posttoday
ใจกลางความเศร้า โรงไฟฟ้าไทยกับอนาคตชาวมะริด

ใจกลางความเศร้า โรงไฟฟ้าไทยกับอนาคตชาวมะริด

03 ธันวาคม 2558

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

แม้ล่วงเลยมาร่วม 3 เดือนเศษแล้ว แต่ภาพจำยังคงเด่นชัด สะกดความรู้สึกราวกับมีมนต์ขลัง

กับข้าว 3-4 อย่าง รสชาติไม่คุ้นชิน พร้อมสรรพด้วยน้ำส้มหวานปะแล่ม ล้อมวงกันบนบ้านไม้ใต้ถุนสูง ท่ามกลางฝนโปรยในช่วงบ่ายแก่ค่อนไปทางเย็น

รอยยิ้มแตะแต้มทานาคามีเพียงพอสำหรับผู้มาเยือนอย่างไม่มีตกหล่น ขนาดของหัวใจชาวบ้านหมู่บ้านมาว ชอว์ง เมืองมะริด ประเทศเมียนมา กว้างใหญ่เฉกเช่นแม่น้ำตะนาวศรีที่ปรากฏเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง

เป็นเวลาหลายอึดใจทีเดียวกว่าคณะสื่อมวลชนโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารสุขภาวะชุมชนข้ามพรมแดนจะเดินเท้าฝ่าปลักโคลนมาถึงหมู่บ้าน คะเนหยาบๆ ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

ที่แห่งนี้สะพรั่งด้วยท้องนาเขียวสด สุดทางเดินตัดขวางด้วยแม่น้ำใหญ่ไหลเอื่อย เทือกเขาเรียงรายประดับประดา ตลอดเส้นทางงดงามเสมือนหนึ่งภาพฝัน

แต่แล้วจินตนาการก็พังครืน เมื่อใครบางคนพูดขึ้นว่า “โรงไฟฟ้าขนาด 2,640 เมกะวัตต์ กำลังจะเกิดขึ้น”

โรงไฟฟ้ามะริดจะตั้งทับลงกลางชุมชนบนเนื้อที่ขนาด 3,000 เอเคอร์ ประเมินกันว่าชาวบ้านผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่และไม่เคยพึ่งพิงไฟฟ้าเพื่อการดำรงอยู่ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชีวิต จะต้องระหกระเหิน

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่เป็นประสงค์โดยแท้ของกลุ่มทุนสัญชาติไทย

“ถ้าไม่มีไฟฟ้าเราอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีที่ดิน ไม่มีที่นา ไม่มีปลา พวกเราอยู่กันไม่ได้” นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องแบกรับ

“…ถ้าโรงไฟฟ้าถ่านหินดีจริง ทำไมไม่สร้างที่ประเทศไทย ทำไมไม่สร้างที่จังหวัดประจวบฯ ทำไมต้องมาสร้างในบ้านเรา” ใครอีกคนตั้งคำถาม ...ท่วงทำนองใสซื่อขัดแย้งกับแววตาอันแข็งกร้าว

เป็นสายตาของนักต่อสู้ที่เผชิญชะตากรรมอันเชี่ยวกราก แม้ไม่อาจแข็งขืนแต่ก็มิอาจสยบยอมได้เช่นกัน

หญิงชาวบ้านในวงสนทนาแสดงความกังวลตรงไปตรงมา ...ผู้มาเยือนได้แต่รับฟัง แม้แต่จะกลืนก้อนแห่งความขมขื่นลงในลำคอยังเป็นเรื่องยาก

“ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าจริง ถามว่าพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน แล้วพวกเราจะทำอะไรกิน ทุกวันนี้มีรายได้จากการทำนา ทำไร่ จับปลา แต่ถ้าโรงไฟฟ้ามาทุกอย่างคงล่มสลาย” เธอแสดงกล่าวอย่างมีอารมณ์

อูอ่องโพ หนึ่งในสมาชิกหมู่บ้านมาว ชอว์ง เปลือยความรู้สึกว่า รู้สึกกังวลกับโครงการที่จะเกิดขึ้น เพราะนอกจากไม่มีประโยชน์กับคนในชุมชนแล้ว ยังสร้างผลกระทบทั้งเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ที่ทำกิน

เขาประกาศกับผู้มาเยือนว่า ชาวบ้านจะขอร่วมกันต่อสู้จนถึงวาระสุดท้าย

โรงไฟฟ้าขนาด 2,640 เมกะวัตต์ แห่งนี้อยู่ในแผนการดำเนินการของบริษัท ราชบุรี โฮลดิ้ง โดยจะใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2563

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์อีเลฟเว่น สื่อยักษ์ใหญ่ของเมียนมา ระบุว่า โรงไฟฟ้ามะริดเป็นการลงทุนของประเทศไทยใช้เงินลงทุนทั้งหมด 5,400 ล้านดอลลาร์ มีเครือโรงไฟฟ้าราชบุรี และบลูเอเนอร์ยี เป็นหลักของฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายเมียนมามีกระทรวงพลังงาน บริษัท ปยินแต้ และบริษัท จ่อ จ่อ พิว

อองนายอู นักเคลื่อนไหวกลุ่มนักศึกษารุ่น 88 บอกว่า เมืองมะริดทั้งเมืองใช้ไฟฟ้ารวมกันไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ แต่กลับต้องมาผลิตไฟฟ้าถึง 2,640 เมกะวัตต์ ให้ประเทศไทย มากไปกว่านั้นก็คือภาคตะนาวศรีเป็นภาคที่ค่าไฟแพงที่สุด คือหน่วยละ 300-1,000 จ๊าด หรือประมาณ 10-35 บาท ขณะที่เมืองย่างกุ้งใช้ไฟเพียงหน่วยละ 30-40 จ๊าด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

“ในขณะที่คนไทยใช้ไฟฟ้าจากเมืองมะริด ชาวบ้านของเรากำลังเดือดร้อนแสนสาหัส” นักเคลื่อนไหวรายนี้ระบุ

สอดคล้องกับ ซอเมียวอู สื่อสารมวลชน ที่ให้ข้อมูลว่า แม้ว่าชาวบ้านในเมืองมะริด เกาะสอง หรือแม้แต่ทวายจะไม่ต้องการและพยายามคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่บริษัทสัญชาติไทยก็ยังคงเดินหน้าเสนอโครงการมาโดยตลอด

“นโยบายการลงทุนในเมียนมาเกี่ยวข้องกับอิทธิพลจากรัฐบาลไทยด้วย” ซอเมียวอู บอกกับเรา

เมืองมะริด หรือหมู่เกาะมะริด ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศเมียนมา บนทะเลอันดามัน ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 800 เกาะ มีน้ำที่ใส หาดทรายที่ขาว ซึ่งรัฐบาลกำลังผลักดันให้กลายเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวชั้นนำ

“หมู่เกาะมะริดมีศักยภาพสูงที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพราะเกาะส่วนใหญ่ยังมีความสมบูรณ์ เงียบสงบและยังมีแนวปะการัง” จายจ่อโอน รมว.ท่องเที่ยวและโรงแรม ระบุ

เขาหวังว่า คุณลักษณะเหล่านั้นจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศเข้ามาเที่ยว

ช่างย้อนแย้งและน่าขบขันสิ้นดี!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท