
ปฏิรูปอุทยานทางทะเล ด้วยพีพีโมเดล
โดย...ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
โดย...ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
หลายคนคิดว่าอุทยานแห่งชาติเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลรักษาทรัพยากรเท่านั้น แต่ในยุคปัจจุบันคงไม่ใช่จ้ะ อุทยานฯ สำคัญต่อเศรษฐกิจมหาศาล เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศ และการท่องเที่ยวถือเป็นกลไกสุดท้ายที่พอหาเงินเข้าประเทศได้ในยุคที่การส่งออกซบเซาเช่นนี้
ผมขอยกตัวอย่าง “อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” จากตัวเลขของสมาคมท่องเที่ยวหลายแห่ง รวมทั้งจากสถิติค่าเข้าอุทยานที่เริ่มเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เกาะพีพีน่าจะมีคนมาเที่ยวปีละเกือบ 2 ล้านคน ก่อเกิดเงินหมุนเวียนในระบบนับหมื่นล้านบาทต่อปี เฉพาะค่าทัวร์เดย์ทริปเกาะพีพี-เกาะไม้ไผ่ ตกวันละ 2,000 บาท ยังไม่รวมค่าที่พักค่าอาหารค่ากิจกรรมต่างๆ ของนักท่องเที่ยวที่เกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ
ถ้าเราเปิดอะควาเรียมสักแห่ง ทำรายได้ปีละ 1 หมื่นล้าน เราควรจะลงทุนเท่าไหร่? ผมไม่พูดถึงงบลงทุนในตอนเริ่มแรก เพราะกุ้ง หอย ปู ปลา ปะการัง และทะเลเป็นสมบัติของชาติ เราไม่ต้องลงทุนส่วนนั้น เอาเป็นว่าค่าดูแลรักษา Running Cost ควรเป็นเท่าไหร่ และควรมีพนักงานสักกี่คนในการดูแลสถานที่ซึ่งมีนักท่องเที่ยว 2 ล้านคน/ปี แน่นอนว่าเราพูดถึงเงินหลายร้อยล้านบาท พูดถึงพนักงานหลายร้อยคน แต่เชื่อไหมครับพีพีมีข้าราชการ 5 คน มีเรือตรวจการณ์ 1 ลำ มีงบประมาณเพียงไม่กี่ล้านบาท ในการดูแลรักษาและทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างสะดวกราบรื่น
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมปะการังถึงพังกระจาย กุ้ง หอย ปู ปลาที่สูญหาย ด้วยเหตุว่าเราไม่เคยทุ่มเทในการดูแลให้สมกับรายได้ เอาแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ใกล้เคียงเลยครับ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่สุดเพื่อตอบข้อสงสัยว่า ทำไมเราถึงดูแลทะเลเราไม่ได้ ทำไมสั่งการโน่นนี่นั่นไปแล้วไม่เกิดผล มันจะเกิดได้อย่างไรในเมื่อศักยภาพในพื้นที่กับสิ่งที่เผชิญมันดุจฟ้ากับเหว ต่อให้ CEO เก่งที่สุดในโลกก็ไม่สามารถดำเนินการให้ได้
ระบบราชการเปลี่ยนแปลงลำบาก แต่เราสามารถแก้ไขปัญหาไปทีละเปลาะ จึงเกิดโครงการ “รักเธอพีพี” ที่ไม่ใช่เครือข่ายใคร เป็นคนในโลกโซเชียลที่มาช่วยกันทำ โดยผมประสานกับทางอุทยานเพื่อลงไปช่วยจัดการปัญหาเฉพาะหน้า เริ่มจากการสำรวจแนวปะการังก่อนพบว่าเกินกว่าวิกฤต แนวปะการัง 15 แห่งมีที่สมบูรณ์เพียงแห่งเดียวและเป็นพื้นที่เล็กมาก ที่เหลืออยู่ในระดับเสียหายและเสียหายมากจนสุดบรรยาย บางแห่งเหลือปะการังมีชีวิตไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาสำคัญสุดคือการทิ้งสมอเรือ การให้อาหารปลา การยืนเหยียบปะการัง การทิ้งขยะและคราบน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดผิดกฎระเบียบอุทยานทั้งนั้น แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากการบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพเพราะไม่มีคน ไม่มียานพาหนะอุปกรณ์
การแก้ไขเริ่มต้นที่นำทุกอย่างกลับมาเข้าระบบ เป็นระเบียบของอุทยานฯ ว่าเรือที่ประกอบกิจการท่องเที่ยวต้องขออนุญาตทั้งนั้น พีพีมีเรือทุกประเภทร่วม 1,000 ลำ แต่เดิมทีมีอยู่ในระบบแค่ 90 ลำ ตอนนี้เรากำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เข้าระบบอย่างน้อย 60-70 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี จากนั้นจึงแจกแผ่นคู่มือให้ไกด์เพื่อนำไปอธิบายกับนักท่องเที่ยว บอกข้อห้ามต่างๆ ไว้ทั้งหมด ก่อนให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม หากเรือลำใดไม่มีแผ่นคู่มือก็ต้องถามว่าทำไม ขออนุญาตถูกต้องหรือเปล่า หากมีแผ่นคู่มือแต่นักท่องเที่ยวยังให้อาหารปลา ต้องถามว่าอธิบายให้พวกเขาเข้าใจหรือเปล่า จากนั้นก็ตักเตือนหรือปรับไปตามกติกา ทำได้จนถึงขั้นแบล็ก ลิสต์ครับ
ปัญหาสำคัญที่สุดคือทุ่นจอดเรือและยานพาหนะในการตรวจการณ์ นั่นเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณมากเกินกว่าที่เครือข่ายใดจะช่วยได้ ต้องเป็นเรื่องของกรมอุทยานฯ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์จากการ
ท่องเที่ยวมาร่วมกัน ถ้าให้เต็มระบบดังที่วางแผนไว้ พีพีควรจะมีเรือตรวจการณ์และเรือยาง 4 ลำ และมีทุ่นจอดเรืออย่างน้อย 150 ลูก จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ทันควัน ซึ่งเมื่อดูจากค่าใช้จ่ายแล้ว แค่ค่าเข้าอุทยานเดือนเดียวก็แก้ปัญหาได้หมด (กว่า 30 ล้านบาท/เดือนในช่วงนี้) เผอิญระเบียบกติกามันวุ่นวายจนเหลือเชื่อ เงินที่เก็บได้ตั้งเยอะแยะจึงไม่อาจนำออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากเป็นเรื่องในช่วงวันปีใหม่ ต้องให้ความหวังกับคุณผู้อ่านสักนิด อย่างน้อยสุดที่เราช่วยกันทำจนเห็นผลชัดเจนหลายประการ ทั้งเรื่องเงินค่าเข้าอุทยานที่เพิ่มขึ้น 15 เท่า ทั้งเครือข่ายผู้ประกอบการบนเกาะ ทั้งเรือต่างๆ ที่เริ่มเข้าสู่ระบบ คนที่พีพีเริ่มมีความหวังมากขึ้นเรื่อย จึงอยากฝันว่าภายในปี 2559 พีพีจะเป็นโมเดลของการปฏิรูปการท่องเที่ยวทะเลไทยด้วยการกระทำ และจะสามารถขยายผลต่อไปในพื้นที่อื่นๆ ที่ประสบปัญหาเช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นกับการกระทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เท่าที่ผมเห็นมา คิดว่ามีหวัง และอยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อุทยานพีพีฯ ทุกคนไว้ในที่นี้ว่า คุณกำลังทำสิ่งที่เป็นไปแทบไม่ได้ให้เป็นไปได้
สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน อย่าลืมรักทะเลไทยให้มากมายยิ่งกว่าปีก่อน เรายังมีหวังและผมมั่นใจว่าหวังนั้นฝันนั้นจะชัดเจนขึ้นในปี 2559 สวัสดีปีใหม่ครับ







