
ข้อมูลบัตรประชาชนและปัญหาการสื่อสารของรัฐบาล
เฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith
เฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith
วันนี้มีเรื่องที่ผมทั้งอยากจะชมรัฐบาล และขอตำหนิรัฐบาลไปพร้อมๆ กันเลยโดยจะขอเริ่มด้วยเรื่องทีจะขอชมก่อนนะครับ
- การทำฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรที่มีการ #ระบุอาชีพและรายได้ นั้นเป็นเรื่องดีครับจะช่วยทำให้เราสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและประเทศอื่นๆหลายประเทศ เค้าก็ทำกันไปแล้วทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และในยุโรปหลายประเทศ อย่างในเอเชียก็เกาหลีใต้ที่ใช้ระบบ E-Government(หมายถึงรัฐบาลที่ดำเนินการบริหารข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การประกวดราคาการเสียภาษี การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และอื่นๆhttps://en.wikipedia.org/wiki/E-Government , http://www.openbase.in.th/node/2251)
- เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2558 แล้ว http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1440994544
รมว. คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ก็ออกมาประกาศว่าจะทำเรื่องระบบการชำระเงินผ่านอิเลคทรอนิกส์ หรือ E-payment ให้เสร็จสิ้นภายในปีหน้านี้รวมถึงที่อธิบดีกรมสรรพากรออกมาประกาศเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมานี้ ว่า.."...มั่นใจด้วยระบบนี้จะช่วยรัฐอุดรูรั่วเก็บภาษีได้เพิ่ม ๑ แสนล้านบาทต่อปี โดยกรมสรรพากรจะเร่งนำระบบใบกำกับภาษีอิเลคทรอนิกส์ (E-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax Receive) มาใช้ให้ทันตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน"
http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E…/…/43238-open_43238.html
*** ล่าสุดรัฐบาลประกาศจะทำฐานข้อมูลโดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ
1. ทำฐานข้อมูลรายได้+อัตราเสียภาษี เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างเหมาะสมและทุกคน (ที่รายได้ถึงเกณฑ์) ต้องจ่ายภาษี(ประเทศเราเก็บภาษีได้น้อยมากและมีการรั่วไหลของเงินภาษีเยอะ จากการคอรัปชั่นและสินบน)
2. จากการทำฐานข้อมูลจะทำให้ระบุได้ว่าใครคือผู้มีรายได้น้อย และใครควรจะได้รับสิทธิที่ทางภาครัฐจัดหาให้ เช่น สิทธิการใช้บัตรทอง, ขึ้นรถเมล์ฟรี, ขึ้นรถไฟฟรี, หรือลดหย่อนค่าใช้จ่ายอื่นๆไม่ใช่ว่าให้คนมีเงินอยู่แล้ว มาแย่งภาษีที่จะนำไปช่วยคนจน(แบบที่เป็นอยู่กันตอนนี้)
- ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ "ดีและน่าสนับสนุนมาก" ครับ ซึ่งผมคิดว่าประเทศเราควรจะทำมาตั้งนานมากแล้วต่อไปประชาชนก็จะสามารถเช็คภาษีที่ต้องจ่ายและจ่ายภาษีผ่านระบบออนไลน์หรือผ่านธนาคารได้รวมถึงทำให้ประเทศมี #ระบบจัดเก็บภาษี ที่ #ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาอื่นๆ ได้เสียที!!!
------------------------------
*** แต่ปัญหาคือ การที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการคืนความสุขในวันที่ 12 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ว่า..."ตนได้เน้นว่าปี 2560 บัตรประชาชนน่าจะมีการระบุอาชีพและรายได้ เพื่อแยกแยะให้ได้ว่ารัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างไรให้เหมาะสม"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx…
http://www.dailynews.co.th/politics/366543
*** ท่านควรจะพูดในมันชัดเจนนะครับว่าคำว่า #ระบุ ที่ผ่านว่ามานี้ มันหมายถึงอะไร?เพราะตอนนี้หลายๆคนในสังคมไป #ตีความเอาว่าจะหมายถึงการเขียนอาชีพและรายได้"ลงบนหน้าบัตรประชาชนเลย" squint emoticon"(ซึ่งตามข้อกฎหมายมันทำไม่ได้อยู่แล้วเพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล)
- และวันนี้แม้ว่า พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "การระบุอาชีพและรายได้"ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน" นั้นก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความสงสัยว่าไอ้คำว่า "ระบุ" นั้นมันคืออะไรกันแน่....
http://www.dailynews.co.th/politics/366790
*** ส่วนตัวจากข่าวสารทั้งหมดผมไม่คิดว่าจะให้มีการระบุอาชีพและรายได้ #บนหน้าบัตร นะครับ(มันน่าจะเป็นการระบุในฐานข้อมูลอิเล็คทรอนิค) เพราะในความเป็นจริงนั้น ต่อให้ไม่นับข้อกฎหมายการระบุข้อมูลบนหน้าบัตรฯ มันทำไม่ได้อยู่แล้วเพราะบัตรประชาชนมีอายุ 8 ปี ในระหว่าง 8 ปีนี้ คนเราต้องเปลี่ยนงาน และรายได้อยู่ตลอดเวลา(คงไม่มีใครทำงานตำแหน่งเดิมรายได้เท่าเดิมตลอด)ดังนั้นสมมุติรายได้ขยับ หรือมีการเลื่อนขั้นช่วง 2-3 ปี
ประชาชนไม่ต้องเปลีย่นบัตรใหม่ทุกครั้งหรือครับ? อันนี้ใช้สามัญสำนึกทั่วไปก็คิดกันได้แล้วว่ามันไม่น่าจะเป้นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่แรก....
*** อัพเดทข้อมูลนะครับ:ล่าสุดเวลา 3 ทุ่มวันนี้ เนชั่นลงข่าวว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย กฤษฎา บุญราช ชี้แจงแล้วว่าเป็นการ #ใส่ข้อมูลลงในไมโครชิพ
http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=774935
-------------------------------
*** แต่ประเด็นสำคัญที่ผมอยาก "เตือน" ก็คือ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นั้นมีปัญหาเรื่อง #การสื่อสารกับประชาชน มากๆ!!
- หลายๆครั้งผมก็ไม่เข้าใจว่าพวกท่านปล่อยให้เกิดความเข้าใจผิดแบบนี้ได้อย่างไร?บางเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง แต่ก็มามีประเด็นปัญหาเพราะการสื่อสารของคนในรัฐบาลเองที่พูดจาไม่ชัดเจนหรือพูดไม่รู้เรื่อง จากเรื่องหนึ่งก็ให้คนตีความไปอีกเรื่อง
- ผมอยากจะขอแนะนำว่าถ้าพวกท่านบรรดาทหารทั้งหลาย ไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง #การประชาสัมพันธ์ในวงการการเมือง (ในวงการทหารกับการเมืองนั้นคนละอย่างนะครับ) กรุณาใช้งาน #มืออาชีพ ที่เค้ามีความสามารถด้านนี้ (อย่างที่พรรคการเมืองบางพรรคเค้าใช้) กันเถอะครับไม่งั้นพวกท่านตกเป็นประเด็นให้สื่อตีข่าวจนเละเทะ และต้องมานั่งแก้ข่าวแบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที...
ที่มา
https://www.facebook.com/kittitouch.chaiprasith/posts/1013155308748628







