
ทาคาโอะ
นาฬิกาบอกเวลาที่สถานีรถไฟชินจูกุ นอกจากจะบอกสถานีปลายทางของเส้นทางต่างๆ แล้ว มันยังทำหน้าที่บอกอุณหภูมิของวัน
โดย...ภัทรชัย ปรีชาพานิช
นาฬิกาบอกเวลาที่สถานีรถไฟชินจูกุ นอกจากจะบอกสถานีปลายทางของเส้นทางต่างๆ แล้ว มันยังทำหน้าที่บอกอุณหภูมิของวัน ตัวเลขอาระบิกบอกให้รู้ว่า ขณะนี้ภายนอกมีความเย็นลดต่ำลงเหลือ 9 องศา ผู้คนตัวหนาเดินกันขวักไขว่ โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้างานและหนาแน่นอีกครั้งหลังงานเลิก ชาวญี่ปุ่นมักโดยสารรถไฟเพราะเครือข่ายของมันเชื่อมโยงไปทั่วประเทศ อย่างการเดินทางครั้งนี้ที่หนอนเหล็กพาไปสัมผัสธรรมชาติประหนึ่งได้ข้ามมิติสู่โลกคัลเลอร์ฟูล
รถไฟสายเคโอ (Keio Line) บริหารงานโดย เคโอ กรุ๊ป ให้บริการเดินรถฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว เริ่มต้นจากสถานีชินจูกุมุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งธรรมชาติ เมื่อพ้นเขตเมืองมาแล้วจะเริ่มเห็นบ้านเรือนวางตัวสวยงาม สลับด้วยทิวเขาเป็นฉากหลัง ขณะที่รถไฟฝั่งตะวันออกจะเป็นที่รู้จักมากกว่า เพราะแล่นผ่านย่านการค้าและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างวัดอาซากุสะและกินซ่า
ผมนั่งรถไฟสายเคโอจากสถานีชินจูกุมุ่งสู่สถานีทาคาโอะซานกูชิ (Takaosanguchi) เมืองฮะชิโอจิ (Hachioji) ในโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ที่นี่มีแลนด์มาร์คเป็นภูเขาทาคาโอะที่มองเห็นตอนอยู่ในรถไฟ ช่วงเดือน ธ.ค. ถือว่าเป็นไฮไลต์ เพราะเป็นเทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเหลือง แดง เขียว อันเป็นสีสันของฤดูใบไม้ผลิของทุกปี
ด้านบนภูเขาเป็นที่ตั้งของวัดยาคุโออิน (Yakuoin Temple) การเดินทางขึ้นไปมีให้เลือก 3 แบบ คือ เดินเท้า นั่งเคเบิลคาร์ และแชร์ลิฟต์ หากเลือกเดินทางด้วยเคเบิลคาร์จะใช้เวลาประมาณ 6 นาที เป็นทางชันไต่ระดับสู่ความสูง 599 ม. แต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกวิธีเดินเท้า ผมเห็นหนุ่มสาวผลัดกันจูงมือเมื่อถึงทางลาดชัน สองมือนั้นกำมือกันแน่นแทบจะไม่เหลือช่องว่างให้สายลมพัดผ่าน พลันทำให้ผมคิดถึงคนที่อยู่กรุงเทพฯ ขึ้นมาจับใจ
ไม่ไกลจากสวนลิงเป็นที่ตั้งของวัดยาคุโออิน วัดนี้มีเท็งงูหรือสัตว์ในตำนานตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ลักษณะเป็นนกสามขา เชื่อว่าจะคอยปกปักรักษาวัด พระสงฆ์จะรับประทานอาหารปราศจากเนื้อสัตว์เพื่อตัดกิเลส ในบางครั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาก็สามารถทำการจองอาหารกลางวันประเภทนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้บนเขาทาคาโอะยังมีเจดีย์รูปทรงแบบไทย ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ร่องรอยวัฒนธรรมของสองประเทศนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และเมื่อมองออกไปจะเห็นเมืองโตเกียวที่มีตึกสูงละลานตา มองได้ไกลไปจนสุดสายตาที่ทะเล
เรียกได้ว่า บนเขาทาคาโอะให้ทุกรสชาติของการเดินทาง ทั้งความท้าทายสำหรับคนชอบปีนเขาที่มีหลายเส้นทางให้เลือก (เส้นทางได้ที่เว็บไซต์ www.takao599museum.jp) ความชิลกับบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีที่สามารถส่งความสุขเพียงแค่ได้มอง ความโรแมนติกสำหรับคู่รักทั้งเส้นทางเดินวิบากพิสูจน์ใจและอากาศหนาวที่ช่วยให้ทั้งคู่ใกล้กัน ความสุขทางใจเมื่อได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และที่สำคัญคือได้รับความรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์และธรรมชาติที่เปิดให้เรียนรู้ตลอดเวลา
โมงยามของเช้าวันใหม่ อุณหภูมิลดต่ำลงเข้ามาทักทาย ผมกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้นเป็นเชิงท้าทายสายลม การเดินทางวันนี้ผมยังคงโดยสาร รถไฟสายเคโอเหมือนเดิม เริ่มต้นจากสถานีชินจูกุเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือ สถานีปลายทางแห่งใหม่ชื่อ โชฟุ (Chofu)
ผมใช้เวลาบนรถไฟ 15 นาที จากนั้นต่อรถสาธารณะอีก 10 นาที สู่จุดหมายแรกคือ วัดจินไดจิ วัดที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น รองจากวัดอาซากุสะ สาวกการ์ตูนเรื่องอสูรน้อยคีทาโร่อาจจะคุ้นตาวัดนี้เป็นพิเศษ เพราะนักวาดการ์ตูน มิซึกิ ชิเงรุ อาศัยอยู่ละแวกนั้น เขาจึงนำวัดจินไดจิไปใช้เป็นโลเกชั่นของเรื่อง มิซึกิเสียชีวิตด้วยวัย 93 ปี เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยเขาได้รับรางวัลบุคคลผู้ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมจากรัฐบาลญี่ปุ่น
จากนั้นในช่วงเย็นผมเดินทางต่อไปยังสวนสนุกโยมิอุริที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2507 แบ่งออกเป็น 3 ธีมตามฤดูกาล เช่น ฤดูใบไม้ผลิจะเป็นคอนเซ็ปต์สวนซากุระ หรือในฤดูหนาวจะใช้แสงไฟประดับ เพราะอยากให้นักท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวยามกลางคืน อย่างเช่น ช่วงนี้สวนสนุกตกแต่งด้วยไฟนับล้านดวงด้วยการออกแบบของ โมโตโกะ อิชิอิ (Motoko Ishii) นักออกแบบไฟมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับถึงการตกแต่งหลอดไฟในญี่ปุ่น ปีนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด Jewellumination เนรมิตดวงไฟให้เปล่งประกายดั่งอัญมณี ใช้ดวงไฟมากถึง 3 ล้านดวง โดยจุดชมสวนไฟที่ดีที่สุดอยู่บนหอคอย เห็นทั้งสวนไฟและสวนสนุกที่จะสวยงามเป็นพิเศษช่วงหน้าหนาวนี้เท่านั้น
ด้านสวนสนุกมีเครื่องเล่นที่เป็นไฮไลต์อย่าง โรลเลอร์ โคสเตอร์ หนุ่มสาวต่อแถวกันยาวเหยียด ซึ่งการเข้าคิวของคนญี่ปุ่นอยู่ในแถวเป็นระเบียบจนดูเหมือนการรอคอยไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับพวกเขาแต่โดยส่วนตัวผมติดใจบ้านผีสิงมากที่สุด มันคือการเปิดประสบการณ์ความตื่นเต้นกับผีญี่ปุ่นครั้งแรกหลังจากดูหนังผีสัญชาตินี้มาหลายเรื่อง ถึงกระนั้นเสียงหัวเราะจากทุกมุมของสวนสนุกก็ดังกว่าเสียงกรี๊ดอันเป็นหลักฐานของความสุขในสวนแห่งความสนุกที่ไม่ว่าใครก็สัมผัสได้
แม้ไม่ใช่ครั้งแรกในการเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างทุกครั้ง อย่างครั้งนี้ผมได้เปิดมุมใหม่ ลบภาพความวุ่นวายในโตเกียว หลีกหนีห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าสู่เทือกเขาทาคาโอะ ธรรมชาติใกล้เมืองหลวงที่มีความหลากหลายมากมายทั้งใบไม้เปลี่ยนสี ทิวสนสูงตระหง่าน และเหล่าสรรพสัตว์เสมือนเดินในพิพิธภัณฑ์มีชีวิต การท่องเที่ยวที่ทำให้คนในเมืองเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งสัจธรรมจากป่า การอยู่ร่วมกันระหว่างเมืองกับธรรมชาติ และคำสอนจากต้นไม้ใบหญ้าที่ทำให้มนุษย์ไม่หลงลืมความเรียบง่ายที่ควรมี







