
‘ยีนส์สยาม’ ที่คุณต้องครอบครอง
โดย...พงศ์ พริบไหว
โดย...พงศ์ พริบไหว
หลายปีก่อนเรียกได้ว่าไม่มีใครจะสนใจ หรือใส่ใจที่จะใส่ยีนส์ไทยกันเลย จะซื้อยีนส์ทีก็วิ่งไปหาของเมืองนอกแบรนด์ดังๆ ใส่ ซึ่งก็เป็นกันอย่างนั้นอยู่หลายปี จนยีนส์ผ้าดิบกับมาฮิตในอีกคำรบ ครั้งนี้มาแปลก นอกจากยีนส์แบรนด์ดังจากฝั่งยุโรปและเอเชีย แบรนด์ยีนส์ไทยได้เติบโตขึ้นมาเทียบเคียงแบรนด์เหล่านั้นได้อย่างงามสง่า บางแบรนด์ถึงกับเหนือชั้นกว่ามากทั้งในแง่ของวิธีการผลิตและงานออกแบบ ซึ่งวันนี้จะขอหยิบยกแบรนด์ยีนส์สยามที่ควรค่าแก่การครอบครอง แบรนด์ยีนส์ที่มีความพิเศษในอารมณ์ของฝีเข็มและใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม
‘Indigoskin’ ยีนส์เลือดสยาม
เริ่มจากการเป็นนักสะสมยีนส์ ชอบจนศึกษาลึกถึงรายละเอียดวิธีการผลิต หลังจากนั้น “Indigoskin” ก็เริ่มต้นขึ้นโดยมีหมุดหมายว่าต้องเป็นยีนส์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ลายกนกไทย จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ดึงเสน่ห์ความเป็นไทยออกมาสู้กับยีนส์นอกอย่างตรงไปตรงมา แต่เลือกที่จะใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและเนื้อผ้าที่ดีจากประเทศญี่ปุ่นและแฝงเอกลักษณ์ศิลปะลายไทย เป็นดีเทลซุกซ่อนอยู่ในตัวยีนส์ กลายเป็นแบรนด์ยีนส์ผ้าดิบที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจนว่านี่คือ “ยีนส์คุณภาพของคนไทย”
6 ปีผ่านไป “Indigoskin” กลายเป็นยีนส์ไทยที่มีชื่อเสียงข้ามประเทศ ถึงกับมีรุ่นลิมิเต็ดอย่าง “Momotaro x Indigoskin” ที่คนคอยจับจองถึงขั้นกางเต็นท์หน้าร้านเพื่อคอยจองคิวซื้อกางเกงของร้านในทุกปี เรียกได้ว่ามีเงินเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถที่จะมีรุ่นพิเศษของร้านใส่ ซึ่งในเวลานี้ทางร้านได้มีสินค้านอกจากกางเกงยีนส์ต่อยอดมาอีกหลายสิ่ง แต่สิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวจริงในเรื่องยีนส์คงหนีไม่พ้น กางเกงยีนส์ของร้าน “Indigoskin” มีทั้งแบบผู้หญิงผู้ชายราคาตั้งแต่ 5,000-15,000 บาท สามารถเข้าไปดูยีนส์ของร้านได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Indigoskin”
‘Selvedgework’
ยีนส์เพียงหนึ่งเดียว
หลังเรียนจบด้วยความชอบยีนส์ เจ้าของแบรนด์คิดและลงมือทำ กางเกงยีนส์คัสตอมขึ้นร้านแรกในเมืองไทย โดยความพิเศษของทางร้านคือลูกค้าสามารถใส่ดีเทลตามที่ตัวเองชื่นชอบใส่ลงไปในกางเกงได้ ซึ่งนั่นทำให้กางเกงยีนส์ของเซลเวดจ์เวิร์กเต็มไปด้วยรายละเอียดที่แตกต่างกัน และเรื่องราวพิเศษในทุกจุด อย่างการตัดเย็บที่คัดเลือกช่างที่มีฝีมือดีที่สุด ตัด 1 คน ต่อ 1 ตัว ยีนส์ทุกตัวจะมีวันที่ผลิตและซีเรียลนัมเบอร์ของผ้าแต่ละชนิด ขณะที่สามารถพิมพ์ชื่อของตัวเองลงไปได้ กลายเป็นยีนส์ตัวเดียวในโลก
ทุกขั้นตอนการผลิตไม่ว่าจะเป็นผ้าหรือวัตถุดิบต่างๆ ในทุกส่วน ทางร้านจะคัดสรรมาจากที่สุดของที่สุดที่มีอยู่บนโลกมาไว้ในร้าน ไม่ว่าจะผ้ายีนส์ริมสีต่างๆ หมุด กระดุม ด้าย เพื่อให้ลูกค้าได้กางเกงยีนส์ที่ดีที่สุด เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่า “Selvedgework” จะเป็นประสบการณ์ที่สามารถเลือกหยิบขึ้นมาใส่ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องคิดว่าจะใส่อะไรดี และที่สำคัญใส่ได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะเป็นยีนส์ที่ผลิตมาจากตัวเราเอง “Selvedgework” มีทั้งแบบผู้หญิงผู้ชาย ราคาเริ่มต้นที่ 6,000 บาท เวลานี้มีรุ่นลิมิเต็ด “The Golden Rivet” ราคาเริ่มต้นที่ 12,000 บาท เข้าไปดูยีนส์ของร้านได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Selvedgework”
Hold’em Denim
ความสนุกในยีนส์ไทย
หลังจากที่เฝ้าศึกษาและสะสมยีนส์แบรนด์ต่างๆ มาหลายปี จึงเกิดเป็น “Hold’em denim” เป็นแบรนด์ไทยที่ถูกตั้งขึ้นมาจากแรงบันดาลใจของคอนเซ็ปต์ยีนส์ในเกมไพ่ที่ชื่อว่า “Texas Hold’em” ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่ดูมีเสน่ห์อมตะ และเมื่อนำสองสิ่งมารวมกันจึงทำให้ยีนส์ของร้านแห่งนี้มีเสน่ห์ โดยใช้สัญลักษณ์บนหน้าไพ่เป็นตัวบอกทรงต่างๆ ของยีนส์ ทาง “Texas Hold’em” นำเข้าผ้ายีนส์จากญี่ปุ่นและวัสดุที่ใช้ในดีเทลจะพิเศษตรงออกแบบมาในรูป Casino Chips ดูสนุกและไม่มีใครเหมือน
หากมองดูเผินๆ อาจจะเหมือนยีนส์ธรรมดาทั่วไป แต่ยีนส์ผ้าดิบของทางร้านจะมีความชัดเจนและให้รายละเอียดในการเล่นกับศิลปะที่อยู่ในกาสิโนอย่างสนุก แฝงรายละเอียดไว้มากมาย อาทิ ตัวโจ๊กเกอร์ โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก ตามจุดต่างๆ ซึ่งแม้จะเป็นแบรนด์ไทยที่เพิ่งเปิดตัวใหม่หมาด แต่กลับมีลูกค้าทั้งในเมืองไทยและประเทศญี่ปุ่น โดย “Texas Hold’em” มีแต่แบบผู้ชาย ส่วนราคาของรุ่นขายดีอย่าง “Spade# Grey blue Selvage” จะอยู่ที่ 6,900 บาท เข้าไปดูยีนส์ของร้านได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Hold’em Denim”







