posttoday
หลวงตาชีเสาหลักพระธรรมทูตและสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

หลวงตาชีเสาหลักพระธรรมทูตและสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

25 กรกฎาคม 2553

ท่านมีประสบการณ์และเผยแผ่พระธรรมคำสอนในสหรัฐอเมริกามานานกว่าพระสงฆ์ หรือ‌พระธรรมทูตรูปใดในสหรัฐอเมริกาทุกรูป เพราะเข้ามาเหยียบแผ่นดินลุงแซมตั้งแต่ พ.ศ. 2517 หรือ ‌36 ปีมาแล้ว

ท่านมีประสบการณ์และเผยแผ่พระธรรมคำสอนในสหรัฐอเมริกามานานกว่าพระสงฆ์ หรือ‌พระธรรมทูตรูปใดในสหรัฐอเมริกาทุกรูป เพราะเข้ามาเหยียบแผ่นดินลุงแซมตั้งแต่ พ.ศ. 2517 หรือ ‌36 ปีมาแล้ว

โดย...สมาน สุดโต

ในวงการพระสงฆ์เถรานุเถระในสหรัฐอเมริกา ชื่อ หลวงตาชี หรือ พระวิเทศธรรมรังษี (สุรศักดิ์ ชีวานนฺโท) ประธานสงฆ์วัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. 13440 ‌Layhill Rd, Silver Spring, MD 20906 USA. เป็นชื่อที่ทุกท่านยกให้ว่าพูดจาว่ากล่าวโดยไม่กลัวใคร ‌เห็นผิดปกติตำหนิทันที ขนาดอดีตเอกอัครราชทูต‌ไทยประจำสหรัฐอเมริกาบางท่าน ยังเคยเจอเข้าจังๆ ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ตรงต่อเวลา มีวัตรปฏิบัติและปฏิปทาหนักแน่น เป็นเสาหลักให้พระ‌ธรรมทูตและสมัชชาสงฆ์ไทยได้ในทุกกรณี

หลวงตาชี

เมื่อได้กราบนมัสการและได้สัมผัสใกล้ชิด จะได้‌รับความเมตตาและคติธรรมจากท่านติดตัวกลับมา ‌เพราะท่านมิใช่พระหลวงตาตามชื่อที่มีความหมายที่‌เราคุ้นเคย หากแต่เป็นหลวงตาที่มากด้วยคุณธรรม ‌ความเที่ยงธรรมและเมตตาธรรม ที่สำคัญคือท่าน|อยู่เหนือความวุ่นวายทั้งปวง ไม่รับตำแหน่งใดๆ แม้กระทั่งตำแหน่งที่คณะพระธรรมทูตพร้อมจะยก‌ให้คือตำแหน่งประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ‌อเมริกา ท่านขอรับเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น

หลวงตาชีเสาหลักพระธรรมทูตและสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา หลวงตาชี

ท่านมีประสบการณ์และเผยแผ่พระธรรมคำสอนในสหรัฐอเมริกามานานกว่าพระสงฆ์ หรือ‌พระธรรมทูตรูปใดในสหรัฐอเมริกาทุกรูป เพราะเข้ามาเหยียบแผ่นดินลุงแซมตั้งแต่ พ.ศ. 2517 หรือ ‌36 ปีมาแล้ว

หลวงตาชี เป็นนามแฝงที่ใช้ในการเขียนหนังสือ‌ของพระวิเทศธรรมรังษี ท่านมีชื่อเดิมว่า สุรศักดิ์ ‌ฉายา ชีวานนฺโท นามสกุล ธรรมรัตน์ คำว่า ชี มา‌จากคำต้นของฉายา (ชีวานนฺโท) นั่นเอง ต่อมาเป็น‌ชื่อติดปากของพระสงฆ์และชาวพุทธ แม้กระทั่งตัวท่านก็ใช้คำว่าหลวงตาแทนตัวเอง

ท่านเล่าเรื่องการทำงานสมัชชาสงฆ์ไทย ว่า ผู้นำต้องสะอาดบริสุทธิ์ จึงทำงานได้สบายไม่ติดขัด ‌แต่ปัจจุบันยังเป็นเหมือนไก่เห็นนมงู งูเห็นนมไก่ พูดอะไรมากไม่ได้มันจะเข้าตัวเอง แต่หลวงตาพูดได้‌ทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไร พวกเรา (บางคน) ยังลูกผีลูกคนจึงไม่กล้าพูด หลวงตานั้นตั้งแต่เป็นพระหนุ่มก็เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบหรือการ‌ตรงต่อเวลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะได้รับการเรียนรู้มา‌จากสำนักวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ ‌โดยท่านได้อยู่รับใช้พระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺต‌เถระ) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ แต่อยู่ได้ 2 ปี พระ‌พิมลธรรมก็มรณภาพ

หลวงตามาอยู่วัดมหาธาตุช่วงปลายปี พ.ศ. ‌2488 หลังจากอุปสมบทได้ 1 พรรษา

ท่านอุปสมบทที่วัดโพธิ์ศรีแก้ว จ.นครพนม เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2488 ได้รับฉายาว่า ชีวานนฺโท ‌ก่อนนั้น เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ‌วันที่ 3 พ.ค. 2482 ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน ‌จ.นครพนม

หนังสือประวัติชีวิตและผลงานของหลวงตาชี ‌เขียนโดย ดร.กมลา ติยะวนิช ว่า หลวงตาชีถือกำเนิดเกิดมาในครอบครัวเกษตรกร เกิดที่บ้านโพนงาม อ.มุกดาหาร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ‌2467 ปีวัว พ่อแม่ตั้งชื่อว่า สุรศักดิ์ แต่เรียกสั้นๆ ว่า ‌ศักดิ์ เรียนหนังสือที่โรงเรียนเพิ่งแรกตั้งในหมู่บ้าน ‌เมื่ออายุ 12 ปี โดยก่อนหน้านั้นเคยเรียนกับพระสงฆ์‌มาก่อน แววความเป็นผู้นำฉายมาตั้งแต่เป็นนักเรียน ‌เมื่อครูพาไปขึ้นเวทีโต้วาทีที่ อ.มุกดาหาร นักเรียน‌อื่นๆ กลัวในการขึ้นเวทีเพราะต้องพูดภาษากลาง แต่ท่านไม่กลัว มีความมั่นใจว่าจำบทที่ครูเขียนให้ได้ทั้งหมด ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่กล้าพูดกล้าทำมาแต่ครั้งนั้น

ผมสัมภาษณ์ที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ ‌2 ก.ค.นั้น ท่านเล่าถึงการเดินทางจากนครพนมมากรุงเทพฯ ในสมัยนั้นว่าแสนจะลำบาก ต้องเดินเท้า‌มาขึ้นรถไฟที่บ้านไผ่เพื่อเข้ากรุงเทพฯ โดยแย่งขึ้น‌รถไฟเพราะเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหาร‌ญี่ปุ่นเข้ากรุงเทพฯ กันมาก

พระที่ชักชวนมาอยู่กรุงเทพฯ ชื่อ พระมหามงคล ‌วัดพิชยญาติการาม โดยถามว่าต้องการมาอยู่‌กรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ท่านชอบ‌อยู่แล้วจึงเดินทางมา เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ให้เลือกว่า‌จะอยู่วัดไหน หลวงตาเลือกวัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ ‌เพราะเป็นสำนักเรียน แต่อยู่วัดมหาธาตุลำบาก อดอยาก บิณฑบาตไม่ได้ ต้องหาซื้อข้าวสารมาหุงข้าว‌ก็ต้องปันส่วน สงครามเพิ่งเลิกใหม่ๆ ทรมานอยู่ 6 ปี ‌แต่เรียนและสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

ศิษย์วัดมหาธาตุ

เมื่อถามว่าเมื่ออยู่วัดมหาธาตุ ได้อะไรจากพระพิมลธรรม (ช้อย) ซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์สมัยนั้นบ้าง ‌ท่านตอบว่าได้มากมายเช่นการปกครอง ระเบียบและ‌การตรงต่อเวลา หลวงตาว่า พระพิมลธรรม (ช้อย) ‌นั้น ถือว่าการทำวัตรสวดมนต์เป็นเรื่องปกติ ทำตลอด‌เวลา น่าเสียดายที่มรณภาพอายุแค่ 58 ปีเท่านั้น (ด้วย‌โรค Numonia) เกิดอาพาธหลังจากไปเปิดสนามสอบ‌ที่รัฐเกดะห์ รักษาไม่ถึงเดือนก็มรณภาพ

เมื่อมาถึงยุคพระธรรมไตรโลกาจารย์ (อาจ ต่อมา‌เป็นพระพิมลธรรม จนถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์) เป็น‌อธิบดีสงฆ์รูปต่อมาก็อยู่ด้วยกัน ช่วยต่อสู้ในฐานะที่เป็นชาวอีสาน แต่ถูกขัดขวางไม่ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสได้ง่ายๆ เพราะพระในวัดมหาธาตุไม่เอาก็มี เช่นเจ้าคณะ 3 (สวัสดิ์ เป็นพระราชาคณะที่พระศรีสมโพธิ) เมื่อถามว่าได้อะไรจากหลวงปู่อาจ‌บ้าง ท่านบอกว่าได้ความอดทน แต่ท่านเป็นคนจู้จี้ในเรื่องระเบียบ กราบต้องให้เป็นเบญจางคประดิษฐ์ ‌แต่ไม่พิถีพิถันเรื่องเวลา

เก่าที่สุดในอเมริกา

ถามว่าหลวงตามาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อไร ท่าน‌ตอบทันทีว่าในปี 2517 และในปี 2518 สร้างวัดที่‌กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การที่มาอยู่อเมริกา ทั้งๆ ที่ไม่คิด‌จะมาเพราะท่านเป็นพระนักศึกษา นักต่อสู้ แต่เริ่ม‌จากเจ้าคุณโชดก หรือ พระธรรมธีรราชมหามุนี ‌อาจารย์ใหญ่ด้านอภิธรรม วัดมหาธาตุ ให้มาช่วย ‌หลวงพ่อสีนวลวัดทุ่งสาธิตสอนกรรมฐาน จึงมาอยู่‌วัดทุ่งสาธิต เมื่อมาอยู่ได้ช่วยจัดระเบียบต่างๆ ให้วัด‌ทุ่งสาธิต หลวงพ่อสีนวลเห็นเข้าก็ชอบ เพราะไม่มี‌ใครมาช่วยอย่างนี้มาก่อน

หลวงตาชีเสาหลักพระธรรมทูตและสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ท่านเล่าถึงการที่หลวงพ่อสีนวลมาลอสแองเจลิส ‌และสร้างวัดในสหรัฐตามที่มีผู้นิมนต์ไว้ แต่ความที่‌หลวงพ่อสีนวลยังเป็นพระเด็ก นับถือสมเด็จพระวันรัต (สมเด็จป๋า) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ‌มาก จึงนิมนต์เจ้าคุณรัตน์ (กมล) ซึ่งเป็นเลขานุการ‌สมเด็จป๋า ให้มาจำพรรษาที่ L.A. โดยมาด้วยกัน 3 รูป ‌นอกจากเจ้าคุณรัตน์ ก็มี ดร.พระมหาสิงห์ทน นราสโภ ‌และตัวหลวงพ่อสีนวลเอง

เพราะความดังของหลวงพ่อสีนวลจึงมีคนมาหา‌มาก ทำให้หลวงเตี่ยหรือเจ้าคุณรัตน์ บ่นว่าไม่มีคนรู้จัก ‌หลวงพ่อสีนวลไม่แนะนำให้คนมาหาเลย พอออก‌พรรษาต่างคนต่างไป แต่ยังมีเรื่องตามไปถึงเมืองไทย‌อีกหลายเรื่อง ล้วนแต่ไม่เป็นคุณแก่หลวงพ่อสีนวลทั้งสิ้น แม้ว่าวัดทุ่งสาธิตที่หลวงพ่อสีนวลยกและสร้างมากับมือได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ‌โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช‌กุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระนามในชื่อวัดว่าวัดวชิรธรรมสาธิต แต่ก็ไม่สามารถเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ เนื่องจากพระผู้ใหญ่เกี่ยงว่าไม่ได้เป็นพระราชาคณะ หลวงพ่อสีนวลเป็นเจ้าอาวาส เมื่อสมเด็จวัดโพธิ์มรณภาพแล้ว

หลวงตายังเฉลยที่มาของคำว่า หลวงเตี่ย ที่คนทั่ว‌ไปเรียกเจ้าคุณรัตน์ หรือ พระธรรมราชานุวัตร ว่า แท้‌จริงคำว่าหลวงเตี่ยนั้นเป็นคำเรียกหลวงพ่อพระธรรม‌โกศาจารย์ (ชอบ) ชลบุรี เพราะท่านมักพูดลื้อพูดอั๊ว ‌พระและศิษย์จึงตั้งเป็นหลวงเตี่ย

ส่วนเจ้าคุณรัตน์ได้ชื่อว่าหลวงเตี่ยในระยะหลัง ‌เพราะโกยี ผู้เป็นหลานอยู่ L.A. เรียกว่าเตี่ย คนทั่วไปจึงเรียกตาม ท่านยังบอกว่าผู้สร้างวัดไทย L.A. ‌ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าหลวงเตี่ย (เจ้าคุณรัตน์) มาสร้าง‌นั้น เป็นความเข้าใจผิด แท้จริงเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ) เป็นผู้ดำเนินการและมาเปิดวัด‌อย่างเป็นทางการ

และเป็นพระธรรมโกศาจารย์ที่ส่งพระธรรมทูต‌ชุดแรกมาอยู่ที่วัดไทย L.A. มีทั้งหมด 5 รูป มี‌พระมหาโสบิน โสปาโก วัดมหาธาตุ เป็นหัวหน้า‌คณะ แต่ต่อมาพระมหาโสบินต้องย้ายออก เมื่อพระครูพุทธมนต์วราจารย์ (ต่อมาเป็นพระมงคลเทพ‌โมลี) ได้รับแต่งตั้งให้มาอยู่ที่วัดไทย L.A. พระครูพุทธ‌มนต์วราจารย์ จึงเป็นพระธรรมทูตชุดที่ 2 เมื่อ|หมดเทอมแล้ว เจ้าคุณรัตน์ (กมล หรือหลวงเตี่ย) จึง‌มาอยู่ หลวงตาบอกว่าเคยเขียนเรื่องความเป็นมาวัด‌ไทย ลอสแองเจลิส ในหนังสือพระราชทานเพลิงศพ‌พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ) เป็นที่ฮือฮามาแล้ว

ได้ใบเขียวเข้าสหรัฐตั้งแต่อยู่ไทย

ส่วนการที่ท่านต้องมาอยู่สหรัฐอเมริกา และมาอยู่‌จนเป็นสาหลักตราบเท่าทุกวันนี้ก็เนื่องด้วยพระ‌อาจารย์สีนวลในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ พล.อ.ยศ ‌เทพหัสดินทร์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการทอด‌กฐินที่วัดไทย L.A. ครั้งหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาท่านพระอาจารย์สีนวลมาไม่ได้ จึงให้หลวงตามาแทน เมื่อ‌มาได้แสดงธรรมที่นั่นที่นี่ โยมและพระชอบอยากให้‌อยู่ต่อ ส่วนพระอาจารย์สีนวลต้องการให้กลับ ต่อมา‌พระอาจารย์โสบิน ที่ระยะหลังไปอยู่วอชิงตัน ดี.ซี. ‌อยากให้มาช่วยสร้างวัดจึงทำหนังสือไปนิมนต์หลวงตา‌มา แต่ท่านอาจารย์สีนวลไม่อนุมัติ จนกระทั่งออก‌พรรษา จึงทำหนังสือขอใหม่ว่าหลวงตามาแล้วจะทำ‌ประโยชน์ให้แก่พระศาสนาและวัดทุ่งสาธิตอย่างไร‌บ้าง ท่านจึงเซ็นให้ จากนั้นจึงวิ่งเต้นขอวีซ่าเข้าสหรัฐ‌อเมริกา และได้ใบเขียวมาจากประเทศไทยเป็นองค์‌แรก จึงมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 จนถึงบัดนี้ กลาย‌เป็นพระที่อยู่ในสหรัฐอเมริกานานที่สุด อายุมากที่สุด

ส่วนวัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มจากซื้อบ้านที่ถนน‌เวย์น (Wayne) ต่อมาย้ายมาที่ถนนจอร์เจีย ซึ่งมีที่‌กว้างขึ้น แต่คนก็มากขึ้น รับไม่ไหว จึงย้ายมาอยู่ที่‌ปัจจุบันเป็นแห่งที่ 3 จากบ้านหลังเล็กๆ ก็สร้างและขยายเพิ่มเติม ตั้งอยู่บนที่ดิน 5 เอเคอร์ หรือ‌ประมาณ 12 ไร่ครึ่ง

ส่วนการที่ท่านไม่รับตำแหน่งประธานสมัชชา‌นั้นท่านบอกว่าไม่รับเป็น ทั้งๆ ที่เขาอยากให้เป็น ‌เพราะต้องการทำงานอิสระ หากทำงานในสมัชชา‌ในคณะสงฆ์จะไม่เป็นอิสระ

สุดท้ายหลวงตามองอนาคตพระพุทธศาสนาใน‌สหรัฐอเมริกาว่ามีแนวโน้มที่ดี เพราะพระธรรมทูตรุ่น‌ใหม่ความรู้ด้านภาษาดี ขาดแต่ความรู้ด้านธรรมะเท่า‌นั้น จึงอยากเห็นพระธรรมทูตรุ่นใหม่มีทั้งภูมิปัญญา ‌และภูมิธรรม จะได้เผยแผ่พุทธศาสนามากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท