
เข็ดแล้วความวุ่นวายในความมืด
เคยลองคิดเล่นๆ ดูหรือไม่ว่า ในบรรดาหนังสงครามต่อสู้เพื่อแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันนั้น ส่วนใหญ่แล้วพล็อตเรื่อง
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
เคยลองคิดเล่นๆ ดูหรือไม่ว่า ในบรรดาหนังสงครามต่อสู้เพื่อแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันนั้น ส่วนใหญ่แล้วพล็อตเรื่องของหนังมักจะเป็นสงครามหรือการต่อสู้แย่งชิงกันอยู่ไม่กี่อย่าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นสงครามสมัยเก่าหน่อย ก็มักจะแย่งชิงอำนาจในการครอบครองแผ่นดิน ครอบครองทรัพย์สมบัติ หรือต่อสู้เพื่อแย่งชิงหญิงงามกัน
ถ้าเป็นหนังสงครามแนวอนาคตหน่อย ก็จะมีเป้าหมายของการแย่งชิงที่แตกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแย่งทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ซึ่งมักจะมีการผูกโยงเรื่องราวว่า โลกเข้าสู่ยุคที่ทรัพยากรไม่เพียงพอ หรือมีการค้นพบแหล่งพลังงานมหาศาลที่จะครองโลกได้
จินตนาการเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่ามีหลายคนที่เชื่อว่า เมื่อมนุษย์โลกเราพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะกินมากขึ้น ใช้มากขึ้น จนมากกว่าทรัพยากรที่มีเหลืออยู่ และในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในอนาคตจะขับเคลื่อนไปด้วยพลังงาน ดังนั้น “ถ้าใครสามารถครอบครองทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน คนนั้นก็จะสามารถครองโลกได้”
แต่เดี๋ยวก่อนนะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า เรากำลังยุยงให้ต่อสู้ห้ำหั่นกันเพื่อหาวิธีครอบครองทรัพยากรธรรมชาติและครอบครองแหล่งพลังงานให้ได้ แต่ที่กำลังจะพยายามเน้นย้ำว่า “เราต้องคิดหาวิธีใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานให้ได้อย่างยั่งยืน” ซึ่งพลังงานที่ว่านั้น ก็ต้องยอมรับว่าพลังงานไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญมากที่สุด เพราะไฟฟ้าขับเคลื่อนแทบทุกอย่าง แม้แต่ยานพาหนะต่างๆ ที่เคยใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ก็มีแนวโน้มว่าจะถูกทดแทนด้วยไฟฟ้า
เราจึงมักได้ยินข่าวคราวบ่อยๆ ว่า วงการอุตสาหกรรมรถยนต์มีความพยายามสร้างสรรค์เซลล์เชื้อเพลิงใหม่ๆ เพื่อมาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าในรถยนต์ และนอกจากเรื่องยานยนต์แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างที่จะช่วยยืนยันว่าไฟฟ้าจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อชีวิตของมนุษย์ นั่นก็คือพัฒนาการของวงการแพทย์ ที่จะเห็นได้ว่าแพทย์สมัยใหม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการช่วยเหลือคนแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนอวัยวะเทียมต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่แทบทั้งสิ้น
ดังนั้น การคิดวางแผนเรื่องการสร้างระบบไฟฟ้าที่ยั่งยืน เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอและมีใช้ตลอดไป จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ที่เราต้องคิดต้องหาวิธีร่วมกัน ก็เพราะว่าไฟฟ้าของไทยมีโอกาสหมดไปได้ หากไม่คิดวางแผนและเตรียมการระยะยาว และปัจจัยที่ไฟฟ้าจะหมดไป ก็เพราะเราจะไม่มีเชื้อเพลิงเหลือในการผลิตไฟฟ้า
บางคนอาจนึกแย้งในใจว่าการผลิตไฟฟ้าอาจไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงก็ได้ ในเมื่อเรายังมีสายลมและแสงแดดที่มีให้ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด ซึ่งแนวคิดนี้ยังไม่สามารถทำได้จริง เพราะแหล่งพลังงานหมุนเวียนเหล่านั้น ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอ จึงยังไม่มีประเทศไหนบนโลกที่สามารถพึ่งพิงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ทั้ง 100% ดังนั้นจึงต้องคิดหาแหล่งเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพและมีต้นทุนไม่สูงจนเกินไป
จะเกิดอะไรขึ้นหากเรามีไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ คำตอบก็คงสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ว่า เมื่อเรามีไฟฟ้าไม่เพียงพอ ในระยะสั้นเราก็จะเกิดไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ที่เรียกว่า Electricity Brownout ส่วนในระยะยาวก็อาจถึงขั้นดับเป็นวงกว้างที่เรียกว่า Electricity Blackout ซึ่งหากเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นแล้ว จะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมพัฒนาไปข้างหน้า จนชีวิตเราผูกพันกับการใช้ไฟฟ้าในทุกมิติ
มีหลายประเทศบนโลกนี้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสร้างการพัฒนาทางสังคมได้ ด้วยการมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง แต่ในทางตรงกันข้าม ก็มีบางประเทศที่คิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีเยี่ยม แต่ยังไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะยังขาดระบบไฟฟ้าที่มั่นคงได้
เราลองพิจารณากรณีของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้จากการส่งออกพลังงานไฟฟ้าลำพังแค่ส่งออกมาไทยกับส่งไปจีน ก็สร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากแล้ว จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้คนที่อยู่เบื้องหลังการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ ที่ให้ลาวเป็นแบตเตอรี่ของเอเชีย (หรือแม้แต่จะเป็นแบตเตอรี่ของอาเซียนก็ตามที) และเราเชื่อว่าตราบเท่าที่ สปป.ลาว ยังสามารถผลิตไฟฟ้าส่งออกได้อีก ก็จะมีอีกหลายประเทศที่พร้อมจะซื้อหาอย่างไม่จำกัด
แต่ถึงแม้ว่า สปป.ลาว จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนาทางสาธารณูปโภคก็ยังมีข้อจำกัด อีกทั้งยังมีพี่น้องประชาชนชาวลาวอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือแม้แต่บางพื้นที่ซึ่งมีไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว แต่ก็ยังต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ในบางเวลา
ไฟฟ้าที่ติดๆ ดับๆ นี่แหละ ที่ยังคงเป็นปัญหากวนใจ ทำให้การพัฒนาของ สปป.ลาว ยังไปไม่ถึงที่สุด เรื่องมีไฟฟ้าไม่พอใช้ทั้งที่เป็นประเทศผู้ส่งออกไฟฟ้านี้ อาจจะฟังดูแปลกๆ สักหน่อย ว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อ สปป.ลาว มีศักยภาพส่งออกไฟฟ้าไปยังเพื่อนบ้าน ทำไมจึงยังคงมีปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ อยู่ สาเหตุของปัญหานี้ก็คือเรื่องข้อจำกัดของระบบส่ง ที่ไม่สามารถพัฒนาได้เท่าทันการเติบโตทางสังคม และการจะพัฒนาให้ทั่วถึงได้ ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและเงินลงทุนมหาศาล
ถ้าได้เดินทางไปเวียงจันทน์ล่าสุด ก็จะได้พบเห็นการพัฒนามากมาย ที่ยืนยันว่าเศรษฐกิจของ สปป.ลาว พัฒนารุดหน้าไปมาก จนมีบริษัทจีนมาสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าราคาแพงจากญี่ปุ่น เกาหลี มาวางจำหน่าย และยังมีสินค้าหลากหลายยี่ห้อจากเมืองไทยที่เข้าไปแบ่งปันโอกาสทางการตลาดใน สปป.ลาว เพราะว่าเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้น ทำให้คนลาวมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอย และมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลพวงจากการที่รัฐบาลมีรายได้จากการส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จนสามารถนำมาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ
แต่ถึงแม้จะมีการพัฒนาถนนหนทางควบคู่กับการขยายระบบไฟฟ้าและประปา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางพื้นที่ซึ่งไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง เพราะ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างขวาง แต่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางอย่างกระจัดกระจาย ทำให้การลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนมาก และยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ณ เวลานี้ ทำให้ชาวบ้านในบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลยังไม่มีไฟฟ้าใช้
ในขณะที่บางพื้นที่ก็ยังต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ในบางช่วงเวลา ซึ่งแม้ว่าชาวบ้านทั่วไปจะเคยชิน และยอมรับเงื่อนไข แต่สำหรับคนที่คิดจะดำเนินธุรกิจใน สปป.ลาว ก็ต้องคิดหนัก เพราะไฟฟ้าที่ไม่มั่นคงจะไปตั้งโรงงานหรือไปตั้งบริษัทอะไรก็คงต้องมีปัญหาเป็นแน่แท้
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ สปป.ลาว จะมีรายได้เพิ่มเติมจนสามารถนำมาพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มั่นคงยิ่งขึ้นได้ และนั่นจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีไฟฟ้าใช้ และคนที่อยู่ในเมืองไม่ต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ อีกต่อไป
นอกจาก สปป.ลาว แล้ว เราก็จะเห็นอีกหลายประเทศตัวอย่างที่มีข้อจำกัดในการพัฒนาด้านอื่นๆ อันเป็นผลพวงมาจากการมีไฟฟ้าไม่เพียงพอ หรือมีระบบส่งที่ยังไม่ทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา กัมพูชา ซึ่งยังคงมีปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ในบางพื้นที่ จึงทำให้ร้านค้าหรืออาคารสำนักงานใหญ่ๆ ยังคงจำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองอยู่ เพราะถ้าเกิดไฟฟ้าดับขึ้นมาในยุคนี้มันเสียหายมากกว่าเมื่อก่อนมากอย่างแน่นอน
ประเทศไทยเราแม้จะไม่ได้เผชิญปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ เหมือนเพื่อนบ้าน แต่เราก็ยังมีความเสี่ยงว่าจะผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ และมีความเสี่ยงว่าเราจะไม่มีเชื้อเพลิงที่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ซึ่งเราก็ภาวนาให้รัฐบาลสามารถจัดการได้อย่างลงตัวและยั่งยืน ก่อนที่เราจะไปถึงยุคที่เราต้องต่อสู้แย่งชิงพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้าน







