
สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้หญิงต้องมั่นใจจากข้างใน
การทำงานในแวดวงธุรกิจค้าปลีกมาร่วม 10 ปี เมื่อมาร่วมงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์
โดย...กองทรัพย์
การทำงานในแวดวงธุรกิจค้าปลีกมาร่วม 10 ปี เมื่อมาร่วมงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ให้กับบริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ทำให้ แพม-สโรชา ซบินเด้นท์ รู้สึกตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันในฐานะผู้มาใหม่ก็ไม่ชินกับวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงของที่นี่นัก แต่ก็เหมือนเธอจะเริ่มต้นได้ดีกับบทบาทใหม่
“จริงๆ แล้วก่อนจะมาดำรงตำแหน่งที่ไทรอัมพ์ไทยแลนด์ เราก็อยู่ในแวดวงรีเทล (Retail) มาโดยตลอดเลย เคยทำที่ DKSH อยู่ 11 ปี ทำหน้าที่ดูแลแบรนด์ที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ พออยากลองทำอย่างอื่นบ้างก็เลยไปทำที่เมกาบางนาอยู่ 1 ปี แต่เราอาจจะไม่ถนัด งานดูแลศูนย์การค้าอาจจะไม่ใช่งานที่ใช่สำหรับแพม ก็เลยได้โอกาสเข้ามาร่วมงานกับไทรอัมพ์หลังจากนั้น ซึ่งเพิ่งจะเริ่มต้น” เธอเท้าความ
สโรชา พูดถึงงานที่ทำในปัจจุบันว่า การทำงานกับสินค้าที่มีความเคลื่อนไหวเร็วอย่างชุดชั้นในก็กระตุ้นให้เกิดความท้าทายในงานของเธอ ประกอบกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของสาวๆ ทั่วโลก รวมทั้งสาวไทยเองที่เริ่มสนใจและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองมากขึ้น ยิ่งทำให้ผู้บริหารสาวอย่างสโรชารู้สึกสนุกกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้มากขึ้นไปอีก
“เทรนด์ของผู้หญิงทั่วโลกเปลี่ยนไปมากพอสมควร ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในชีวิตตัวเอง ผู้หญิงไทยกล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น สนใจแฟชั่นมากขึ้น ตอนนี้ผู้หญิงละเอียดกับการจับจ่าย ดูวัตถุดิบ การตัดเย็บ มีคำถามเยอะขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัทชุดชั้นในต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน เช่น เมื่อก่อนชุดชั้นในของไทรอัมพ์แต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน จะมีเอกลักษณ์เฉพาะอยู่ แต่ตอนนี้เริ่มมีการทำให้เป็นคอลเลกชั่นของเอเชีย 1 คอลเลกชั่น ยุโรปและญี่ปุ่นที่แยกออกมาอีก 1 คอลเลกชั่น ดังนั้นตอนนี้ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนในเอเชีย จะเห็นสินค้าที่หน้าตาเหมือนกัน เมื่อก่อนเราอาจจะมีสินค้าที่เอาใจกลุ่มเด็กๆ อยู่บ้าง แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าจุดแข็งของเราคือกลุ่มลูกค้าที่เราจับจะเป็นกลุ่ม 30 ปีขึ้นไป เป็นผู้หญิงที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไป”
สโรชา บอกว่า เธอจัดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มหญิงสาวที่ดูแลตัวเอง ในหน้าที่การงานเธอจะเป็นคนค่อนข้างต้องการความสมบูรณ์แบบ และต้องการเห็นผลเร็ว “ถ้าเปรียบเทียบเป็นสินค้าหนึ่งรุ่นของไทรอัมพ์ ใกล้เคียงกับตัวแพมที่สุดคืออินวิซิเบิ้ล (Invisible) ที่มีความเรียบง่าย สวยงาม และเพอร์เฟกต์ เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนค่อนข้างเพอร์เฟกชันนิสต์ที่พยายามใจเย็น แพมว่าตัวเองไม่ดุ แต่เป็นคนใจร้อน และเป็นคนที่อยากให้เห็นผลเร็ว แต่โชคดีทีมงานที่ทำงานด้วยเป็นทีมที่ดีมาก มีประสบการณ์เยอะ ทำงานด้วยใจ พอเราเข้ามาใหม่ก็เข้ามาด้วยสายตาที่มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องมีวิธีการกระตุ้นที่จะทำให้ทีมงานไปในทิศทางที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงด้วย เราอาจจะต้องสื่อสารโดยตรง หลายคนอาจจะเข้าใจว่าดุ (หัวเราะ)”
ปัญหาและอุปสรรคของงานในวงการนี้ในมุมมองของผู้บริหารรายนี้ เธอบอกว่าเป็นเรื่องที่ดูไม่ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วสำคัญ เนื่องจากชุดชั้นในไม่ใช่สินค้าแฟชั่นอันดับหนึ่งที่คนนึกถึง และมักจะถูกมองข้ามเสมอ เพราะผู้หญิงจะจับจ่ายเสื้อผ้าที่สวมด้านนอกง่ายกว่า แต่หารู้ไม่ว่าการเลือกชุดชั้นในนั้นสำคัญและส่งผลต่อการใส่เสื้อผ้าด้วย “นี่คือสิ่งแรกที่ผู้หญิงจะต้องทำความเข้าใจคือ หนึ่ง การวัดไซส์ชุดชั้นใน และเลือกซื้อขนาดที่เหมาะกับแต่ละคน แพมมองว่ามันสำคัญ เพราะถ้าผู้หญิงสวมชุดชั้นในถูกไซส์พอดี ทำให้รูปร่างเราดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น และจะใส่อะไรด้านนอกก็จะสวย อาจจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอาจจะมองข้ามไป แพมมองว่าถ้าผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่านอกจากการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายแล้ว การสวมชุดชั้นในที่เหมาะสมจะทำให้บุคลิกภาพเราดีขึ้น แต่งตัวได้สวยขึ้น และทำให้เราใช้ชีวิตในโลกแฟชั่นได้ง่ายมากขึ้น”
แน่นอนว่าการคลุกคลีอยู่กับสินค้าที่มีสีสันและรูปทรงที่เสริมเสน่ห์ให้ผู้หญิงสวยเด่น ก็ทำให้มีความสนุกและเกิดสุขส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องมีวิธีการสร้างความสุขแบบของตัวเอง เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างสะดวก ขณะเดียวกันชีวิตส่วนตัวของเธอก็ต้องไม่บกพร่อง “วิธีบริหารงานกับชีวิตส่วนตัว จริงๆ แล้วเรามีชั่วโมงการทำงานที่ยาวกว่าบริษัทอื่นอยู่แล้ว จริงๆ แล้วถ้าเราตั้งใจทำงานและโฟกัสกับมันจริงๆ เราสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาได้ ถึงแม้เราจะเคยทำงาน 8 ชม./วัน แต่พอมาเปลี่ยนมา 10 ชม./วัน ก็ไม่ได้มีผลต่อการใช้ชีวิตยากขึ้น เสน่ห์ของงานนี้เราอาจจะเห็นได้ง่ายและมองว่าเป็นเรื่องสนุกเพราะเราเป็นผู้หญิง งานตรงนี้เลยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่บวกกับความชอบก็ทำให้งานสนุกมากขึ้น แพมจะจัดเวลาว่าชั่วโมงการทำงานตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ เราจะทำงานให้เต็มศักยภาพ 10 ชม.ของการทำงาน ดังนั้นเราจะปิดเสียงโทรศัพท์ ไม่คุยโทรศัพท์สายส่วนตัวเวลาทำงาน
เราอาจจะต้องปรับเวลานิดหน่อย เพื่อที่จะสามารถทำกิจกรรมที่เราเคยทำได้อยู่ เช่น การออกกำลังกายที่ต้องทำทุกวันตอนเช้า ตื่นตีห้าทุกวันเพื่อชกมวยหรือเล่นพิลาทิสก่อนออกมาทำงาน วันเสาร์อยู่กับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ ส่วนวันอาทิตย์ก็ใช้เวลากับตัวเองหรืออยู่กับเพื่อนๆ
“แพมชอบชกมวย เพราะนอกจากจะได้ระบายความเครียดที่ดีมากแล้ว (หัวเราะ) ยังทำให้อารมณ์ดี มันสนุกมาก และอีกอย่างหนึ่งคือเล่นพิลาทิสได้สมาธิ เสน่ห์ของสองกีฬานี้คือที่เล่นกับตัวเองอยู่คนเดียว ถ้าเล่นพิลาทิสเหมือนเราได้ทำสมาธิไปด้วยเพราะเราต้องโฟกัสทีละส่วน ต้องโฟกัสจริงๆ มันถึงจะได้ผล สำหรับแพมมันเป็นเหมือนเราได้สงบจิตสงบใจ เพราะถ้าให้แพมนั่งสมาธิเฉยๆ ก็ทำไม่ได้ สติอาจจะกระเจิดกระเจิง แต่พิลาทิสทำให้เราทำสมาธิได้”
การทำงานกับของสวยของงาม แม้บางช่วงจะต้องทำงานหนัก จับตาความเคลื่อนไหวของแฟชั่นและคอลเลกชั่นใหม่ที่ออกมา หรือมีเรื่องจะต้องแก้ปัญหา แต่สโรชาบอกว่า แม้จะเจอเรื่องหนักหนาอะไรก็ตาม เพียงแค่ลองใช้เวลากับสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ ค่อยๆ มองก็จะเห็นว่าไม่มีอะไรหนักหนาเกินไป







