posttoday
โลกที่เราไม่รู้จัก

โลกที่เราไม่รู้จัก

19 ธันวาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมออนไลน์มีการส่งต่อบทความของคุณประสาท มีแต้ม ที่เขียนเกี่ยวกับการทำนายอนาคตของ โทนี เซปา

โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์

สัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมออนไลน์มีการส่งต่อบทความของคุณประสาท มีแต้ม ที่เขียนเกี่ยวกับการทำนายอนาคตของ โทนี เซปา นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ทำนายว่าอีก 15 ปีข้างหน้า รถไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล และต้นทุนของโซลาร์เซลล์ที่ถูกลงจะทำให้ระบบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านั้นเจ๊งหมด เพราะทุกครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป เพื่อชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ของตัวเองได้

บทความชิ้นนี้ผมต้องอ่านซ้ำอีกรอบทันทีที่อ่านครั้งแรกจบ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าโครงสร้างพลังงานของโลกจะเปลี่ยนเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันแถบตะวันออกกลางที่เราเรียกว่าเศรษฐีน้ำมัน ซึ่งมั่งคั่งจากการขุดน้ำมันขึ้นมาขาย กำลังจะต้องพบกับอวสานในเวลาอันรวดเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ

ย้อนกลับไปราว 10 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วจู่ๆ ก็ลดวูบลงอย่างน่าใจหายช่วง 2 ปีนี้ จนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นก็คือหากคำทำนายเป็นจริงเศรษฐีน้ำมันก็จะเหลือแต่ทะเลทราย ความมั่งคั่งก็จะหายไป การบริโภคของโลกก็จะลดลง (ยกเว้นเมืองดูไบที่ปรับตัวไปก่อนแล้ว)

นึกไม่ออกจริงๆ ว่า ถ้าประเทศไทยไม่มี ปตท. บริษัทน้ำมันข้ามชาติทยอยล้มหายตายจากไป การไฟฟ้าฝ่ายผลิตปิดกิจการ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร นึกภาพไม่ออกจริงๆ

โทนีบอกว่าเทคโนโลยี 8-10 ชนิดที่จะพลิกโครงสร้างธุรกิจอุตสาหกรรมและสังคมในเวลาอันรวดเร็ว ได้แก่ โซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยโทนีฟันธงเลยว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มเบียดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี ค.ศ. 2017-2018 คืออีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันเครื่องยนต์ไฮบริดได้รับความนิยมมากขึ้นแต่จะถึงขั้นเบียดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันภายใน 2-3 ปี ยังไม่น่าจะใช่ โทนีบอกด้วยว่าภายในปี ค.ศ. 2030 รถยนต์ใหม่ทั้งหมดจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า อันนี้ถือเป็นความท้าทายอุตสาหกรรมรถยนต์และพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ตามด้วยการทำนายว่า น้ำมันจะตกยุคภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งถ้ารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่จริงๆ น้ำมันก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป สุดท้ายโทนีบอกว่าต่อให้ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ มีค่าเท่ากับศูนย์ ก็ยังแพงกว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพราะว่าต้นทุนที่เกิดจากสายส่งและการบริการแพงกว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้บนหลังคา

เพราะความสงสัยทำให้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ประเทศสวีเดนเป็นประเทศแรกที่ประกาศเป็นนโยบายว่าภายในปี ค.ศ. 2050 กรุงสตอกโฮล์ม จะปลอดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล นั่นแปลว่าจะมีแต่รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้นในกรุงสตอกโฮล์ม ซึ่งยืดไปอีก 20 ปีจากที่โทนีทำนายไว้ แต่นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงๆ

ทุกวันนี้เทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามาทำให้สังคมกลายเป็นสังคมก้มหน้า ในอนาคตเทคโนโลยีด้านพลังงานจะมาเปลี่ยนทั้งพฤติกรรม วิถีชีวิตรวมทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลก และเชื่อว่ายังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนมนุษย์ คนไทย เราพร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง