
ชอบที่ไหน...ชอบที่มีเธอ
“เมื่อมีคำถาม ...ถามให้เราตอบว่าชอบผู้เขาหรือทะเล...” บทเพลงของ ศุ บุญเลี้ยง ดังขึ้นในความรู้สึกอีกครั้ง
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
“เมื่อมีคำถาม ...ถามให้เราตอบว่าชอบผู้เขาหรือทะเล...”
บทเพลงของ ศุ บุญเลี้ยง ดังขึ้นในความรู้สึกอีกครั้ง เป็นช่วงปลายเดือน ธ.ค.ของปีที่แล้ว ลมหนาวที่กำลังพัดมาแผ่วๆ พอให้ได้รับรู้ว่าหน้าหนาวมาเยือนแล้ว
ผมไม่ค่อยเตรียมการอะไรล่วงหน้ามากนักสำหรับการพักผ่อนท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเทศกาลต่างๆ จริงๆ แล้วในหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงปีใหม่ผมมักนอนอยู่บ้าน หรือขับรถไปโน่นมานี่ในกรุงเทพฯ ที่การจราจรเบาบางน่าชื่นใจ เป็นกรุงเทพฯที่น่าขับรถเล่นสุดๆ
เช้าของวันนั้นผมไลน์ไปหาแฟนว่า ไปเที่ยวภาคเหนือกันมั้ย เธอตอบตกลงทันที ผมบอกว่าจะไปรับช่วงบ่ายๆ
บ่ายสองโมง เราขับรถเคลื่อนออกจากกรุงเทพฯ เป็นวันก่อนวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ แต่ทว่าประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้าน และท่องเที่ยวต่างจังหวัดกันแล้ว ข่าวสภาพการจราจรที่หนาแน่นมาเต็มฟีดข่าวในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก
ผมตัดสินใจขึ้นทางด่วนไปออกทางแจ้งวัฒนะไปลงทางปทุมธานี ด้านนี้ถนนโล่งมากๆ กระทั่งพบความจริงที่ถนนสายเอเชีย ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา
การจราจรเริ่มหนาแน่นและติดขัดเป็นระยะๆ โชคดีที่พวกเราไม่เร่งรีบ ที่ไม่เร่งรีบเพราะยังไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะไปที่ใด
ระหว่างทางเราก็ไม่ได้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวกันเลย นอกจากค้นหาเพลงฟังในยูทูบ ตัดสลับกับการคุยเรื่องรถติดเป็นระยะๆ
การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ได้กำหนดไว้ มันดีเหมือนกันนะครับ ไม่มีเงื่อนไขด้านเวลามาเป็นตัวกำหนดใดๆ
ประมาณหนึ่งทุ่ม พวกเราเดินทางถึงตัว จังหวัดตาก เส้นทางนี้รถเริ่มบางตาแล้วครับ ขับขี่ได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่เร็วนัก ส่วนหนึ่งเพราะไม่ค่อยชินเส้นทาง ภายนอกตัวรถเริ่มมืด ผมเปิดกระจกเอามือสอดยื่นมาสัมผัสลมภายนอกเป็นระยะๆ เพื่อเช็กดูว่าข้างนอกอากาศหนาวแบบที่อยากสัมผัส
ปรากฏว่า อากาศคุ้นๆ ร้อนแบบกรุงเทพฯ ชัดๆ 555 ผมจอดรถแวะกินข้าวที่ จ.ตาก ริมแม่น้ำใจกลางเมือง บรรยากาศดี อาหารอร่อย ระหว่างทานข้าวเป็นโอกาสในการวางแผนว่าจะหยุดพักที่นี่คืนนี้ หรือว่าเดินทางต่อไปดี
จุดเปลี่ยนของการเดินทางอยู่ที่พนักงานเสิร์ฟอาหาร ผมถามเขาว่าแถวนี้มีที่พักริมแม่น้ำมั้ย พนักงานบอกว่ามี แต่สร้างมานานมากแล้ว นั่นเป็นคำตอบและข้อเสนอแนะในประโยคเดียวกันให้เราเดินทางต่อไป
ผมขับรถฝ่าความมืดไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน แม้จะเป็นถนนหลวง 4 เลน แต่ก็มืดจนเกิดความเครียดในการใช้สายตาจ้องมองเส้นถนน
เกือบสามทุ่มผมเดินทางมาถึง อ.เถิน จ.ลำปาง กำลังตัดสินใจว่า อาจจะนอนพักที่เถินแล้วค่อยคิดว่าจะไปไหนต่อในรุ่งเช้า
แต่อยู่ๆ ก็หันไปเห็นป้ายทางไป อ.ลี้ แวะถามเด็กปั๊มว่าไป อ.ลี้ไกลมั้ย เพราะเส้นทางไม่ถึง 50 กม. เด็กปั๊มสำเนียงคนพื้นที่บอกว่าไม่ไกล “เลี้ยวซ้ายไปเลยพี่ ผมไปประจำ”
ปรากฏว่าตลอดเส้นทางจากเถินไปลี้เป็นภูเขาเกือบทั้งหมด ผ่านทางโค้งหลายร้อยโค้ง เป็นการเดินทางที่ลุ้นระทึกจนต้องปิดวิทยุ ใช้สมาธิในการขับรถ
แทบไม่มีรถสวนทางมาเลย นอกจากรถสิบล้อที่เปิดไฟสูงทะลุโค้งมาแต่ไกล เป็นการเดินทางที่ใจเต้นตลอดเวลา มองไม่เห็นว่าสองข้างทางเป็นอะไรนอกจากป่ามืดๆ
ผมยังเปิดกระจก เอามือออกมาสัมผัสอากาศภายนอกรถ อากาศแบบนี้แหละครับที่รอคอย อากาศเย็นสบาย ได้บรรยากาศการเดินทางมาเที่ยวภาคเหนือแล้ว ในที่สุดก็เดินทางมาจนถึง อ.ลี้อย่างตื่นเต้น เป็นการขับรถขึ้นเขาไกลๆ ครั้งแรกของผม และเป็นการขับรถฝ่าความมืดในเส้นทางที่ไม่เคยขับมาก่อน นึกถึงแล้วความดันขึ้นเลย 555
พวกเราได้ที่พักเป็นห้องสุดท้ายที่ว่างอยู่พอดีในเวลาเกือบห้าทุ่ม ผมเพิ่งทราบว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาพักที่ อ.ลี้ เพื่อรอขึ้นดอยอินทนนท์ในตอนเช้า
ผมกับแฟนตื่นนอนมาใส่บาตรตอนเช้า เป็นอากาศที่รอคอยมาสัมผัส สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินทางมาถึง อ.ลี้แล้ว เส้นทางจึงมีไม่มากนักให้เลือกเดินทางต่อ ผมกับแฟนตัดสินใจว่าจะใช้การขับรถตรงยาวขึ้นไป จุดหมายปลายทางคือ จ.แม่ฮ่องสอน
ผมกับแฟนเคยเดินทางมา จ.แม่ฮ่องสอนเมื่อเกือบสิบปีก่อนหน้านั้น ตอนนั้นเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ยังไม่ค่อยมีเงิน และไม่มีเวลา ตลอดจนยังไม่มีรถ เราใช้วิธีการเดินทางโดยรถทัวร์ไปลงที่ จ.แม่ฮ่องสอน แล้วเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวในพื้นที่
การขับรถท่องเที่ยวเอง ได้สัมผัสกับแหล่งเที่ยวสองข้างทางที่เราไม่สามารถแวะเที่ยวได้ถ้านั่งรถทัวร์หรือเครื่องบิน ผมแวะทะเลสาบดอยเต่า (ซึ่งแห้งไม่มีน้ำเลย แต่มองเห็นทุ่งหญ้าเขียวสุดลูกหูลูกตา) อุทยานแห่งชาติออบหลวง สวนสนแก้ววนาราม กระทั่งมาถึง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
ระหว่างการเดินทางในช่วงนั้น ผมจะอ่านป้ายว่าจุดไหนมีสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง ก็จะแวะเข้าไป ไม่น่าเชื่อว่าบางพื้นที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เพราะส่วนหนึ่งอาจจะเดินทางไปท่องเที่ยวในตัว จ.แม่ฮ่องสอน หรือ อ.ปาย มากกว่า เป็นความสุขอย่างหนึ่งในการท่องเที่ยวที่คนไม่พลุกพล่าน
ในทริปนี้ผมนอนพักและแวะเที่ยวที่ อ.ลี้ อ.แม่สะเรียง เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และตัว จ.เชียงใหม่ เป็นทริปที่รู้สึกได้พักผ่อน ผ่อนคลายจากงานที่แบกรับมาตลอดทั้งปี
การขับรถท่องเที่ยวโดยไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องจองที่พักล่วงหน้า ไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมากมาย ทำให้ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางได้เสมอ ไม่มีความคาดหวังหรือความผิดหวัง
ไม่เชื่อปลายปีนี้ลองดูสิครับ และถ้าถามผมว่า ชอบไปเที่ยวทะเลหรือภูเขา
ผมก็คงตอบได้แค่ว่า ชอบ...ที่มีเธอ (ไปด้วยกัน)







