
สร้างศิลป์ไม่อิงใคร
โดย...[email protected]
งานรวมพลังชุมนุม “เด็กสายศิลป์” ภายใต้โครงการ Pigma Micron I Am Original การประกวดผลงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ ผ่านลายเส้น Sakura Pigma Micron แนวคิด “ชีวิตที่ไม่ถูกก๊อบปี้” รณรงค์ให้คนรักศิลปะยุคใหม่ สร้างงานในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ลอกเลียนใคร ไม่ใช้กระแส บ่มเพาะ ฝึกฝนลายเส้นให้เห็นตัวเอง
อภิชา ปัญญาอาจอง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการการประกวดผลงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ ผ่านรูปแบบงานศิลปะ 4 ประเภท ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวาดภาพประกอบ การวาดภาพล้อเลียน และการวาดภาพป๊อปอาร์ต ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการผลักดันให้เกิดการนำความรู้ของนิสิต นักศึกษา จากห้องเรียน จากทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มาปรับใช้และสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดประโยชน์ ผ่านเวทีประกวดที่จะสะท้อนศักยภาพของบุคลากรในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นย้ำการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ความคิดของตนเอง ไม่ก๊อบปี้ลอกเลียนผลงานของคนอื่น
ผู้ชนะในโครงการนี้ สิ่งที่พวกเขายืนยันว่าเป็นจุดเด่นและความแตกต่างที่ทำให้เฉือนกันเพียงนิด คือ ความเด่นชัดของลายเส้น เห็นลายเส้นเหมือนเห็นตัวเอง คนที่ดูจะสัมผัสได้ว่าเจ้าของงานอยากสื่ออะไร ใครชัดสุด ลึกสุด คือผู้ชนะ!!
ภัณฑิรา ทองเชิด ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ชื่อผลงาน Be Original Be Yourself มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า ใช้เวลาวาดไม่นาน แต่คิดนาน “คือมันเป็นโจทย์เส้นผมบังภูเขา สร้างงานศิลป์ไม่อิงตามใคร ชีวิตที่ไม่ถูกก๊อบปี้ คือเราต้องคิดก่อนว่าออริจินัลของเราคืออะไร แล้วเราผ่านตาอะไรมาบ้าง ชอบเพราะอะไร เป็นสไตล์ของเรามั้ย แล้วมันซ้ำแบบใครหรือเปล่า
คือคิดวกไปวนมา เป็นเดือนนะคะ ก่อนสุดท้ายอยากจะเล่าง่ายๆ ซื่อๆ อธิบายความคิดซับซ้อนที่ตีโจทย์ ออกมาเป็นคล้ายๆ เลเยอร์ วาดกระดาษออกมาเป็นชั้นๆ เสมือนชั้นของความคิดที่หล่อหลอมเราในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา การเป็นตัวของตัวเอง คงไม่ได้อธิบายในวันเดียว ภาพเดียว มันต้องมีการหล่อหลอม การประจุรวม การตกผลึก เลยเหมือนเล่าง่ายๆ แต่พอดูแล้วมันเหมือนซับซ้อน เพราะแต่ละชั้นของความคิดก็มีเรื่องราวหลากหลาย ถึงบอกขั้นตอนทำ ไม่นานเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นคิดอะไร อยากใส่อะไร พอทำเสร็จแล้ว ออกมา รู้สึกดีมาก ตรงกับใจที่อยากสื่อ”
ถามว่า “งานศิลป์” ดูอย่างไร “สวย” แล้วคุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่จะผลักดันให้ “ผลงาน” โดดเด่นจนได้รับรางวัลชนะเลิศ? ภัณฑิรา ว่า งานศิลปะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความคิด รสนิยม “เราบอกชอบ อีกคนไม่ชอบ เราเห็นสวย อีกคนอาจเห็นว่าก็ธรรมดา มันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน
จริงๆ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าความพึงพอใจ ฉะนั้นจะให้กะเกณฑ์ความรู้สึกคงยาก เป็นอันว่าขออธิบายปัจจัยความสำเร็จ เป็นส่วนๆ ดิฉันคิดว่า ฝีมือ 40% เทคนิค 10% ความคิดสร้างสรรค์ 10% และรายละเอียดอื่นๆ อีก 10%” ไม่มีเรื่องของดวง? “(หัวเราะ) อยู่ในส่วนของรายละเอียดมั้งคะ”
ด้าน ถิรวัฒน์ โงสว่าง รองชนะเลิศอับดับ 1 เจ้าของผลงาน อารมณ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เช่นเดียวกัน “ก่อนทำงานแต่ละชิ้น ถ้าเป็นงานทั่วไปจะทำเลยนะครับ แต่ถ้าเป็นงานประกวด มีโจทย์ต้องคิดนิดหนึ่ง ไม่นิด บางทีก็นานเลย กว่าจะผ่านช่วงที่คิดไม่ออก
สำหรับงานนี้ สร้างงานศิลป์ไม่อิงตามใคร หรือไม่ก๊อบปี้ เลียนแบบใครนั่นเอง ปกติเป็นสิ่งที่คนทำงาน ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอยู่แล้ว ก็ใช้วิธีปิดหู ปิดตา อยู่กับตัวเอง ให้รู้ว่าเราเป็นคนยังไง ตอนทำงาน ไม่ได้หวังรางวัลเลยครับ หวังแค่ให้งานชิ้นนี้ อธิบายความเป็นเรา ณ ช่วงเวลาตอนนั้นให้ได้มากที่สุด แล้วผมก็ค้นพบว่า คือเป็นคนสับสน ชอบคิดสองแบบ ซึ่งก็เชื่อว่าเหมือนคนทั่วๆ ไป เวลามีเรื่อง สมองจะแยกเป็นสองส่วน คืออารมณ์และเหตุผล สองอย่างนี้จะทำให้เราคิดมาก เราอยากทำตามอารมณ์นะ แต่ที่สุดแล้วก็ควรเลือกเหตุผล เพราะเราอยู่ในสังคม ประกอบด้วยกฎเกณฑ์เยอะแยะ ภาพมันก็เลยออกมา มีหลายๆ อย่างในรูปเดียว รายละเอียด มีสมอง สมองก็คิด และก็มีฝูงมด คือในความรู้สึกมดอาจไม่คิดอะไร ตรงไหนมีน้ำตาลก็พากันไป น้ำตาลไม่ดีใช่มั้ย แต่มดไม่คิดอะไร จะกินแต่น้ำตาล”
เชื่อแล้วว่าภาพหนึ่งภาพมีความหมายและอธิบายได้เป็นพันๆ คำ โดย ถิรวัฒน์ ส่งประกวดที่นี่เป็นเวทีแรก ถามเจ้าตัวว่า คิดว่าอะไรที่ทำให้ผลงานได้รับรางวัล? “ความแปลกใหม่ครับ ความเป็นตัวของตัวเอง ถ้าคุณเป็นตัวของตัวเอง คุณก็ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ก็เท่ากับคุณไม่ก๊อบปี้ใครแล้ว แต่ผมว่านะสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้โจทย์ คืออยากให้ศิลปินทุกคน ลุกออกมาสร้างสรรค์งาน อย่าหยุดสร้างงานมากกว่า เพราะลายเส้นก็เหมือนลายมือ มันไม่เหมือนกันในแต่ละคน เป็นเอกลักษณ์ของคนคนนั้น แล้วผมว่าดีนะที่เราใช้ลายเส้นในการแสดงออกว่าเราจะสื่ออะไร การตีความมันทำให้ศิลปะเกิดความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ทั้งคนทำแล้วก็คนที่ดู”







