
ฐกูร เวชพาณิชย์ หนุ่มหล่อรักสุขภาพ
ในฐานะหนึ่งในหุ้นส่วนของสตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ใจกลางเมืองอย่าง พี ซิกส์ตี้ (P60) ก็พอจะเดาได้ว่า กูร-ฐกูร เวชพาณิชย์
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา/ณัฐดนัย คุณกมุท ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ในฐานะหนึ่งในหุ้นส่วนของสตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ใจกลางเมืองอย่าง พี ซิกส์ตี้ (P60) ก็พอจะเดาได้ว่า กูร-ฐกูร เวชพาณิชย์ หนุ่มโสดที่กำลังจะทำความรู้จักวันนี้ ต้องมีแพสชั่นในการออกกำลังกายไม่น้อย แม้รูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะไม่ใช่หนุ่มกล้ามโต สุดล่ำแบบที่วาดภาพไว้ แต่ใช่ว่าความรักในการออกกำลังกายของเขาจะน้อยกว่าคนหุ่นล่ำ เพราะเขาแค่เลือกออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงและมีรูปร่างแบบที่ต้องการเท่านั้น
หลังจากทำความรู้จักกันพอประมาณ หนุ่มหล่อรักสุขภาพ วัย 32 ปี ก็เริ่มเล่าถึงที่มาก่อนจะมาทำธุรกิจสตูดิโอออกกำลังกายว่า หลังจากเรียนจบไฮสกูลจากสหรัฐ เขาตัดสินใจเดินทางกลับมาเมืองไทย เพราะชีวิตตอนนั้นยังไร้เป้าหมายว่าอยากเรียนต่อด้านไหน ด้วยความที่ทางบ้านเปิดบริษัทบัญชี พอกลับมาเมืองไทยเลยเลือกเรียนคณะพาณิชศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หวังจะช่วยงานที่บ้านในอนาคต
“หลังจากเรียนจบ ผมไปทำงานที่บริษัทที่ปรึกษาภาษีอากร ซึ่งการทำงานด้านนี้จำเป็นต้องไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายด้วย ผมเลยไปเรียนที่คณะนิติศาสตร์ ภาคค่ำ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสเข้าทำงานที่บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ถามว่าชอบงานนี้มั้ย ผมชอบนะ ถึงงานจะค่อนข้างหนักมากก็ตาม สิ่งเดียวที่ผมไม่ชอบ คือ เรื่องของเวลา ช่วงนั้นผมทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว หรือแม้แต่เวลาจะไปทำสิ่งที่ผมรักที่สุด อย่างการออกกำลังกาย”
หลังจากทำงานมาได้ 4 ปี กูรตัดสินใจลาออกจากงาน ด้วยเหตุผลใหญ่คือ อยากดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งความรักในการออกกำลังกายนี้ กูรบอกว่า เริ่มบ่มเพาะมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะเขาเป็นเด็กที่ซุกซน ชอบปีนต้นไม้ เล่นกิจกรรมผาดโผน ตามสไตล์เด็กผู้ชายทั่วไป พอไปเรียนไฮสกูล ยิ่งเป็นใบเบิกทางให้หลงใหลในการออกกำลังกายมากขึ้น เพราะได้มีโอกาสเล่นกีฬาหลายอย่าง บวกกับตัวเขาเองมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้บอกตัวเองเสมอว่าต้องหมั่นดูแลสุขภาพ
“ผมไม่รู้ว่านี่จะเรียกว่าเป็นปมอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกออกกำลังกายดูแลตัวเองสม่ำเสมอหรือเปล่า แต่จะว่าเป็นส่วนหนึ่งก็คงไม่ผิด เพราะที่บ้านผมมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นมะเร็งเกือบทุกคน คุณพ่อผมเป็นมะเร็งที่ไตและปอด แต่ตอนนี้หายแล้ว ส่วนคุณแม่เป็นมะเร็งเต้านม ส่วนญาติฝั่งคุณพ่อก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งแล้วสองคน นั่นหมายความว่า ตัวผมก็น่าจะมีเซลล์มะเร็งในตัวเหมือนกัน ดังนั้นถ้าผมไม่ดูแลตัวเองก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดในการออกกำลังกายของผม สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ผมชอบความรู้สึกหลังจากการออกกำลังกาย มันเป็นความรู้สึกที่ผมมีความสุขมาก เป็นความรู้สึกที่ไม่ว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้”
เมื่อตัดสินใจเลือกสุขภาพพร้อมหันหลังให้งานประจำที่ทำอยู่ กูรก็ตัดสินใจไปเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ ที่สถาบันศศินทร์ พร้อมทำงานช่วยที่บ้านไปด้วย ทว่าหลังจากเรียนจบ โชคชะตาชีวิตก็พาเขาเดินทางไปสู่อีกเส้นทางชีวิต
“หลังจากเรียนจบที่ศศินทร์ ผมมีโอกาสไปเที่ยวที่เกาหลีใต้ ได้ไปเห็นสตูดิโอออกกำลังกายของที่นั่น ซึ่งเขาทำเป็นแบบบูธแคมป์ ผมเห็นแล้วชอบสตูดิโอออกกำลังกายสไตล์นี้มาก เลยคุยกับเพื่อนๆ ว่าอยากนำไปเปิดที่เมืองไทย จากนั้นก็พยายามติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ไป แต่ทางเจ้าของปฏิเสธ เพราะอยากบริหารสาขาที่นั่นให้อยู่ตัวก่อน หลังจากนั้นผมติดต่อไปอีกหลายที่ก็ไม่ประสบผล แต่ความฝันที่จะทำยังไม่จบ สุดท้ายผมกับเพื่อนเลยตัดสินใจคิดคอนเซ็ปต์เองจนกลายเป็น พี60”
ที่มาของชื่อ พี60 มาจากแนวคิดที่ว่า “Push and Play for 60 minutes” สตูดิโอนี้ไม่เหมือนกับฟิตเนสทั่วไป เราเน้นการออกกำลังกายเป็นกลุ่มกับเทรนเนอร์ สาเหตุที่เราเลือกให้ออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เพราะจะได้ให้ช่วยกันผลักดันทั้งตัวเราและเพื่อนให้สนุกกับการออกกำลังกายภายในเวลา 60 นาที
“เวลาปีกว่าๆ บนเส้นทางธุรกิจนี้ อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่สตูดิโอที่นี่มาจากสิ่งที่เราชอบ เรารัก เราเลือกทำแบบบูธแคมป์ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายคล้ายๆ การฝึกทหาร ที่แฝงไปด้วยความสนุก ไม่ใช่โหดแบบบ้าพลัง เน้นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา ไม่ได้มีอุปกรณ์ในการออกกำลังกายเยอะเหมือนฟิตเนสทั่วๆ ไป แต่สามารถดูแลรูปร่าง รักษาออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งในอนาคตเราวางแผนอยากมีหลายสาขา เพื่อเปิดสังคมใหม่ให้กับคนที่ชอบออกกำลังกายได้มาแชร์ มาร่วมสนุกด้วยกัน”
ในฐานะเจ้าของสตูดิโอออกกำลังกาย และหนึ่งในผู้ที่รักสุขภาพ กูรไม่ลืมทิ้งท้ายถึงคนที่กำลังมุ่งมั่นออกกำลังกาย หรือยังละเลยการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย
“ผมเคยคุยกับเพื่อนไว้ตั้งแต่เริ่มทำสตูดิโอนี้ว่า เป้าหมายของเราไม่ใช่เงิน แต่เราอยากเห็นคนทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้น ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายกันเถอะครับ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ดีหมด เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากออกกำลังกายหนักๆ เพราะสุดท้ายจะยอมแพ้ไปก่อน แต่ควรเลือกทำอะไรที่จะเป็นส่วนหนี่งในวิถีชีวิตเราได้ สำหรับผมการออกกำลังกายนอกจากจะดีต่อสุขภาพยังเป็นความสุขทางใจด้วย”
ยามว่างของหนุ่มรักสุขภาพ
“ถ้าไม่ออกกำลังกาย ผมชอบอ่านหนังสือและซื้อหนังสือ เวลาไปกินอาหารที่ไหนถ้ามีร้านหนังสือ ต้องแวะเข้าไปซื้อ เฉลี่ยประมาณ 2 เล่ม/สัปดาห์ หนังสือหนึ่งเล่มผมอาจจะไม่ได้อ่านทั้งเล่ม เลือกอ่านเฉพาะแก่นของเรื่อง อีกกิจกรรมยามว่างที่ชอบคือ การตั้งแคมป์ในป่า เดินป่า"
สเปกสาวแบบที่ใช่
“ผมชอบผู้หญิงฉลาด มีไหวพริบ ส่วนเรื่องรูปร่าง ผมชอบผู้หญิงหุ่นดี หุ่นดีของผมคือ เป็นสาวที่ออกกำลังกาย อารมณ์หุ่นนักกีฬา ดูแข็งแรงสมส่วน ไม่ผอมจนเกินไป”







