posttoday
Made in Prison จากเรือนจำสู่รันเวย์

Made in Prison จากเรือนจำสู่รันเวย์

01 ธันวาคม 2558

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง [email protected]

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง [email protected]

มีคนเคยบอกผมว่า ถ้าอยากรู้ว่าประเทศนั้นเป็นอย่างไร ให้ลองดูละครของเขา แล้วเราจะรู้

สหรัฐอเมริกาน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ละครสามารถสะท้อนสังคมได้ชัดเจนมาก ละครมีความหลากหลายสูง ซึ่งเป็นตัวแทนของความหลากหลายของคนในประเทศนี้ มันหลากหลายจริงๆ นะครับ มีตั้งแต่เรื่องดราม่าของคุณหมอในห้องผ่าตัด เรื่องของการสืบสวนคดีต่างๆ เรื่องชีวิตเพี้ยนๆ ของประธานาธิบดีสหรัฐ เรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวของคนมีครอบครัวเแล้ว เรื่องพวกพ่อค้ายา เรื่องซอมบี้ ชีวิตจากต่างดาว ฯลฯ และมีไปจนถึงชีวิตในคุก

อย่างหลังสุดนี่ สหรัฐน่าจะเป็นประเทศเดียวที่ผลิตละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับเรือนจำและผู้ต้องขังมากที่สุดในโลก นั่นก็อาจสะท้อนว่า สังคมนี้มีคนถูกติดคุกกันมากก็ว่าได้

และเรื่องในคุกหลายๆ เรื่องก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะอยู่ห่างจากชีวิตประจำวันของคนเรามาก

ตอนใหม่ของ Orange is Black ซีรี่ส์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือของ Piper Kerman (Orange Is The New Black : My Year in A Women’s Prison) มีฉากที่สาวๆ ในเรือนจำนั่งทำงานเย็บชุดชั้นใน ซึ่งชุดพวกนี้พวกเธอเย็บและส่งขาย เป็นรายได้หนึ่งของเหล่าบรรดานักโทษในเรือนจำ ทำให้นึกถึงข่าวหนึ่งซึ่งผมเห็นมาหลายปีแล้วว่า บริษัทผู้ผลิตชุดชั้นในรายสำคัญของโลกรายหนึ่งอย่าง Victoria’s Secret ก็จ้างผู้ต้องขังเหล่านี้แหละเป็นแรงงานในการผลิตชุดชั้นในสวยๆ ในแต่ละคอลเลกชั่น

และตอนนี้มันไปไกลกว่านั้น เพราะไม่ได้มีแต่ชุดชั้นในเท่านั้นที่สนใจแรงงานในเรือนจำ นักธุรกิจยุคใหม่เริ่มเห็นโอกาสว่าแรงงานของผู้ขาดอิสรภาพเหล่านี้แหละ จะเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญให้กับแบรนด์ของพวกเขา

การใช้แรงงานจากผู้ต้องขังไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ มีอยู่แล้วในหลายประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการสร้างโอกาสเตรียมความพร้อม อีกส่วนก็เป็นเรื่องของการหารายได้ ประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐก็ใช้แรงงานจากนักโทษที่แหละครับในการผลิตของใช้สำหรับกองทัพ ชุดทหารส่วนมากที่เราเห็นวางขายแปะป้าย US Army จริงๆ ก็ Made in Prison กันทั้งนั้นครับ สหรัฐบริหารจัดการงานให้นักโทษชั้นดี ด้วยการจัดตั้ง Federal Prison Industries (FPI) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า UNICOR เพื่อจัดจ้างแรงงานหลังลูกกรงให้ทำงานมีรายได้หลังจากพ้นโทษ

ปัจจุบันเรือนจำกว่า 109 แห่ง ผลิตสินค้า 174 ประเภท หลักๆ ก็อย่างที่เราบอกคุณครับว่าเป็นสินค้าที่นำมาใช้ในกิจการทหารและมีการรับจ้างผลิตด้วย ปีที่แล้ว UNICOR ทำรายได้ได้เกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขก็ถือว่าไม่เลวนะครับ

แนวโน้มของการผลิตสินค้าจากในเรือนจำ เริ่มมาพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของฮอลลีวู้ดและช่วงสงครามโลก แต่เป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้ เพราะรู้กันว่าแรงงานเหล่านี้ราคาถูก ไม่มีปากมีเสียง ไม่ย้ายไปไหนและมีเวลาเหลือเฟือ

ผู้ต้องขังมีรายได้เฉลี่ยสำหรับการทำงานอยู่ที่ราว 23 เซนต์-1.15 เหรียญสหรัฐ ถูกกว่าแรงงานปกติมากกว่าสิบเท่า ค่าแรงก็จะได้ตามความยากง่ายของงาน หลายแบรนด์ที่ใช้บริการแรงงานจากผู้ต้องขัง ทั้งเปิดเผยได้บ้างและไม่ได้ มีอยู่ไม่น้อยครับ รายที่รู้ๆ กันก็เช่น Victoria’s Secret และร้าน JCPenney สินค้าส่วนหนึ่งผลิตออกมาจากแรงงานหลังลูกกรงเหล็ก คือมันก็อาจฟังดูไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ แต่ในโลกของการแข่งขัน แรงงานจากผู้ต้องขังถือเป็นหนึ่งในแรงงานในฝันของผู้ว่าจ้างเลยก็ว่าได้

กลยุทธ์ของการหาแรงงานในเรือนจำแบบนี้เริ่มแผ่ขยายไปทั่วโลกแล้วนะครับ ในสหราชอาณาจักรมีคุกอยู่กว่า 105 แห่ง ก็ใช้วิธีการคล้ายๆ กันนี้ และบางบริษัทไม่ได้แค่จ้างแรงงานจากผู้ต้องขังเท่านั้น หากแต่ใช้มันเป็น “จุดขาย” ของการสร้างแบรนด์ด้วยเลย

Stripe Clothing แบรนด์ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อน 4 คนที่มีโอกาสได้เข้าไปทำวิจัยในเรือนจำช่วงปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ และเห็นวิถีชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำที่หลายคนดูแตกต่างและน่าสนใจ เพราะพวกเขาเหมือนมีชีวิตที่หลุดออกไปอีกโลก วิธีคิด มุมมองต่อโลกของผู้ต้องขังได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลายเสื้อยืด พวกเขาเลยเริ่มโครงการโดยให้ผู้ต้องขังออกแบบลายเสื้อ สอนเทคนิคการตัดเย็บและขาย ควบคู่ไปกับฝึกทักษะเรื่องของการเข้าสังคม Stripe Clothing ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานความคิดเข้ากับการทำธุรกิจแบบ Social Enterprise ปัจจุบันมีเรือนจำจำนวน 4 แห่งในเนเธอร์แลนด์ที่เข้าร่วมโครงการ และอีกหนึ่งแห่งจากฝรั่งเศส

“พวกเขาควรมีโอกาสครั้งที่สองในชีวิตครับ” คริสเตียน เบิร์กกี้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Lazlo ในดีทรอยต์ ปัจจุบันเขาสร้างโรงงานบนพื้นที่กว่า 3 หมื่นตารางฟุต ในเขตคอร์กทาวน์ เขตเก่าของเมือง เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการทำงาน เขาให้สัมภาษณ์ไว้ใน https://bkaccelerator.com ว่ากระบวนการทำงานของเขาก็คือ รับนักโทษชายที่ได้รับการฝึกฝนเรื่องการเย็บปักถักร้อยมาจากเรือนจำมิชิแกนเข้ามาทำงานที่นี่ โดยเสื้อแต่ละตัวก็ผลิตจากฝ้ายชั้นดีที่ผลิตได้ในแถบนั้น ตัดเย็บอย่างดี และยังเน้นไปถึงเรื่องการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แม้ว่าจะยังมีแบบไม่มากในตอนนี้ แต่ในอนาคต เขามองว่า Lazlo จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำธุรกิจที่ดูเป็นคู่ตรงข้ามกันสุดๆ แต่ลงตัว

แต่โลกก็ไม่ได้สวยงามแบบนี้ทุกวัน เท่าที่ผมอ่านๆ มา การขอตั้งโรงงานในเรือนจำไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและการควบคุมมาตรฐานการผลิต เพราะแรงงานเหล่านี้บางทีก็มีแรงจูงใจต่ำ ฝีมือไม่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งนี่เป็นเรื่องท้าทายของการออกแบบการผลิตว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างลงตัว และ Win-Win กันทั้งหมด เรือนจำบางแห่งจึงเริ่มมีโปรแกรมเพื่อล่อใจมากขึ้น เช่น การจัดหาสวัสดิการควบคู่กับเงินค่าจ้างเมื่อออกจากคุก หรือการให้ประกันสุขภาพและการสมทบรายได้เมื่อผู้ต้องหาออกจากเรือนจำ

ความท้าทายอีกอย่างของนักธุรกิจเหล่านี้ ก็คือ ทำอย่างไรที่ทำให้ลูกค้าจากทั่วโลกหันมามองสินค้าที่ Made in Prison เหล่านี้ในเชิงบวกมากกว่านี้ และหากว่าทำได้สำเร็จจริงๆ ไม่แน่ว่าเราอาจเห็นแบรนด์ชื่อคุ้นหูลงมาใช้บริการผู้ต้องขังเหล่านี้มากขึ้นก็เป็นได้

เรือนจำไทยจะเอาอย่างบ้าง ผมว่าก็ไม่มีใครค้านนะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน