
เจิมสิริ เหลืองศุภภรณ์ การเดินทางที่ผ่านเปลี่ยน
แฟนๆ นิตยสารแฮมเบอร์เกอร์คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเล่มนี้กันมาบ้างแล้ว นั่นคือการผ่านเปลี่ยนจากนิตยสารแฟชั่นรายเดือน มาเป็นนิตยสารแจกฟรีฉบับโตน่าคบหา ให้ได้อ่านกันเดือนละ 4 เล่ม ซึ่งแม้จะมีการปรุงโฉมครั้งใหญ่กี่ครั้งกี่หน เท่าที่ผ่านมานิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ ภายใต้การดูแลการผลิตของบรรณาธิการอย่าง จิมมี่-เจิมสิริ เหลืองศุภภรณ์ ไม่เคยเสียสมดุลในคำว่าคุณภาพของงานที่มีเอกลักษณ์ไปแม้แต่น้อย นั่นแหละที่ทำให้ความเป็นแฮมเบอร์เกอร์ไม่เคยจางลง
แฟนๆ นิตยสารแฮมเบอร์เกอร์คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเล่มนี้กันมาบ้างแล้ว นั่นคือการผ่านเปลี่ยนจากนิตยสารแฟชั่นรายเดือน มาเป็นนิตยสารแจกฟรีฉบับโตน่าคบหา ให้ได้อ่านกันเดือนละ 4 เล่ม ซึ่งแม้จะมีการปรุงโฉมครั้งใหญ่กี่ครั้งกี่หน เท่าที่ผ่านมานิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ ภายใต้การดูแลการผลิตของบรรณาธิการอย่าง จิมมี่-เจิมสิริ เหลืองศุภภรณ์ ไม่เคยเสียสมดุลในคำว่าคุณภาพของงานที่มีเอกลักษณ์ไปแม้แต่น้อย นั่นแหละที่ทำให้ความเป็นแฮมเบอร์เกอร์ไม่เคยจางลง
ในวันที่ได้ผ่านพบกับคนทำนิตยสารมากว่า 10 ปี ผู้หญิงคนนี้ในฐานะบรรณาธิการเธอดูถ่อมตัว และเมื่อได้คุยกันก็แทบไม่น่าเชื่อว่า บก.จิมมี่เองเคยทำงานเกี่ยวกับไฟแนนซ์มาก่อน ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่สวมแว่นคนนี้จะเดินทางไกลไม่น้อยก่อนมาถึงจุดนี้ และเมื่อถามถึงการงานที่เลือกทำอยู่ รอยยิ้มที่ดูเป็นสุขก็เริ่มเฉิดฉาย และคำถามมากมายก็เริ่มต้นขึ้นเกี่ยวกับชีวิตและนิตยสาร
“คือตอนนั้นเรียนจบใหม่ๆ ก็ไปทำงานไฟแนนซ์ ทำได้สองปีก็คิดว่าไม่ไหวละ ไม่ใช่เรา คือเราอยากทำหนังสือมานานแล้ว เป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก ก็ฝันว่าจะเอาจริงเอาจังเลยตั้งใจไปสอบเรียนต่อเกี่ยวกับวารสาร คือตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าชีวิตจะออกมาอีหรอบไหน แต่เราก็อยากลอง ก็ไปเอาหนังสือของเพื่อนที่เรียนวารสารมาอ่านเยอะมาก พอสอบได้ก็เรียนจบ แต่ก็ไม่รู้จะยังไงเลยแว้บไปทำร้านเหล้า แล้วช่วงนั่นมีงานแฟต เราก็ได้เจอคนเยอะก็มีได้ไปทำหนังสือทำมือจนได้ไปรู้จักบรรณาธิการท่านหนึ่ง ก็ชวนเราไปทำนิตยสารดีเอ็นเอ จากนั้นก็เริ่มทำนิตยสารมาเรื่อยๆ เริ่มเรียนรู้มาตลอดหลายปี ก็ได้ไปอยู่ที่นิตยสารสุดสัปดาห์ได้เป็นหัวหน้ากอง อยู่มาไม่กี่ปีก็ย้ายมาทำที่แฮมเบอร์เกอร์ ทำอยู่ไม่นานก็ได้ขึ้นเป็นบรรณาธิการ ตอนนี้ทำงานกับแฮมเบอร์เกอร์มา 6 ปีแล้วนะ ซึ่งเราก็สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ แล้วพออยู่มานานมันก็เริ่มเข้าใจทางที่เราจะมุ่งไป”
บก.จิมมี่ได้เล่าเรื่องราวสนุกๆ มากมายในการทำนิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมากับการทำฟรีก๊อบปี้ถือเป็นความท้าทายที่สุด ซึ่งน่าสนใจว่าหลังจากที่เหนื่อยหนักไปกับงานนี้ กระแสและแรงกระเพื่อมที่ได้รับมันเกินคาดหมาย ซึ่งนี้ยิ่งชี้ให้เห็นหนทางของการอยู่รอดในความเป็นนิตยสารในเวลานี้
“คืออย่างแฮมเบอร์เกอร์มันอยู่มา 14 ปี มีความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดหลายยุค แต่เราพยายามตลอดว่าให้เป็นหนังสือแฟชั่นเน้นบันเทิงไทยที่มีความเป็นผู้หญิง อ่านง่ายอ่านเร็วเหมือนทานฟาสต์ฟู้ดแต่เป็นเมนูที่น่าสนใจมีรายละเอียด ก็จะนำเสนอแง่มุมลึกของสายบันเทิงที่เป็นเรื่องราวดีๆ ซึ่งพอเรามาเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเราก็ยังคงความเป็นเรา ในแง่เนื้อหาเรายังคงเหมือนเดิม ทำงานกันหนักเหมือนเดิม ถามว่ายากไหม ก็ยากนะ ด้วยเพราะระยะเวลาที่เร็วขึ้น ในขณะที่เราทำเนื้อหาเหมือนเดิมทำโปรดักชั่นเท่าเดิมหมดเลย มันเลยเหมือนงานมันเยอะขึ้น แต่ก็ตื่นเต้นดีนะ
“จริงๆ เราสามารถทำงานให้ง่ายกว่านี้ได้นะ ไม่ต้องทำใหญ่เหมือนเดิม แต่เราคิดงี้นะว่า พอเราทำงานมาถึงระดับหนึ่ง เราไม่อยากทำให้มันน้อยลง เพราะเราเคยทำดีกันมาโดยตลอด คือมองว่าเรารู้สึกว่าถึงเวลาผ่านไปแล้วแต่เราได้กลับมาอ่านนิตยสารของเรา เราก็ยังภูมิใจได้กับงาน ไม่ใช่ว่าเราทำน้อยลงแล้วกลับมานั่งมองงานตัวเองเราเสียใจคือไม่อยากเกิดความรู้สึกนี้ทีมงานก็คิดเหมือนกันเราเลยต้องรักษาคุณภาพมันไว้ แล้วพอเราทำมันดีผลที่ได้รับตอบกลับมาก็ดีตามทั้งคนอ่านทั้งโฆษณาที่มีฟีดแบ็กเข้ามา”
นอกจากทำเป็นนิตยสารแจกฟรีแล้ว ทางแฮมเบอร์เกอร์ยังทำเป็นเว็บไซต์ให้แฟนนิตยสารได้เข้าไปอ่านกันอีกด้วย เรียกได้ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถอ่านได้ หรือแม้แต่ถ้าใครอยากสมัครสมาชิกรับก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยจะคิดเพียงค่าจัดส่งเป็นรายปี เรียกได้ว่าแม้เนื้องานจะทำออกมาเป็นของฟรี แต่หากใครได้เห็นนิตยสารคงรู้สึกว่าเป็นผลงานคุณภาพไม่ต่างจากเดิมเลยทีเดียวซึ่งท้ายที่สุดนี้บรรณาธิการคนเก่งฝากทิ้งท้ายว่า
“เราเองรู้สึกว่าพอนิตยสารเราเป็นฟรีก๊อบปี้ เราโอเคกับมันมากเลยนะ ในฐานะคนอ่านเราว่ามันสามารถอ่านจบได้ง่ายใช้เวลาน้อยอ่านบนรถไฟฟ้าไม่นานก็จบ แล้วในฐานะบรรณาธิการเราก็ต้องบอกเลยว่าเราใช้พลังงานกันสูงมากนะในการทำนิตยสารเดือนละสี่เล่ม แต่ว่าเราเองยังตื่นเต้นกันทุกครั้ง มันมีแรงผลักดันบางอย่างที่เราบอกไม่ถูก ที่ทำให้เราต้องทำให้สำเร็จให้ได้ในแต่ละครั้ง มันก็กลายเป็นเหมือนแรงผลักดันที่ทำให้พวกเราทุกคนทำให้นิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ออกมาตรงเวลาให้ได้ แล้วอย่างในปีหน้าแฟนนิตยสารแฮมเบอร์เกอร์เองจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอีกขั้นของเราอย่างแน่นอน เราจะปรับเข้าหาคนอ่านให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น”
เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มและบางสิ่งที่ชวนน่าติดตาม แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นนิตยสารแฮมเบอร์เกอร์โฉมใหม่ แจกฟรีให้แฟนๆ กันในทุกวันพุธของสัปดาห์ แจกที่ไหนอย่างไรนั้นเข้าไปติดตามได้ที่แฟนเพจ “HAMBURGER MAGAZINE”







