
คุยกับลูก
ครอบครัวเราพูดคุยกันอยู่สองคนมาหลายปี แต่เวลานี้เราได้สมาชิกวงสนทนาเพิ่มอีก 1 คนอย่างเป็นทางการ
โดย...โยธิน อยู่จงดี
ครอบครัวเราพูดคุยกันอยู่สองคนมาหลายปี แต่เวลานี้เราได้สมาชิกวงสนทนาเพิ่มอีก 1 คนอย่างเป็นทางการ น้องเกล้าในวัย 1 ขวบ 11 เดือน เริ่มชวนพ่อกับแม่พูดคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทุกวันนี้เวลาอยู่ที่บ้านผมจะต้องคอยตอบคำถามน้องเกล้าว่า พ่อทำอะไรอยู่ แม่ไปไหน นั่นอะไร หรือต้องคอยฟังคำเตือนของลูกเวลาขับรถ เช่น ขับช้าๆ ระวังมอเตอร์ไซค์ ล็อกประตูด้วย พ่อคาดเบลต์หรือยัง น้องเกล้าคาดแล้ว
ผมก็จะถามลูกกลับไปว่าน้องเกล้าทำอะไรอยู่ ลูกก็จะตอบสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ถ้าเขาจริงจังกับสิ่งนั้นมากๆ ก็พูดว่าน้องเกล้ายุ่งอยู่ ปะป๊าไปเถอะน้องเกล้าทำเอง ถ้าผมถามว่า “เมื่อวานคุณย่าทำอะไรให้กิน” เกล้าก็จะตอบไข่เจียว เกี๊ยวน้ำ หรือแล้วแต่ชื่อเมนูอาหารเท่าที่เกล้าจะจำได้
ส่วนช่วงเวลาที่ผมกับภรรยาชอบมากที่สุดเวลาคุยกับลูกก็คือ ช่วงออดอ้อนของลูกสาว อย่างเวลาน้องเกล้าขอลงจากคาร์ชีตไปเล่นกับแม่ ก็จะพูดว่า “หม่าม้าจ๋า ขอลงหน่อย...นะคะ” “ปะป๊าอุ้มหนูหน่อย นะๆๆๆ” เป็นช่วงเวลาน่ารักน่าชังของลูก ซึ่งผมจะแกล้งต่อรองประวิงเวลาให้ลูกอ้อนเยอะๆ แล้วค่อยให้ หรือบอกให้ลูกรอสักพักถึงจะให้สิ่งที่เขาต้องการ จะได้สอนให้ลูกรู้จักอดทนรอไปในตัว
สิ่งที่ผมกับภรรยาคุยกับลูกก็ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เล่าถึงเรื่องครอบครัว ชวนดูนก ชมไม้ มองวิว เห็นอะไรก็จะชี้ให้ลูกดูแล้วบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร และกำลังทำอะไรอยู่ เล่านิทานทุกครั้งที่ลูกอยากให้อ่านไม่จำเป็นเฉพาะก่อนนอน เลือกสรรคำพูดที่ใช้สนทนาระหว่างผมกับภรรยา เพราะลูกกำลังจดจำพฤติกรรมและคำพูดของพ่อแม่ เกือบจะเรียกได้ว่าก๊อบปี้กันออกมาเลยทีเดียว หากเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไป เกล้าก็จะพูดตามทันที เหมือนมีเสียงสะท้อนของเราออกมาจากตัวลูก การใช้คำพูดจึงต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
บางครั้งการคุยระหว่างผมกับลูกสาวก็ไม่มีอะไรมาก บางอารมณ์น้องเกล้าจะร้องเรียก “พ่อจ๋า” แล้วผมขานรับว่า “จ๋า” แล้วน้องเกล้าก็เรียก “พ่อจ๋า” ให้ผมขานรับซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ไม่
รู้จักเบื่อ แค่นี้ก็สุขยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว







