
เป็นคำถามธรรมดา!! ว่า‘สวดมนต์แล้วได้อะไร’ (ตอน ๒)
ปุจฉา : เด็กๆ หรืออาจจะมีผู้ใหญ่หลายท่านยังมีข้อสงสัยว่า สวดมนต์แล้วได้อะไร ซึ่งพิจารณาดูเป็นคำถามที่ไม่น่าจะถามสำหรับชาวพุทธ แต่สังคมปัจจุบันเป็นอย่างนี้จริงๆ ซึ่งผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ควรจะหาคำตอบที่ง่ายๆ เข้าใจได้ถึงประโยชน์ของการสวดมนต์ มาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้ผู้ถามได้เข้าใจในประโยชน์แห่งการสวดมนต์ จึงใคร่ขอพระอาจารย์ช่วยกรุณาแนะแนวการตอบในเรื่องดังกล่าวให้ด้วย...
ปุจฉา : เด็กๆ หรืออาจจะมีผู้ใหญ่หลายท่านยังมีข้อสงสัยว่า สวดมนต์แล้วได้อะไร ซึ่งพิจารณาดูเป็นคำถามที่ไม่น่าจะถามสำหรับชาวพุทธ แต่สังคมปัจจุบันเป็นอย่างนี้จริงๆ ซึ่งผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ควรจะหาคำตอบที่ง่ายๆ เข้าใจได้ถึงประโยชน์ของการสวดมนต์ มาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้ผู้ถามได้เข้าใจในประโยชน์แห่งการสวดมนต์ จึงใคร่ขอพระอาจารย์ช่วยกรุณาแนะแนวการตอบในเรื่องดังกล่าวให้ด้วย...
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
วิสัชนา : ที่สำคัญหนุ่มสาวหรือคนรุ่นใหม่ได้ปรากฏกายเข้ามาร่วมงานกันมากขึ้น มีการตั้งชื่อกลุ่มว่า “ดรุณธรรม” ซึ่งคงเป็นความหมายธรรมสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อการเปิดประตูแห่งชีวิตสู่มิติแห่งความสร้างสรรค์ รับแสงธรรมแสงทองให้กับตน โดยมุ่งสู่ถนนแห่งธรรมในวิถีพุทธ เพื่อยกระดับจิต พัฒนาความคิดให้ทันสมัย เรียนรู้เข้าใจให้ทันโลก เพื่อไม่ถูกโลกยุคไร้พรมแดนกดทับจนเสียสภาพสัตว์ประเสริฐ ที่เตลิดไปเผาบ้านทำลายเมือง สร้างความฉิบหายให้กับประเทศชาติของตน อย่างเสียสติ ขาดความรู้ชอบ และไร้ความสำนึกของคนดี
ผู้มั่นคงอยู่ในศีลธรรมจึงน้อมกายโน้มใจเข้ารับแสงธรรมสู่ชีวิต เพื่อพัฒนาความคิดให้ทันสมัย พัฒนาใจให้สะอาด และพัฒนาการกระทำให้มีประโยชน์ สู่ผลสัมฤทธิ์ คือ ความดีที่ไม่เป็นโทษ ทั้งต่อตนเองและสังคม ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งชีวิต ตามหลักธรรม ๖ ประการ ที่พระพุทธศาสนาสร้างสรรค์ไว้เพื่อเด็กๆ และเยาวชน ซึ่งจะต้องมีหลักปฏิบัติตนให้ทรงธรรมดังนี้
๑.อโรคยะ... รู้จักพัฒนากายจิต ให้มีสุขภาพที่ดี กายปราศจากโรค จิตปราศจากทุกข์ภัย... ด้วยธรรมปฏิบัติ หรือการประพฤติตามศีลธรรม
๒.ศีล... รู้คุณค่าของการไม่ล่วงละเมิดศีลหรือข้อห้าม อันเป็นคุรุธรรมของโลก ด้วยเห็นโทษภัยที่จะเกิดขึ้น หากล่วงละเมิดทั้งต่อตนเองและสังคม... และเห็นคุณค่าต่อประโยชน์ที่เกิดจากการตั้งตนประพฤติตัวอยู่ในกรอบแห่งศีลนั้นๆ...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







