
ไขความลับโรคร้ายด้วยการตรวจหลอดเลือด
กระแสรักสุขภาพกำลังมาโดยเฉพาะในสังคมเมือง หลากหลายกลยุทธ์ถูกงัดเอามาใช้ตามความถนัดของแต่ละคน ทั้งเทรนด์นักวิ่ง นักปั่น เทรนด์การเข้าฟิตเนส
กระแสรักสุขภาพกำลังมาโดยเฉพาะในสังคมเมือง หลากหลายกลยุทธ์ถูกงัดเอามาใช้ตามความถนัดของแต่ละคน ทั้งเทรนด์นักวิ่ง นักปั่น เทรนด์การเข้าฟิตเนส ทั้งคาร์ดิโอ โยคะ เทรนด์การกินแบบคลีน การกินแบบนับแคลลอรี่ ทั้งหมดทำเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องสุขภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่มันเพียงพอแบบที่คุณคิดหรือเปล่า
ภาพที่น้ำหนักลดลงจนต้องแชร์ไปใน social media ไซส์เอวลดลงจนขุดชุดเก่งมาใส่ได้ วงแขนกระชับฟิต แอน เฟิร์ม เดินได้ไกลขึ้นไม่เหนื่อยง่าย รู้สึกสดชื่นจากอะดรีนาลีน ทั้งหมดเป็นแค่การแสดงผลด้านดีจากการดูแลสุขภาพ แต่ที่จริงแล้วภายในร่างกายของคุณอาจมีระเบิดเวลาซ่อนอยู่ หลายคนเริ่มสงสัยหรือมีคำถามแล้วที่อดทนหรือลงมือทำมันไม่เกิดผลดีเลยหรือ ในเรื่องการดูแลร่างกาย คำตอบคือเรื่องที่ทำนั้นดีมาก โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการใช้ชีวิต การลดความเสี่ยงจากโรคร้าย และ ภัยเงียบต่างๆ เพียงแต่ว่าคุณรู้ตัวเองไหมล่ะ ว่าภายในร่างกายของคุณมีอะไรผิดปกติ...
เพราะกายภาพภายนอกอาจแสดงผลช้าเกินไป เพราะความประมาทว่าดูแลตัวเองดีพอ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนละเลยเรื่องสำคัญอีก 1 เรื่อง ที่สำคัญไม่แพ้การดูแลตัวเอง เป็นเรื่องที่คุณไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน แค่ทำเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะรู้ว่าในร่างกายคุณแบกระเบิดเวลาเอาไว้กี่ลูก หรือ ไม่มีระเบิดเวลาซ่อนอยู่ หรือถึงคุณตรวจเป็นประจำทุกปีแต่เป็นโปรแกรมตรวจแบบผิวเผินแค่วัดชีพจร ความดัน หรือวัดปรอท ซึ่งไม่ได้เจาะลึกจนถึงระดับหลอดเลือด ผลการตรวจก็อาจออกมาว่าสุขภาพคุณไม่มีปัญหาอะไรจนระเบิดเวลาเริ่มทำงาน และกว่าจะรู้อีกทีก็อาจจะสายหรือถึงไม่สายก็อาจต้องหมดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวอย่างมากมาย
แล้วการตรวจแบบไหนที่จะแสดงผลการตรวจที่ดีกับผู้ตรวจ เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการตรวจมากมาย จนเลือกไม่ถูก แต่จริงๆ แล้วมีการตรวจที่เจาะลึกโดยเฉพาะเรื่องสมองกับหัวใจซึ่งเป็น 2 อวัยวะสำคัญ โดยการตรวจนี้เรียกว่าการตรวจหลอดเลือดทั่วร่างกาย (Total Body Vascular Screening) ซึ่งเป็นการตรวจโดยการประเมินสภาพหลอดเลือดแดงของเรา ทั้งในสมอง คอ ช่องอก ช่องท้อง ลงไปถึงช่วงขาและข้อเท้า แล้วทำไมต้องตรวจหลอดเลือด ก็เพื่อหาความผิดปกติของร่างกายผ่านหลอดเลือดแดงที่วิ่งไปตามตำแหน่งที่ระบุ ซึ่งจะช่วยค้นหาโรคต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ ทั้งโรคทางระบบสมองอย่าง Stroke ตรวจหาว่าหลอดเลือดแดงในช่องอก หรือช่องท้อง มีการโป่งพองหรือไม่ รวมไปถึงหลอดเลือดที่ขาถ้าหากมีความผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน หรือผู้มีภาวะไขมันและความดันสูง
ซึ่งเทคโนโลยีในการตรวจหลอดเลือดทั่วร่างกาย (Total Body Vascular Screening) มีหลากหลายแบบ ทางโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพได้แนะนำไว้ 4 แบบ
1. การตรวจ ABI เพื่อดูสภาพเส้นเลือดที่ขา เพื่อเช็คดูว่ามีภาวะหลอดเลือดแข็งตัว หรือมีไขมันเกาะแทรกในหลอดเลือดจนทำให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ
2. ชุดตรวจ Carotid เพื่อดูเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอที่ไปเลี้ยงสมอง เป็นการตรวจหลอดเลือดแดงที่คอ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง สร้างภาพและแสดงผลการตรวจ เพื่อวัดความหนาของผนังหลอดเลือด CCA (Intima Media Thickness), ตรวจหาคราบหินปูน (Calcified Plaque) เพราะเมื่อมีการหนาตัวของผนังหลอดเลือดคอ หรือมีคราบหินปูนเกาะจนหลอดเลือดคอตีบแคบ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอัมพาตตามมาได้
3. ชุดตรวจ Aneurysm Screening เพื่อดูเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองบริเวณหน้าอกและช่องท้อง ตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ส่วนต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดการขยายโป่งพอง บริเวณช่องท้องเป็นบริเวณที่พบหลอดเลือดแดงโป่งพองบ่อยที่สุด และอาจเสี่ยงที่หลอดเลือดแดงจะแตกซึ่งเป็นภาวะอันตรายเป็นอย่างมาก
4. ชุดตรวจ M.R.A Brain เพื่อดูสภาพเส้นเลือดสมอง เนื่องจาก โรคหลอดเลือดสมองโป่ง เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาที่สำคัญ ส่วนมากพบในคนอายุ 40-60 ปี และเกิดในเพศหญิงพบมากกว่าเพศชายเล็กน้อย การตรวจเพื่อให้ละเอียดจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะลดความสูญเสียได้
เพราะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าตรวจร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และทีมแพทย์ที่พร้อมสรรพ ทั้งความชำนาญและสหสาขาวิชา ก็จะช่วยให้คุณมีความสุขในการใช้ชีวิตและอยู่กับคนที่คุณรักไปอีกนาน...







