ก็เพราะเงินภาษีของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศเขาเสียสละมาให้แท้ๆ เขาให้เรามาเรียน ไม่ใช่เพื่อให้เรามาตัดช่องน้อยแต่พอตัว แต่เพื่อให้เราสร้างตัวให้มีดี จนดีพอที่จะกลับไปพัฒนาประเทศ







