posttoday
ซองจุนยุน เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย

ซองจุนยุน เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย

03 ธันวาคม 2558

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร-วิภาคย์ พูนพันธุ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร-วิภาคย์ พูนพันธุ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ใครมีโอกาสได้ไปตัดผมที่ร้านเพรสทีจ แฮร์ หรือไปกินอาหารเกาหลี ชื่อว่า ซารางเฮ บาร์บีคิว & กริลล์ คงรู้ดีว่าทั้งร้านตัดผมและร้านอาหารนี้อยู่ภายใต้การดูแลของซีอีโอช่างตัดผมชาวเกาหลี วัย 37 ปี ซองจุนยุน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยมาได้ 10 ปีแล้ว

วันนี้ ผมมีโอกาสได้มาพูดคุยกับซีอีโอสุดหล่อ ซึ่งต้องขอบอกเลยว่า เขาเป็นคนเกาหลีที่พูดภาษาไทยได้เป๊ะ (เหมือนลุค) มากจริงๆ

“ผมเป็นช่างตัดผมที่เกาหลีใต้มาตั้งแต่อายุ 17 ปีครับ จากลูกมือของร้าน ก็เริ่มไปเรียนการตัดผมอย่างจริงจัง จากนั้นก็เป็นช่างตัดผมอย่างเต็มตัว แล้วก็ไปเป็นทหารอยู่สองปี พ้นจากการเป็นทหารก็กลับมาเป็นช่างตัดผม ซึ่งก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น ดารานักร้องเกาหลีก็มาตัดผมกับผมเยอะแยะมากมาย เช่น วงซูเปอร์จูเนียร์ ผมทำงานตัดผมมาเรื่อยๆ จนอายุ 26 ปี ก็ตัดสินใจมาทำงานที่เมืองไทย ด้วยความที่อยากเติบโตในที่ที่เราสามารถเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่”

เมื่อซองจุนยุนเดินทางมาประเทศไทย เขามีเงินติดตัวมาเพียงสี่หมื่นบาทเท่านั้น “ผมคิดแค่ว่า เอาเงินมาพอให้อยู่ได้ ที่เหลือ ต้องมุมานะทำงานเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด โดยผมทำงานที่ร้านทำผมแห่งหนึ่ง การอยู่การกินก็เรียบง่ายไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ที่สำคัญ ผมเริ่มต้นเรียนภาษาไทยด้วยตัวผมเอง จนค่อยๆ พูดและฟังภาษาไทยได้ สำหรับการปรับตัว ก็ต้องพยายามปรับให้ความเป็นคนเกาหลีที่เป๊ะเกินไปกับความเป็นคนไทยที่ยืดหยุ่นเกินไป ให้มาพบเจอกันตรงกลาง พอปรับได้ ก็ทำให้ผมใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ มากขึ้น”

ทำงานได้สักระยะ เขาเริ่มมองหาลู่ทางจะเปิดร้านทำผม หลังจากการทำงาน เขามักเดินตระเวนหาทำเล ซึ่งก็มาเจอที่ทองหล่อซอย 13 โชคดีที่เขาได้พบกับเพื่อนชาวเกาหลีคนหนึ่งที่มาทำงานในเมืองไทย และมีภรรยาเป็นคนไทย เพื่อนคนนี้ได้เห็นถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของซองจุนยุน เขาจึงเสนอเงินลงทุนให้ โดยจ่ายก่อน ผ่อนทีหลัง รวมทั้งติดต่อเรื่องเช่าร้านให้ ที่เหลือคือหน้าที่ที่ซองจุนยุนต้องทำให้ร้านประสบความสำเร็จ

“ช่วงแรกไม่ค่อยมีลูกค้า เพราะเราตั้งราคาไว้สูง แต่พอเราลดราคาลงเพื่อให้พนักงานออฟฟิศสามารถมาทำผมที่ร้านของเราได้ ทีนี้ลูกค้ามาเต็มเลย พอหมดโปรโมชั่น จากนั้นก็มีลูกค้ามาไม่ขาดสาย จนสามารถเปิดสาขาสองที่หลังสวน และสาขาสามที่เอกมัยได้ในท้ายที่สุด และก็สามารถเปิดร้านอาหารตามมา เพราะว่าโดยส่วนตัวเป็นคนชอบกิน เลยอยากให้คนไทยได้กินอาการเกาหลีในรสชาติที่ผมชอบกินด้วยครับ”

ด้วยความที่ซองจุนยุนเป็นพี่ชายคนโต ที่มีน้องสาวเป็นออทิสติก เมื่อเขาอยู่เมืองไทยครบ 10 ปี เขาจึงอยากคืนสิ่งดีๆ สู่สังคมไทย ด้วยการมอบโอกาสให้น้องๆ ที่เป็นออทิสติกมาตัดผมและกินอาหารเกาหลีฟรีที่ร้านของเขา ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้าน รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ก็จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับน้องๆ ที่เป็นออทิสติกนั่นเอง

“เวลาว่างหลังจากการทำงาน ผมชอบตีกอล์ฟที่เขาใหญ่ครับ บางทีก็ไปเที่ยวทะเลบ้าง และก็ชอบตระเวนกินอาหารไทยที่อร่อยๆ เพราะผมมีแฟนเป็นคนไทย ซึ่งกำลังจะแต่งงานกันในเดือน ธ.ค.นี้แล้วครับ (ยิ้ม)

โดยอาหารไทยที่ชอบ ผมชอบกินข้าวผัดกุ้ง กะเพราหมูสับ ราดหน้าทะเล ผมกินเผ็ดได้ครับ นอกจากนี้ผมยังชอบทำอาหารด้วย ทำแล้วไปแจกห้องข้างๆ ที่เป็นเพื่อนกัน”

ซองจุนยุน ทิ้งท้ายไว้ว่า ประเทศไทยให้อะไรหลายอย่างกับเขามากมาย แต่ให้พูดออกมาเป็นคำพูดคงไม่ได้ “เมืองไทยให้ทั้งงาน ทั้งเงิน และอะไรอีกหลายอย่าง หลังจากแต่งงาน ผมก็จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เลย และก็บินไปเยี่ยมครอบครัวที่เกาหลีบ้างตามวาระโอกาส”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท