posttoday
เผย 5 แนวโน้มหลัก กำหนดทิศไอที-ธุรกิจปี 2559

เผย 5 แนวโน้มหลัก กำหนดทิศไอที-ธุรกิจปี 2559

02 มกราคม 2559

ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ชี้เทรนด์ดิจิทัลมาแรง กำหนดทิศทางของระบบสารสนเทศและธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกในปี 2016

โดย...ปากกาด้ามเดียว

ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ชี้เทรนด์ดิจิทัลมาแรง กำหนดทิศทางของระบบสารสนเทศและธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกในปี 2016 ดันธุรกิจก้าวสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ ตามด้วยเมืองอัจฉริยะ ระบบไอทีแบบ Cross-modal, Multi-cloud และกระแสการจ้างงานไอทียุคใหม่

เอเดรียน เดอ ลูกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า องค์กรต่างๆ จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ระบบดิจิทัลในปีหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับรูปแบบการทำงานต่างๆ ทั้งฝ่ายที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในองค์กร

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลกำลังจะกลายเป็นประเด็นสำคัญขององค์กรอย่างรวดเร็ว โดยผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ หรือซีไอโอ จะไม่ได้เป็นผู้นำหลักในการเปลี่ยน แต่ผู้บริหารในทุกภาคส่วนต่างๆ ในองค์กรจะเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารฝ่ายการตลาด หรือซีเอ็มโอ จะพบว่ากลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ จะไม่ได้ผลอีกต่อไป ในขณะที่ผู้บริหารฝ่ายการเงิน หรือซีเอฟโอ จะพบว่ารูปแบบการทำธุรกรรมของลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายได้เปลี่ยนไป ทุกภาคส่วนต้องปรับมุมมองใหม่ด้วยการใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยในการทำงาน

สำหรับ 5 แนวโน้มหลักที่จะกำหนดทิศทางของระบบสารสนเทศและธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกในปี 2559 ประกอบด้วย

1.องค์กรที่ไม่เคยปรับตัวจะก้าวสู่ระบบดิจิทัล เห็นได้จากผลสำรวจของ Gartner CIO Agenda Insights report ปี 2558 รายงานว่า ในปีที่ผ่านมาซีไอโอคาดหวังว่ารายได้ของธุรกิจจากช่องทางดิจิทัลเพียง 16% แต่ปี 2559 จะเพิ่มขึ้นเกิน 2 เท่า ไปเป็น 37% จึงเป็นการตอกย้ำว่า ผู้นำของทุกภาคส่วนได้ริเริ่มสร้างแพลตฟอร์มและหันมาใช้ระบบดิจิทัลเพื่อการใช้งานของฝ่ายด้วยตัวเอง

2.บริษัทอัจฉริยะจะช่วยสร้างเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเมืองอัจฉริยะเป็นประเด็นที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสนใจมานานแล้ว มีหลายประเทศเริ่มโครงการมากมายเพื่อตอบโจทย์ด้านต่างๆ ตั้งแต่ความปลอดภัยสาธารณะจนถึงการเพิ่มศักยภาพระบบขนส่ง แต่ในการดำเนินงานยังต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้ลงทุนในระบบ Internet of Things (IoT) เพื่อพัฒนาโซลูชั่นที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เป็นรูปธรรมได้ร่วมกัน ดังนั้นบริษัทอัจฉริยะต่างๆ จะเป็นตัวกระตุ้นให้เมืองอัจฉริยะเกิดขึ้นได้จริง ในขณะที่รัฐบาลในประเทศต่างๆ ได้เปิดโอกาสสำหรับโครงการใหม่ๆ

3.ระบบสารสนเทศแบบ Cross-modal จะรวมธุรกิจเป็นหนึ่งเดียว จากเดิมที่มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 แอพพลิเคชั่นที่รองรับระบบการบันทึกแบบเดิมๆ และรูปแบบที่ 2 ระบบสำหรับข้อมูลเชิงลึกที่ต้องอาศัยการทำงานเชิงลึก แต่จากนี้ไปความจำเป็นในการรวมทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างระบบ Cross-modal จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดในการดำเนินงาน และประสานระบบสำหรับการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ และการตอบสนองของลูกค้า

เผย 5 แนวโน้มหลัก กำหนดทิศไอที-ธุรกิจปี 2559

 

4.ระบบ Multi-cloud ช่วยต่อยอดธุรกิจระหว่างภูมิภาค การเกิดขึ้นของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ Trans-Pacific Strategic Economic Partnership (TPP) จะสร้างประโยชน์อย่างมากให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้านเงื่อนไขการค้า และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงการค้าดังกล่าว

การลงทุนด้านโครงสร้างเทคโนโลยีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคเศรษฐกิจนี้ หลายองค์กรได้มีการริเริ่มเพิ่มศักยภาพให้ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งมากขึ้น นอกจากนี้ยังลงทุนด้านการพัฒนาการเชื่อมต่อความเร็วสูงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างพื้นที่สำคัญระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และสหรัฐ ก็กำลังมีการดำเนินการไปได้ด้วยดี

5.การขาดแคลนทักษะจะสร้างกระแสการจ้างผู้เชี่ยวชาญ ในปี 2559 จะมีหลายปัจจัยกระทบต่อตลาดการจ้างงานในสายเทคโนโลยี ส่งผลให้หลายองค์กรต้องมองหาหนทางในการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแค่การสร้างเด็กจบใหม่ที่มีความชำนาญเฉพาะทางอย่างสาขา Data Science หากต้องรวมถึงการสร้างศักยภาพให้กับพนักงานในองค์กรที่มีอยู่เดิมเพื่อเติมเต็มช่องว่างในระยะยาวเอเดรียน กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานของวัยทำงานในกลุ่ม Gen Z แตกต่างจากกลุ่มอื่นก่อนหน้านี้อย่างมาก เพราะพวกเขามีแนวโน้มในการทำงานโดยเฉลี่ย 17 ตำแหน่งงานตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ซึ่งพวกเขาจะพัฒนาทักษะต่างๆ ที่หลากหลาย และในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นองค์กรต้องหาช่องทางใช้ประโยชน์จากจุดนี้ เพราะคนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับการมีส่วนช่วยสังคมมากกว่าตัวองค์กร

ภาครัฐจะให้ความสำคัญกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนรุ่นโดยการปรับตลาดแรงงาน นำเสนอแรงจูงใจทางภาษีรูปแบบใหม่ และผ่านกฎหมายที่อำนวยความสะดวกในการลงทุน อาทิ ระบบ Crowdsourcing หรือการร่วมสร้างสรรค์ของกลุ่มคนเพื่อร่วมกันทำสิ่งต่างๆ รวมถึงแก้ไขปัญหาร่วมกันผ่านทางออนไลน์ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งเน้นเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท