
อยู่ลำบากขึ้นทุกวัน
ปากท้องของประชาชนว่าเป็นเรื่องสำคัญแล้ว แต่ยังไม่เท่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งทุกวันนี้ดูเหมือนว่า
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
ปากท้องของประชาชนว่าเป็นเรื่องสำคัญแล้ว แต่ยังไม่เท่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีน้อยลงเรื่อยๆ ไม่นับรวมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่วันนี้พี่น้องประชาชนยังต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว
ช่วงไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เกิดเหตุอุกอาจและสะเทือนขวัญหลายครั้ง เช่น เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มวัยรุ่นอายุ15-19 ปี จำนวน 10 คน ขับขี่จักรยานยนต์ออกตระเวนชิงทรัพย์ในหลายพื้นที่ จนกระทั่งมาเจอเหยื่อเคราะห์ร้ายกำลังนั่งเล่นไอแพด บริเวณบันไดหน้าอาคารชินวัตร 2 ถนนพหลโยธิน ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน
คนร้ายได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์แบบเย้ยกฎหมาย ใช้กำลังรุมทำร้ายก่อนที่หนึ่งในกลุ่มคนร้ายจะใช้มีดแทงเหยื่อจนเสียชีวิต แลกกับการที่คนร้ายนำไอแพดไปขายได้เงินมาแค่ 3,200 บาท เพื่อนำไปเที่ยวเตร่
ค่ำวันเดียวกัน ภายในซอยศรีนครินทร์ 11 ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวได้โทรเรียกพ่อให้ออกมารับที่ปากซอยเพื่อเดินกลับเข้าบ้าน ซึ่งในซอยมีแสงสว่างตลอดทาง แต่ก็มีเหตุถูกวิ่งราวทรัพย์เกิดขึ้นบ่อยๆ
ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินเข้าซอยวัดระยะทางจากถนนศรีนครินทร์ซึ่งเป็นถนนใหญ่เข้ามาถึงจุดเกิดเหตุไม่ถึง 100 เมตร คนร้าย 2 คนได้ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะขี่รถมาประชิดตัว จากนั้นก็ใช้ของแข็งฟาดที่หัวเหยื่อผู้เป็นพ่ออย่างแรงจนร่างทรุดลงไปฟุบอยู่กับพื้น
จากนั้นก็ตรงเข้ากระชากกระเป๋าสะพายของลูกสาว เกิดการยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ ก่อนคนร้ายจะใช้มีดขนาดใหญ่คาดว่าเป็นมีดสปาร์ตาฟันเข้าที่แขนของเหยื่อเป็นแผลฉกรรจ์เส้นเอ็นขาด
ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในจุดที่เป็นเส้นทางที่มีผู้คนสัญจรไปมาตามปกติ ไม่ใช่จุดเปลี่ยวแต่อย่างใด
จากตัวอย่างที่ยกมาจะเห็นได้ชัดว่า ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ถึงแม้จะมีการระมัดระวังตัวอย่างดีแล้วก็ตาม
ใครที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร หากสังเกตจะเห็นว่ารถตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่มีการนำตาข่ายมาขึงด้านข้างฝั่งผู้โดยสารเพื่อป้องกันคนร้ายที่ขับขี่จักรยานยนต์มาประกบข้างเพื่อกระชากกระเป๋าผู้โดยสาร ซึ่งเป็นความพยายามของผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กที่ต้องการจะคุ้มครองผู้โดยสารของตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งตำรวจ
จะเห็นได้ว่าตัวอย่างที่ยกมานั้นไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้เสียหายแต่เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายของอาชญากร ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะต้องปรับแผนเพื่อป้องกันเหตุให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผบ.ตร.จะต้องทำมากกว่าการจัดหาที่จอดรถให้กับประชาชนที่ไปติดต่อสถานีตำรวจ การจับกุมคนร้ายเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่สิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนคือการปรับมาตรการในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน
ทุกวันนี้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาข้าวยากหมากแพงอยู่แล้ว การทำมาหากินก็ยากลำบากมากพออยู่แล้ว หากยังปล่อยให้อาชญากรรมเบ่งบานแบบนี้ ไม่ใช่แค่ประชาชนจะอยู่ยาก ผบ.ตร.เองก็จะอยู่ลำบาก และรัฐบาลก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน







