
บาร์ท มิลาทรอวันเป็นคนไทยเต็มตัว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บาร์ท มิลาท หนุ่มเนเธอร์แลนด์วัย 27 ปี หลงคนไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี
โดย...กองทรัพย์ ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บาร์ท มิลาท หนุ่มเนเธอร์แลนด์วัย 27 ปี หลงคนไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ถึงขนาดที่ตัดสินใจมาลงหลักปักฐานที่เมืองไทยทันทีที่เรียนจบตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว จนตอนนี้เขาออกตัวว่าเป็นคนไทย ไม่ใช่แค่พูดภาษาไทยได้ แต่หลังจากได้พูดคุยกันต้องยอมรับเลยว่า เขารู้เรื่องความเป็นไทยดีมาก... มากจนคนฟังไทยแท้ๆ รู้สึกอายเล็กๆ
บาร์ท เล่าย้อนว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านการบริหารจัดการ จากประเทศออสเตรเลีย เขาก็ตรงดิ่งมาที่เมืองไทยทันที เริ่มต้นจากการเรียนภาษาไทยเต็มเวลาอยู่ 2 ปี ควบคู่กับการทำงานออนไลน์ หลังจากภาษาไทยเริ่มเข้าที่ บาร์ทก็เริ่มทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนราชวินิต เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ควบคู่กับการทำงานเขียน
“ผมออกจากบ้านเกิดที่เนเธอร์แลนด์เพราะที่บ้านมีปัญหา ผมไม่มีเพื่อนเลยตั้งแต่เด็ก ผมรู้สึกไม่อยากอยู่บ้าน คุณแม่ผมพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทั้งตัวเธอมีแต่บาดแผล ผมเลยตัดสินใจออกมาเริ่มต้นชีวิตของตัวเองที่ออสเตรเลีย และไป-กลับระหว่างเมืองไทยตั้งแต่อายุ 18 ตอนนั้นเหตุผลของการมาเมืองไทยของผมคือมีแฟนคนไทย แต่พอเลิกกับแฟนคนนั้น ผมก็ยังอยากมาอยู่เมืองไทยอยู่ดี
มาอยู่เมืองไทยช่วงแรกเหงามาก ไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ตอนนั้นเลิกกับแฟนแล้วด้วย เรารู้สึกว่าการเป็นเพื่อนกับคนไทยค่อนข้างยากในตอนแรก เพราะหนึ่งภาษาไทยของเราไม่ดี สองผมเป็นคนตรงๆ เวลาเข้าไปหาคนไทย คนอาจจะมองว่าเป็นการจู่โจม เขาก็เลยกลัว (หัวเราะ) แต่จากนั้นผมก็ค่อยๆ เรียนรู้วิธีเข้าหาคนไทย คือต้องส่งยิ้มให้ก่อน วันต่อมาก็ทักทายเล็กน้อย จากนั้นค่อยเข้าไปแนะนำตัว แค่นี้การอยู่ร่วมกับคนไทยก็ไม่มีปัญหาแล้ว ถึงผมจะมีเพื่อนไม่มาก แต่เพื่อนผมทุกคนเป็นคนดี” หนุ่มเชื้อสายดัตช์ บอกพร้อมยิ้มกว้าง
การหลุดออกจากปัญหาที่เขาพบเจอตั้งแต่เด็ก ทำให้บาร์ทเริ่มเขียนหนังสือเรื่องราวชีวิตของตัวเองชื่อ The 7 Blocks That Prevent You From Living Your Dream Life ที่บอกเล่าวิธีก้าวผ่านปัญหาของเขา
“ตอนผมเป็นเด็ก ไม่มีใครบอกว่าจะต้องผ่านปัญหาไปอย่างไร ผมเผชิญมาด้วยตัวเอง วันนี้ผมว่ามีคนอีกมากที่เจอปัญหาหนักๆ ในชีวิตแล้วหาทางออกไม่ได้ ก็เลยเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ตอนนี้แม่ผมอาการดีขึ้น และมีครอบครัวใหม่ ท่านกับผมเข้าใจกันดีแล้ว ซึ่งผมดีใจกับท่านมากๆ สาเหตุของการมาเป็นครูของผม มีเป้าหมายเพื่อบอกกับเด็กๆ ว่าให้ทำตามความฝัน ช่วยแนะนำให้เขามีทักษะชีวิตที่ดี ผมว่าเด็กไทยโชคดีที่พ่อแม่ซัพพอร์ตจนเรียนจบจนโต แต่ในยุโรปพอพ้น 18 ปีแล้ว ทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง ซึ่งผมมองว่ามันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เพราะคนไทยก็จะดูแลพ่อแม่ตอนที่ท่านแก่ตัว แต่ในประเทศผมรัฐบาลเขาดูแล”
การคลุกคลีกับคนไทยมานานพอสมควร ทำให้บาร์ทเรียนรู้ที่จะปรับตัวในเรื่องของการสื่อสาร และดูเหมือนเขาจะเข้าใจธรรมชาติของคนไทยค่อนข้างดี ซึ่งเขายังยืนยันว่านอกจากธรรมชาติ อาหาร และทะเลแล้ว คนไทยคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาหลงรัก “เพราะว่าผมเข้าใจคนไทย ก็เลยมองว่าคนไทยน่ารักในสายตาผม คนต่างชาติอาจจะคิดว่าคนไทยโกหกเก่ง แต่ผมมองว่าคนไทยพูดความจริงนะ เพียงแต่พูดไม่หมด (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะว่าเราโตมาในสังคมที่พูดตรงไปตรงมา พอมาเจอนิสัยแบบคนไทยก็เลยคิดว่าเขาโกหก ทั้งๆ ที่เขาก็พูดจริง แต่เพราะว่าพูดอ้อมไปอ้อมมาก็เลยดูเข้าใจยาก (หัวเราะ)” เมื่อฟังถึงตรงนี้ ถึงกับรู้สึกจุกโดยไม่รู้ตัว
เมื่อถามถึงเป้าหมายในเมืองไทย บาร์ทบอกว่าคิดไกลถึงขนาดมีครอบครัว และอยากอาศัยอยู่เมืองไทยจนได้รับสิทธิเป็นพลเมืองไทย “ผมทราบว่าถ้าชาวต่างประเทศอาศัยอยู่เมืองไทย 13 ปีขึ้นไป จะมีสิทธิเหมือนเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่ผ่านมาผมใช้วีซ่านักเรียน แต่ต่อไปนี้ผมรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องอยู่เมืองไทยอีก 13 ปี ผมก็ 40 พอดี ตอนนั้นก็คงได้สิทธิเป็นคนไทย เพราะความฝันของผมคืออยากมีครอบครัวที่เมืองไทย อุปการะเด็กเป็นลูกบุญธรรม และบั้นปลายอยากจะก่อตั้งโรงเรียนบนภูเขา ทำเป็นโรงเรียนประจำ ให้เด็กๆ ที่มีปัญหาเหมือนผมตอนเด็กๆ มาเรียน มาว่ายน้ำ มาฝึกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
นั่นคือเป้าหมายระยะยาว แต่สำหรับปีวอก เขาตั้งเป้าว่า จะออกกำลังกายมากขึ้น อยากเขียนหนังสืออีกหนึ่งเล่ม และอยากจัดงานสัมมนาธุรกิจของตัวเอง







