posttoday
คงเดช จาตุรันต์รัศมี

คงเดช จาตุรันต์รัศมี

31 ธันวาคม 2558

โดย...แจนยูอารี 

โดย...แจนยูอารี 

ขออินดี้ในพื้นที่ตัวเองเจอหน้าผู้กำกับ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” งานฉายรอบสื่อมวลชนภาพยนตร์ “Snap แค่...ได้คิดถึง” ก็อดไม่ได้ที่แหย่เขาเล่นๆ “จะอินดี้ไปไหน” เขาอมยิ้ม ก่อนจะบอก “ผมเปล่า
อินดี้ครับ แต่มันเป็นทางที่ทำแล้วสบายใจ”

ผลงานล่าสุดที่คงเดชนำสู่สายตาคอภาพยนตร์ หลายคนอินจัดหลงรักขนาดให้คะแนนเกือบเต็ม (นี่ไม่ได้อวยกันนะ 555) เช่นเดียวกับในหลายๆ แฟนเพจภาพยนตร์ชั้นนำต่างก็ตอบรับเป็นอย่างดีต่อผลงานเรื่องนี้

ไม่รอช้าที่จะสนทนากับคงเดช โดยเขายอมรับว่าที่หันมาทำภาพยนตร์รัก เพราะห่างเหินไปนาน นับแต่ “เฉิ่ม” “กอด” กระทั่ง “แต่เพียงผู้เดียว” ก็แทบไม่เห็นผลงานเขาอวลอยู่ในกลิ่นอายความรักอีกเลย ทำให้การกลับมาครั้งนี้ภาพยนตร์ของเขาจึงออกไปในแนวรัก แต่ก็ไม่ใช่รักหวานแหววแต๋วจ๋า เป็นการตั้งคำถามภายใต้บริบทความโรแมนติกที่คนจำนวนไม่น้อยล้วนเคยผ่านประสบการณ์นั้นมา

“ก็หลายปีแล้วนะ ที่ผมไม่ได้ทำหนังที่เกี่ยวข้องกับความรัก นี่ถ้าไม่นับบทที่ผมเขียน เช่น เดอะ เลตเตอร์ จดหมายรัก Me...Myself ขอให้รักจงเจริญ Happy Birthday ที่ผมกำกับเองก็มี เฉิ่ม ก็ 10 ปี กอด ก็ 7 ปี จนมาถึง แต่เพียงผู้เดียว ก็ 3 ปี ที่เลือกมาทำ Snap ส่วนหนึ่ง เพราะคิดถึงอดีตเก่าๆ อันนี้ตัวผมก็ด้วย และคนดูสมัยนี้ก็เหมือนกัน ใช้ชีวิตที่เร่งรีบกัน ทุกอย่างมันเร็วไปหมด อะไรรอบตัวมันดูเร็วทุกอย่าง เหมือนผมก็กำลังโหยหาอดีต (หัวเราะ) และคนดูก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องวัยเรียน เรื่องเพื่อน มันน่าจะมีอะไรค้างคาใจไม่มากก็น้อย ผมเลยอยากเล่าผ่านการถ่ายภาพในลักษณะการสแนป ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ไม่ใช่ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลหรือโทรศัพท์มือถือ ที่ใครก็สามารถถ่ายได้ง่ายมากๆ

หนังน่าจะทำให้คนดูรู้สึกบ้างนะครับ ในทีท่าที่ผมนำเสนอ จะมาก หรือน้อย คงไม่สำคัญหรอก แต่สำหรับผมก็คิดว่าแค่การตั้งคำถาม หรือแค่หยุดคิดนิดหนึ่งว่าเราเคยเป็น เราเคยอยู่ในอารมณ์โหมดนั้น เหมือนกับตัวละครในหนัง ผมว่ามันก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้วล่ะ ไม่ถึงขนาดคาดหวังว่ามันจะต้องโดนใจคนทั้งประเทศ หรือได้รางวี่รางวัลอะไร ถ้าจะได้รางวัลก็เป็นผลพลอยได้มากกว่า เพราะความตั้งใจผมแค่อยากสะท้อนแง่มุมที่หลายคนเคยผ่านมันมา เคยมีประสบการณ์กับสิ่งที่เรียกว่าอดีต ผมเลยเทน้ำหนักเรื่องไปที่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ซึ่งระหว่างทางก็มีการโปรยคำถามต่างๆ ตามมา ทั้งที่มีความจริงมากๆ และฝันมากๆ ผสมผสานกันในความทรงจำ”

ย้อนไม่เมื่อ 2 ปี “ตั้งวง” คือภาพยนตร์ของคงเดชที่มาแบบเล็กๆ ทั้งฟอร์มและการโปรโมท จนถูกยกให้เป็นผลงานนอกกระแส ทำร่วมกับ “นอร์ธ สตาร์ โปรดักชั่น” อำนวยการสร้างโดย “กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ” มีเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

หลังภาพยนตร์ออกฉาย ได้รับการคัดเลือกให้เข้าประกวดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกงไม่พอ ยังชนะ 4 รางวัลสุพรรณหงส์ และ 4 รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง (บท นักแสดงสมทบชาย ผู้กำกับ ภาพยนตร์แห่งปี)

นำความภาคภูมิใจมาสู่ภาพยนตร์อินดี้เรื่องนี้ จนกลายเป็นที่โจษขานว่าภาพยนตร์กำลังมา และก็จริงๆ เพราะปีถัดมา “ภวังค์รัก” คว้า 3 รางวัลสุพรรณหงส์ (นักแสดงสมทบหญิง ผู้กำกับ ภาพยนตร์แห่งปี) และ “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” คว้า 5 รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง (บท นักแสดงสมทบชาย นักแสดงนำชาย ผู้กำกับ ภาพยนตร์แห่งปี)

ขณะที่ “Snap แค่...ได้คิดถึง” คงเดชยังคงมาในแบบอินดี้ ฟอร์มและสเกลเท่าๆ กับเรื่องก่อนหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ดิบและเหวี่ยงมาก มีความละมุนละไม อบอวลด้วยเสียงเพลงตามแนวที่เขาอยากให้เป็น

“ถ้าเทียบสเกล หรือฟอร์ม Snap ก็พอๆ กับ ตั้งวง แต่ความดิบของตั้งวงอาจจะเยอะกว่า เหวี่ยงมากกว่า ส่วน Snap จะมีความอบอุ่นกว่า มีเพลงเข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศ มันเลยเป็นบรรยากาศที่ชวนพาคนดูไปย้อนรำลึกอดีต ไปรำลึกหาความคิดถึงเก่าๆ ที่มีคนคนหนึ่งกำลังแอบคิดถึงเพื่อนอยู่ ในความรู้สึกส่วนตัวมันเหมาะนะกับบรรยากาศปีใหม่ กระตุ้นให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน โทรศัพท์ชวนกันไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน (หัวเราะ) ผมว่าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะ

ตัวผมเองก็เคยทำหนังกับค่ายใหญ่มาแล้ว และถือว่าโชคดีนะ ที่ผ่านมาก็ได้ทำตามโจทย์ของตัวเอง คือเป็นเรื่องที่ตัวเองอยากเล่า เพียงแต่หนังมันอาจจะไม่ขาย ไม่ทำเงิน เจ้าของค่ายเลยไม่ค่อยแฮปปี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับค่ายใหญ่นะ พอมาทำแบบอินดี้เล็กๆ มันก็สบายใจดี ถือเป็นความโชคดีของผมด้วยละครับ ที่พอทำออกมาแล้ว ดันยังมีคนชอบ นั่นแปลว่าหนังแบบที่ผมทำมันยังต้องมี เพื่อเป็นทางเลือกให้คนดู ใครชอบแบบนี้ก็จะได้ดูแบบที่ชอบ”

ถึงอย่างนั้น ในฐานะคนทำภาพยนตร์คงเดชมองว่า ไม่ว่าจะทำภาพยนตร์ค่ายใหญ่ หรือภาพยนตร์อินดี้ สำคัญที่สุดคนทำทุกภาคส่วนต้องมีแพสชั่นกับสิ่งที่ทำจริงๆ และเลิกทำตามกระแส เพราะนอกจากจะไม่ช่วยวงการภาพยนตร์ไทยให้ก้าวไปข้างหน้าแล้ว ก็ยังเป็นการทำลายเครดิตตัวเอง

“จะทำหนังผี หนังแอ็กชั่น หรือหนังเกย์ ก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่ต้องทำออกมาให้ดี ไม่ใช่ทำเลียนแบบกัน อย่างหนังเกย์ ปี 2558 ผมว่าก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ รายได้ก็ไม่ขี้เหร่ แต่ที่ห่วยๆ ก็เยอะ ซึ่งกลายเป็นว่าแทนที่จะทำให้วงการหนังไทยพัฒนาและคนดูมีทางเลือก คนทำกลับแพ้ภัยตัวเอง เพราะหนังมันไม่โอเค คนดูก็ไม่ได้ดูอะไรใหม่ๆ ทั้งๆ ที่มันมีโอกาสไปต่อจากการทำแบบอินดี้นี่ล่ะ”   

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี