posttoday
อยากเป็นอะไร

อยากเป็นอะไร

13 ธันวาคม 2558

คำถามยอดฮิต ที่บรรดาเด็กๆ ต้องคอยตอบคุณครู หรือต้องผ่านประสบการณ์ในการเขียนเรียงความ

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว  [email protected]

คำถามยอดฮิต ที่บรรดาเด็กๆ ต้องคอยตอบคุณครู หรือต้องผ่านประสบการณ์ในการเขียนเรียงความส่งการบ้านกันบ้างล่ะ กับหัวข้อ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร”

สำหรับเด็กๆ แล้วเหมือนเป็นคำถามง่ายๆ ไม่ต้องชวนให้คิดสลับซับซ้อน อีกอย่างพวกเขายังเด็กนัก อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน แต่เมื่อสำเร็จการศึกษา บทเรียงความหรือคำตอบจากที่เคยส่งเสียงแข่งขันกันในชั้นเรียนตอนเด็กอาจเปลี่ยนไปตามเส้นทางของแต่ละคน

ตั้งแต่อนุบาล ชั้นประถมศึกษา เราจึงมักได้ยิน “หนูอยากเป็นทหาร ตำรวจ หมอ พยาบาล คุณครู” วนเวียนชวนสนุกสนานกันตามประสา

แต่เมื่อเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา จากคำตอบอยากเป็นโน้นเป็นนี้สมัยวัยประถม ย่อมแปรเปลี่ยนไปผ่านกระบวนการความคิดใหม่

กล่าวคือเริ่มมองแบบผู้ใหญ่ มีเป้าหมาย จากที่เคยบอกอยากเป็นทหาร ตำรวจ เปลี่ยนเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร สถาปนิก สจ๊วด แอร์โฮสเตส บางคนอยากเป็นนักธุรกิจ นักเล่นหุ้น คิดไกลไปทางธุรกิจกันเลยทีเดียว  

แต่ละครอบครัวจึงมีวิธีเลี้ยงดูลูกแตกต่างกันเพราะข้อจำกัดทางการเงิน สภาวะแวดล้อม ส่งผลให้บางครอบครัวสามารถกำหนดเป้าหมายให้ลูกเดินตั้งแต่วัยเล็กไปจนโตไม่เหมือนกัน  

คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกมีอนาคตที่ดี ไม่แปลกจะเห็นวิธีฝึกฝนลูกตั้งแต่เล็ก เช่น ส่งเสริมด้านการกีฬา ฝึกลูกจับไม้แบดมินตันตั้งแต่อายุแปดขวบหรือน้อยกว่านั้น พาลูกไปว่ายน้ำ ตีเทนนิส เล่นฟุตบอล ผลลัพธ์การฝึกฝนเช่นนี้ พบความสำเร็จมาหลายราย ไปเป็นนักกีฬาอาชีพชื่อเสียงโด่งดัง มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

บางครอบครัวทุ่มเทให้ลูกคร่ำเคร่งอยู่กับตำรับตำรา หาสถาบันการเรียนการสอนชั่วโมงพิเศษให้กับลูก คาดหวังว่าลูกจะต้องสอบเข้าโรงเรียนมีชื่อเสียงโด่งดัง เพื่อปูทางไปสู่วิชาชีพที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นนายแพทย์ วิศวกรก็มี

แต่สำหรับสาวน้อย “น้ำผึ้ง” ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ไม่ได้อยู่ในลักษณะพ่อและแม่ทุ่มเทเอาจริงเอาจังขนาดนั้น เพราะด้วยกำลังทุนทรัพย์และการเลี้ยงดูที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด

หากแต่การเฝ้าสังเกตลูกน้อยอยู่ห่างๆ ติดตามดูความสนใจของเขา นำไปสู่การสนับสนุนในเรื่องนั้นๆ อะไรที่พอสนับสนุนได้ก็สนับสนุน อะไรที่เหนือบ่ากว่าแรงจำเป็นต้องอธิบายหาสิ่งอื่นทดแทน

ผู้เชี่ยวชาญเลี้ยงดูลูกหลานเคยแนะนำไว้ อย่าบังคับลูกให้เป็นตามที่เราต้องการ เพราะจะกลายเป็นภาวะกดดัน ซึ่งพบว่าเด็กหลายรายเดินไปตามทางเลือกที่ผิด แต่ขณะเดียวกัน ใช่ว่าปล่อยปละละเลย เหมือนปล่อยเรือไร้หางเสือไปกลางทะเล ตรงนี้ก็น่าห่วง

เมื่อสังเกตความสนใจของเขาในวัยเด็กจนโต ค้นพบความสามารถพิเศษ หรืออีกนัยเรียกว่า “เริ่มเห็นแวว” เช่น เขาชอบขีดเขียน วาดภาพเป็นพิเศษ ชอบอ่านหนังสือ ค้นคว้าทดลองวิทยาศาสตร์ ก็ควรให้ความสำคัญในส่วนที่เขาชอบมากที่สุด มิใช่เหมารวมสนับสนุนซะทุกอย่าง

แม้ว่าเขาเติบโตต้องเจอะเจอทางเลือกอีกมากมาย ต้องเปิดโอกาสให้เขาค้นหาตามความรักและสนใจ

เหนืออื่นใด ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่พ่อและแม่ต้องสนับสนุน เป็นตัวอย่างให้กับลูกๆ ได้สัมผัสและจดจำ นั่นคือ “สอนให้เขาเป็นคนดี” ตรงนี้ต่างหากสำคัญที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท