
สุขอย่างไร ภายใต้เศรษฐกิจซบ
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจนถึงวันนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ฟื้นตัว เช็คเด้งยังเพิ่มขึ้น การจัดกิจกรรมการตลาดหรือโปรโมชั่นสินค้าช่วงส่งท้ายปี
โดย...กองบรรณาธิการ
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจนถึงวันนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ฟื้นตัว เช็คเด้งยังเพิ่มขึ้น การจัดกิจกรรมการตลาดหรือโปรโมชั่นสินค้าช่วงส่งท้ายปี ที่ไหนๆ งานก็กร่อย ไม่ต้องตอกย้ำก็รับรู้ได้ว่าคนไทยยังไม่มีกำลังจับจ่ายใช้สอย มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ จะปรับตัวอย่างไรเมื่อเงินเดือนไม่ขึ้นหรือขึ้นนิดหน่อย ไม่ต้องพูดถึงโบนัสที่ส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้กัน แต่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้น จะปรับตัวอย่างไรให้ชีวิตตัวเองและครอบครัวอยู่อย่างมีความสุขภายใต้ความยากลำบากนี้
สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เรื่องของเศรษฐกิจกับครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ควบคู่กันมานาน ต้องเข้าใจว่าความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือปัจจัย 4 ประการ ประกอบด้วย ยา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย เป็นความต้องการพื้นฐานดังนั้นเศรษฐกิจย่อมมีความหมายความสำคัญต่อครอบครัว หากเศรษฐกิจไม่ดีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถมีหรือครอบครองได้ ไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ เป็นต้น
เศรษฐกิจจึงมีความหมายต่อครอบครัวอย่างแน่นอน เพราะสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีเกิดมีปัญหาย่อมไปกระทบต่อปัจจัย 4 ประการ ก่อนลามกลายเป็นปัญหา แต่ถือว่าโชคดีของประเทศไทยที่ภาครัฐมีสวัสดิการมีกองทุนจากการรักษาพยาบาลจากประกันสังคม อย่างน้อยก็มีการรักษา เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยโดยเฉพาะผู้ไม่มีเงินหรือมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในปัจจุบัน
ผู้มีรายได้ปานกลางหรือมีรายได้สูงอาจมีปัญหาไม่มากนักภายใต้เศรษฐกิจเช่นนี้ ส่วนคนที่ต้องทุกข์และเกิดปัญหา คือคนที่อยู่ในระดับล่างที่มีอาชีพแบบหาเช้ากินค่ำ ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหวังมีเงินเข้ามาในครอบครัว ซึ่งเม็ดเงินโบนัสหรือการไม่ขึ้นเงินเดือนต่างๆ อาจมีผลกระทบได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะปัจจัยขั้นพื้นฐาน 4 ประการ ที่อาจเกิดปัญหาขึ้นได้
นอกจากนี้ เรื่องของการทำรายรับรายจ่ายจะช่วยให้สถานะการเงินของครอบครัวดีขึ้น เนื่องจากมีการวางแผนทางการเงินชัดเจนว่าเงินส่วนไหนไม่จำเป็นหรือใช้จ่ายโดยฟุ่มเฟือยก็สามารถตัดออกไป จะทำให้รับรู้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ อย่างเช่นค่าน้ำค่าไฟพื้นฐาน ซึ่งจะเห็นตัวเลขรายจ่ายและรายรับได้ แต่หากไปฟุ้งเฟ้อหรูหราอาจเกิดภาวะฝืดเคืองภายในครอบครัว
แม้ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวไม่สร้างรายได้ให้กับบริษัทต่างๆ อาจทำให้ขาดทุนหรือไม่มีผลกำไร จนลามไปถึงโอกาสที่พนักงานจะอดหรือไม่ได้ค่าตอบแทนที่เราเรียกว่า “โบนัส” กับการทำงานที่ทุ่มเทเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี นั่นอาจมีโอกาสทำลายสถาบันครอบครัว เพราะทุกคนมีความคาดหวัง แต่สิ่งที่อยากให้ครอบครัวระลึกถึงคือทุกอย่างมีเหตุผล บางเรื่องเราอาจไม่ได้ตามความหวัง แต่ก็เป็นการฝึกความอดทน นั่นจะทำให้เราเก่ง แกร่ง และอดทนมากขึ้น ขอให้เปรียบเทียบกับอดีตหรือคนที่ด้อยโอกาสกว่าที่มีอีกจำนวนมาก ที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้น
“แม้อารมณ์เราอาจหลงเข้าป่าไป สู้เสียเราตั้งสติตั้งแต่ตอนนี้เข้าใจว่าบางคนหรือครอบครัวอาจไม่มีแม้แต่จะกิน แต่อยากให้นำสิ่งที่มีความสุขตอนนี้มาตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความพอเพียง นำความทุกข์มาเปลี่ยนเป็นความสุข หรืออาจเกิดปัญหาขึ้นมาจนไม่มีทางออกหรือไม่มีใครช่วยให้คำปรึกษา ยังมีหน่วยงานภาครัฐที่สามารถให้คำปรึกษาได้ หรือท้ายที่สุดชุมชนของเราเอง จากความเป็นญาติพี่น้องจะช่วยเยียวยาความผิดหวังจากสิ่งที่ต้องการได้” ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว
ดิ้นเพื่อรอด
มนุษย์เงินเดือนจะอยู่รอดได้อย่างไร นอกจากทำใจ มีวินัยในการใช้จ่ายแล้ว ควรบริหารรายได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น วิธีเดียวที่จะอยู่รอดได้ภายใต้สถานการณ์นี้คือ การจัดทำบัญชีรายจ่ายและใช้จ่ายภายในงบ บัญชีรายจ่ายจะช่วยให้สามารถควบคุมหนี้สิน รวมทั้งจัดการรายจ่ายในอนาคต จัดลำดับรายการยอดใช้จ่ายคงค้างโดยใช้ดอกเบี้ยเป็นเกณฑ์ ชำระรายการยอดใช้จ่ายคงค้างที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นอันดับแรก และต้องไม่ลืมที่จะชำระยอดใช้จ่ายคงค้างอื่นๆ ในจำนวนขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย
เลือกการรวมยอดใช้จ่ายเข้าไว้ด้วยกัน โดยเลือกวิธีที่สามารถชำระยอดใช้จ่ายได้สะดวก หรืออาจเลือกรวมยอดใช้จ่ายค้างชำระไปยังวิธีที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่า เพื่อเป็นการลดดอกเบี้ยที่ต้องชำระ พิจารณาหนทางอื่นๆ ที่ช่วยลดภาระหนี้สิน ลองลดหนี้สินโดยใช้เงินฝากจากบัญชีสะสมทรัพย์หรือทางเลือกอื่นที่จะช่วยลดหนี้สิน
ผู้ให้กู้บางรายอาจให้ทางเลือกหลากหลายวิธีในการชำระหนี้ ควรหาวิธีที่จะช่วยให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลามากที่สุด ทั้งนี้อาจเลือกใช้บริการเสริม อาทิ การแจ้งเตือนสถานะทางบัญชี เพื่อช่วยให้ไม่ลืมวันครบกำหนดชำระและทราบปริมาณการใช้จ่าย พูดคุยกับผู้ให้กู้ หากมีปัญหาในการชำระเงิน โดยไม่ควรเลี่ยงการชำระ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์ภาระหนี้สินของเราแย่ลง และส่งผลกระทบต่อระดับเครดิต ในหลายกรณีผู้ให้กู้มักพร้อมให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา
นอกจากนั้น ควรมองหาอาชีพเสริมที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ตัวเองและครอบครัวได้ ดูความเชี่ยวชาญและความถนัดของตัวเองทำอะไรที่จะเพิ่มรายได้ได้บ้าง ทั้งนี้อย่าปล่อยให้หนี้สินพอกพูนจนกลายเป็นปัญหาวงกว้างกระทบกับครอบครัวและขยายใหญ่กลายเป็นปัญหาของสังคม
ค้าออนไลน์-ธุรกิจเครือข่ายยังฮิต
เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การมองหาอาชีพเสริมในปัจจุบันเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น ประเด็นสำคัญ คือ การเข้ามาของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน รวมถึงคนทั่วไปเข้าถึงอาชีพเสริมได้สะดวกมากขึ้น
แนวโน้มธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับความนิยม มี 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ ธุรกิจแรก การทำธุรกิจออนไลน์สินค้าประเภทต่างๆ ด้วยเป็นกิจการที่เริ่มต้นได้ง่ายๆ ใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และไม่กระทบงานประจำ หากสามารถบริหารจัดการเวลาในการทำงานได้
ธุรกิจที่สอง ธุรกิจซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง) ที่สามารถใช้เวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปจับสินค้ามาแลกเปลี่ยนมือได้ โดยอาศัยพื้นที่ขายตลาดนัดทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ และธุรกิจที่สาม กลุ่มธุรกิจเครือข่าย (เอ็มแอลเอ็ม) และการขายประกัน (ประเภทต่างๆ) ด้วยเป็นอาชีพที่เข้าถึงได้ง่ายในกลุ่มคนทั่วไป
“อาชีพเสริมอย่างขับรถแท็กซี่บริการสาธารณะที่เป็นเครือข่ายจากแบรนด์ต่างประเทศนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนทำงานประจำรุ่นใหม่ แต่จะการันตีค่าตอบแทนรายได้อย่างไรนั้น มองว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้เรียกใช้บริการในเมืองไทยด้วย ที่อาจยังไม่มีความคุ้นชินการใช้บริการจากคนแปลกหน้าซึ่งยังต้องรอดูต่อไปในอนาคต จากปัจจุบันก็มีพนักงานประจำหลายรายที่หันมาขับรถแท็กซี่บริการเพื่อเป็นอาชีพเสริม” เกียรติอนันต์ กล่าว
ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า อาชีพเสริมรายได้ที่มาแรงในปี 2559 จะสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพะการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านหน้าจอทั้งหลาย ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น แต่จะขายอะไรนั้น ควรจะใช้หลักเกณฑ์ความถนัดและความชอบของตัวเราเองเป็นหลัก เพื่อเป็นแรงจูงใจในการหารายได้เพิ่ม ด้วยชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นอาชีพเสริมเป็นรายได้สำรอง ที่ยังต้องควรทำควบคู่กับอาชีพหลักที่ไม่ให้เสียรายได้ประจำ
ลำดับถัดไป มองว่าธุรกิจเครือขาย หรือขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) ที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เห็นว่าธุรกิจหรืออาชีพประเภทนี้เป็นรูปแบบการทำธุรกิจ (บิซิเนส โมเดล) ประเภทหนึ่งมากกว่า ที่ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจเริ่มหันมาใช้ผู้มีอิทธิพล (อินฟลูเอนเซอร์) หรือผู้มีชื่อเสียง (เซเลบริตี้) ทั้งศิลปินนักแสดง หรือเน็ตไอดอล ที่ดูแล้วประสบความสำเร็จมาเป็นผู้ชักจูงในการทำธุรกิจ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ คือ นักลงทุนรายย่อย แต่ทั้งนี้ก็ควรจะต้องเป็นผู้ที่นิยมติดตามข้อมูลข่าวสารรอบด้าน เพื่อให้สามารถประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน ด้วยตลาดดังกล่าวในบางสถานการณ์ที่นอกจากสร้างผลตอบแทนรายได้เสริมต่อเดือนให้นักลงทุนได้น่าพอใจ ได้พอกับน่าปวดใจให้กับนักลงทุนด้วยเช่นกัน
ส่วนผลตอบแทนรายได้ต่อเดือนที่มาจากการทำอาชีพเสริมนั้น หากสามารถประคองอัตรารายได้เฉลี่ยจากรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นได้ราว 20-30% ก็น่าพอใจแล้ว แต่หากในอนาคตผู้ทำอาชีพหรือธุรกิจเสริมรายได้ ที่กำลังมีรายได้ดีเติบโตต่อเนื่องจากอาชีพเสริมและเตรียมตัดสินใจออกจากอาชีพประจำนั้น อาจต้องใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบการตัดสินใจ เพราะทุกธุรกิจในโลกความจริง มักจะมีปัญหาให้เข้ามาแก้ไขเสมอ อย่างธุรกิจเทรดดิ้งก็จะรู้ว่าขายดีมีกำไร แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะอาจเจอทางตันธุรกิจได้ ทั้งนี้หากเช็กตัวเองว่าพร้อม มีศักยภาพแน่นอนแล้วก็ลงมือทำ







